ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินการลงทุนไทยปี 54 ขยายตัวต่อเนื่อง 7.5-9.3% หลังปลดล็อคการลงทุนมาบตาพุด
บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด วิเคราะห์ว่า ปัญหาการลงทุนในมาบตาพุดที่คลี่คลาย ส่งผลให้โครงการลงทุนต่างๆ มีความชัดเจนขึ้น ทั้งจากหลักเกณฑ์ต่างๆ ที่รัฐบาลได้กำหนดขึ้นเพื่อให้สอดคล้องตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ รวมทั้งคำพิพากษาของศาลปกครองกลางที่ให้เพิกถอนใบอนุญาตการดำเนินโครงการที่มีการกำหนดให้เป็นประเภทกิจการที่ส่งผลกระทบรุนแรง แต่ยกคำร้องสำหรับโครงการที่ไม่ได้อยู่ในประเภทกิจการรุนแรงนั้น น่าจะเป็นสัญญาณที่ดีต่อทิศทางการลงทุนในระยะข้างหน้า โดยโครงการที่ศาลยกคำร้องจะสามารถกลับมาก่อสร้างและดำเนินการได้ หลังจากที่หยุดชะงักไปในระยะ 1 ปี ที่ผ่านมา
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ปัญหาที่คลี่คลายจะส่งผลให้การลงทุนโดยรวมในปี 2553 อาจจะขยายตัวประมาณ 8.1-8.8% และขยายตัวต่อเนื่องที่ประมาณ 7.5-9.3% ในปี 2554
เมื่อผนวกกับปัจจัยบวกอื่นๆ เช่น การขยายกำลังการผลิตในภาคอุตสาหกรรมสำคัญของประเทศ การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ และการลงทุนของภาคเอกชนในธุรกิจที่เชื่อมโยงกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของรัฐดังกล่าว ตลอดจนธุรกิจที่ได้ประโยชน์จากความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาค ซึ่งปัจจัยเหล่านี้น่าจะเป็นแรงส่งให้การลงทุนของไทยเติบโตต่อไปได้อย่างต่อเนื่องในปีข้างหน้าจากที่เติบโตในระดับสูงในปีนี้
นอกจากนี้ การที่ค่าเงินเยนแข็งค่าขึ้นอย่างมากในปีนี้จะทำให้ความต้องการลงทุนในต่างประเทศของเหล่าธุรกิจญี่ปุ่นมีเพิ่มมากขึ้น ซึ่งไทยควรใช้โอกาสนี้ในการเร่งทำกิจกรรมส่งเสริมการลงทุนในตลาดนักลงทุนญี่ปุ่น เพื่อสร้างแรงจูงใจให้นักลงทุนญี่ปุ่นเข้ามาลงทุนใช้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตทดแทนการผลิตในญี่ปุ่นที่มีความได้เปรียบด้านค่าเงินลดลง
ขณะเดียวกัน ในส่วนของผู้ประกอบการไทย ควรใช้ประโยชน์จากค่าเงินบาทที่แข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และยูโร ในการนำเข้าสินค้าทุน เช่น เครื่องจักรเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต รวมทั้งอาจพิจารณาออกไปลงทุนในต่างประเทศมากขึ้น
Tags : ศูนย์วิจัยกสิกรไทย •