กรุงเทพธุรกิจ

ad a1

ธุรกิจ : สถิติ & วิจัย

วันที่ 3 กันยายน 2553 10:58

กสิกรคาดมาบตาพุดจบลงทุนปี54โต9.3%

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินการลงทุนไทยปี 54 ขยายตัวต่อเนื่อง 7.5-9.3% หลังปลดล็อคการลงทุนมาบตาพุด

บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด วิเคราะห์ว่า ปัญหาการลงทุนในมาบตาพุดที่คลี่คลาย ส่งผลให้โครงการลงทุนต่างๆ มีความชัดเจนขึ้น ทั้งจากหลักเกณฑ์ต่างๆ ที่รัฐบาลได้กำหนดขึ้นเพื่อให้สอดคล้องตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ รวมทั้งคำพิพากษาของศาลปกครองกลางที่ให้เพิกถอนใบอนุญาตการดำเนินโครงการที่มีการกำหนดให้เป็นประเภทกิจการที่ส่งผลกระทบรุนแรง แต่ยกคำร้องสำหรับโครงการที่ไม่ได้อยู่ในประเภทกิจการรุนแรงนั้น น่าจะเป็นสัญญาณที่ดีต่อทิศทางการลงทุนในระยะข้างหน้า โดยโครงการที่ศาลยกคำร้องจะสามารถกลับมาก่อสร้างและดำเนินการได้ หลังจากที่หยุดชะงักไปในระยะ 1 ปี ที่ผ่านมา

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ปัญหาที่คลี่คลายจะส่งผลให้การลงทุนโดยรวมในปี 2553 อาจจะขยายตัวประมาณ 8.1-8.8% และขยายตัวต่อเนื่องที่ประมาณ 7.5-9.3% ในปี 2554

เมื่อผนวกกับปัจจัยบวกอื่นๆ เช่น การขยายกำลังการผลิตในภาคอุตสาหกรรมสำคัญของประเทศ การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ และการลงทุนของภาคเอกชนในธุรกิจที่เชื่อมโยงกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของรัฐดังกล่าว ตลอดจนธุรกิจที่ได้ประโยชน์จากความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาค ซึ่งปัจจัยเหล่านี้น่าจะเป็นแรงส่งให้การลงทุนของไทยเติบโตต่อไปได้อย่างต่อเนื่องในปีข้างหน้าจากที่เติบโตในระดับสูงในปีนี้

นอกจากนี้ การที่ค่าเงินเยนแข็งค่าขึ้นอย่างมากในปีนี้จะทำให้ความต้องการลงทุนในต่างประเทศของเหล่าธุรกิจญี่ปุ่นมีเพิ่มมากขึ้น ซึ่งไทยควรใช้โอกาสนี้ในการเร่งทำกิจกรรมส่งเสริมการลงทุนในตลาดนักลงทุนญี่ปุ่น เพื่อสร้างแรงจูงใจให้นักลงทุนญี่ปุ่นเข้ามาลงทุนใช้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตทดแทนการผลิตในญี่ปุ่นที่มีความได้เปรียบด้านค่าเงินลดลง

ขณะเดียวกัน ในส่วนของผู้ประกอบการไทย ควรใช้ประโยชน์จากค่าเงินบาทที่แข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และยูโร ในการนำเข้าสินค้าทุน เช่น เครื่องจักรเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต รวมทั้งอาจพิจารณาออกไปลงทุนในต่างประเทศมากขึ้น

Tags : ศูนย์วิจัยกสิกรไทย

advertisement

advertisement

advertisement