"เราต้องทำให้เอสเอ็มอียืนด้วยขาของตัวเองให้ได้ เพราะถ้าเขามั่นคง ..ประเทศไทยก็มั่นคง"
นี่คือคำพูดของ พุทธิพงษ์ ปุณณกัณต์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงอุตสาหกรรม ในการร่วมแสดงวิสัยทัศน์ หัวข้อ “ยุทธศาสตร์การขับเคลื่อน SMEs ไทยสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน” ณ งานแถลงข่าวการประกวดรางวัลสุดยอด SMEs แห่งชาติ ครั้งที่ 3 ประจำปี 2553 หรือ 3rd SMEs National Awards 2010 โดยความร่วมมือของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ
การคัดเลือกหัวกะทิใน 15 กลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอี ที่มีประสิทธิภาพและความสามารถในการบริหารจัดการอย่างมีมาตรฐาน มารับรางวัลสุดยอด SMEs แห่งชาติ ก็เพื่อหวังสร้าง "ต้นแบบ" เสริมแรงจูงใจและกระตุ้นให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรายอื่น หันมาพัฒนาธุรกิจของตัวเองให้มีมาตรฐานมากขึ้นในระดับสากล
เพราะยุคโลกาภิวัตน์ เอสเอ็มอีต้องพัฒนาตัวเองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เช่นเดียวกับความคิดเห็นของ "ปราโมทย์ วิทยาสุข" รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในเวทีเสวนา หัวข้อ “เสริมศักยภาพ SMEs ไทย กับรางวัลสุดยอด SMEs แห่งชาติ” ที่บอกว่า เอสเอ็มอียุคนี้ต้องพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการใช้ "เงิน" อย่างเดียวมาขับเคลื่อนธุรกิจมันเป็นไปไม่ได้ แต่ต้องมี "นวัตกรรม" เข้ามาเสริมทัพด้วย เอสเอ็มอีจึงต้องใส่ปัญญาเข้าไปในธุรกิจ พัฒนาตัวเองเพื่อให้เกิดนวัตกรรมขึ้นมาให้ได้
ขณะที่สูตรการปรับตัวรับสถานการณ์ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม บอกว่า 1. ต้องมีข้อมูลอย่างเป็นพลวัต พัฒนาเรื่องข้อมูลอยู่ตลอดเวลา ให้ทันต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป 2.มีนวัตกรรมใหม่ๆ แต่ต้องเป็นสิ่งที่ตรงใจลูกค้าด้วย 3. รุกหน้าด้วยพันธมิตร อย่าทำงานคนเดียว เพื่อเกื้อหนุนกันเองของเอสเอ็มอี ปิดท้ายกับ คิดและทำอย่างมืออาชีพ เท่านี้เอสเอ็มอีก็จะเข้มแข็งและพร้อมรบในตลาดสากล
ส่วนผลพวงจากการนำพาตัวเองสมัครเพื่อเข้ารับรางวัลของเอสเอ็มอี "ยุทธศักดิ์ สุภสร" ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) บอกว่า แม้ไม่ได้รางวัล แต่การเข้ามาก็จะทำให้เอสเอ็มอีพัฒนาตัวเองได้ เพราะกระบวนการคัดเลือกสุดยอดเอสเอ็มอี จะจัดทีมงานเข้าไปศึกษาแต่ละบริษัท เพื่อให้รู้ปัญหาจุดแข็งจุดอ่อนของแต่ละราย ผลพลอยได้สำคัญคือ แต่ละบริษัทก็จะมองเห็นปัญหาของตัวเอง ซึ่งนั่นมีความสำคัญมากกว่ารางวัล เพราะจะทำให้เอสเอ็มอีเลือกจัดการกับปัญหาของตนเองได้ และกลายเป็นเอสเอ็มอีที่มีความยั่งยืนในที่สุด
ขณะเดียวกัน ภาครัฐบาลก็จะมองเห็นปัญหาที่แท้จริงของเอสเอ็มอี เพื่อนำไปวางนโยบายในการแก้ไขปัญหาได้ตรงจุดมากขึ้นด้วย
"ผู้ประกอบการจะรู้ปัญหาของตัวเอง และเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาให้อุตสาหกรรมของประเทศก้าวไปสู่ความยั่งยืนต่อไป"
เช่นเดียวกับ "พานิช เหล่าศิริรัตน์" ผู้อำนวยการสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ ที่มองรางวัลสุดยอด SMEs แห่งชาติ ว่าจะเป็นจุดกุญแจสำคัญที่จะทำให้เอสเอ็มอีก้าวและพัฒนาต่อไปข้างหน้า และภาคภูมิใจกับรางวัลการันตีเกียรติประวัติของตัวเองในที่สุด
เอสเอ็มอีที่สนใจสมัครเข้าร่วมประกวดได้ฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ตั้งแต่วันนี้ จนถึง 31 สิงหาคมนี้ โดยดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่เว็บไซต์ของ สสว. www.sme.go.th หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ฝ่ายประสานและบริการ SMEs สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม สสว. โทร. 02-278-8800 ต่อ 400
อีกทางเลือกที่จะปูทางเอสเอ็มอีไปสู่ความเข้มแข็งอย่างทันยุค
Tags : สสว. • กระทรวงอุตสาหกรรม • สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ
