กรุงเทพธุรกิจ

ad a1

ธุรกิจ : นโยบาย

วันที่ 24 มกราคม 2555 10:55

AEC กับการส่งออกข้าวไทย (1)

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

ข้าวเป็นสินค้าส่งออกของไทยที่ไทยส่งออกมากเป็นอันดับหนึ่งของโลก

สร้างความภูมิใจและความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจให้กับคนไทยทั้งประเทศ โดยการผลิตข้าวมีการผลิตในทุกประเทศในอาเซียน

แต่ที่โดดเด่นตามสถิติเวียดนามมีผลผลิตมากที่สุดในอาเซียน รองลงมาเป็นพม่า ไทย ขณะที่ฟิลิปปินส์มีผลผลิตน้อยกว่าไทยเกือบครึ่งหนึ่งแต่มีจำนวนประชากรมาก จึงทำให้ต้องเป็นประเทศที่นำเข้าข้าวมาก กัมพูชามีผลผลิตมากขึ้นเรื่อย ๆ และมีนโยบายที่จะส่งออกเพิ่มขึ้น ตั้งเป้า 2 - 3 ล้านตันภายในปี 2015

ส่วนเวียดนามในปี 2011 คาดการณ์ว่าจะผลิตได้รวม 41 ล้านตันและส่งออกประมาณ 7.1 ล้านตัน หากพิจารณาปริมาณการผลิตข้าวในอาเซียนโดยเปรียบเทียบกับจำนวนประชากร  จะเห็นความผิดปกติ กล่าวคือในขณะที่ไทยผลิตได้น้อยกว่าพม่า จำนวนประชากรก็มีมากกว่าในพม่า แต่ตัวเลขส่งออกข้าวของพม่าปีหนึ่งๆ ก็น้อยมาก (ไม่ถึงหนึ่งล้านตัน) แต่ไทยกลับส่งออกไปต่างประเทศมากเป็นอันดับหนึ่งของโลก โดยในปีที่ผ่านมาส่งออกมากกว่า 10 ล้านตัน  แสดงว่าปริมาณข้าวที่ไทยส่งออก น่าจะเป็นข้าวไทยปนข้าวพม่าและอาจจะปนกับข้าวกัมพูชาด้วย และน่าจะเป็นอย่างนี้มากว่าสิบปีแล้ว

หากพิจารณาผลผลิตข้าวในเวียดนาม เมื่อเปรียบเทียบกับในไทยในปี 2009 เวียดนามผลิตข้าวเปลือกได้ 38.89ล้านตัน คิดเป็นข้าวสาร 24.50 ล้านตัน ส่งออก 6 ล้านตัน คงเหลือบริโภคในประเทศ 18.50 ล้านตัน คิดเป็นคนเวียดนามบริโภคต่อคนต่อปีประมาณ 215 กิโลกรัมหรือวันละ 0.58 กิโลกรัม สำหรับอาหารสามมื้อ แต่ไทยผลิตข้าวเปลือกได้เพียง  31.46 ล้านตัน หรือคิดเป็นข้าวสาร19.82 ล้านตัน ไทยกลับส่งออกได้มากถึง 8.6 ล้านตัน คงเหลือบริโภคในประเทศเพียง 11.22 ล้านตัน คิดเป็นคนไทยบริโภคข้าวต่อคนต่อปี 167 กิโลกรัมหรือวันละ 0.46 กิโลกรัม สำหรับอาหารสามมื้อ

ขณะที่พม่าส่งออกเพียง 0.9 ล้านตัน ผลิตข้าวเปลือกได้ 32.68 ล้านตัน คิดเป็นข้าวสาร 20.59 ล้านตัน เหลือบริโภคในประเทศมากถึง 19.69 ล้านตัน เฉลี่ยแล้วคนพม่าบริโภคข้าวต่อคนต่อปี 330 กิโลกรัมหรือวันละ 0.90 กิโลกรัมสำหรับอาหารสามมื้อ มากกว่าคนไทย 2 เท่า เมื่อเปรียบเทียบปริมาณบริโภคต่อคนต่อปีทั้งสามประเทศ น่าจะพอสรุปได้ว่า ตัวเลขไม่สะท้อนความเป็นจริง  เนื่องจากคนทั้งสามประเทศล้วนทานข้าวเป็นหลัก ปริมาณการบริโภคต่อคนไม่น่าจะแตกต่างกันเป็นเท่าตัว อีกทั้งคนไทยมีการกินดีอยู่ดีกว่า กินแบบทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ ก็เยอะกว่า ทานแต่ละมื้อก็มากกว่า

จึงพอสรุปได้ว่า ข้าวพม่าถูกลักลอบมาขายในไทยเป็นข้าวไทยแต่ละปีต้องมีปริมาณมาก  หากคำนวณอย่างหยาบ ๆ โดยคิดว่าคนไทยบริโภคเท่ากันกับคนเวียดนาม คือ 215 กิโลกรัมต่อคนต่อปี จะพบว่า ปริมาณข้าวสารจากพม่าและกัมพูชาที่เข้ามาในไทยต้องมีปริมาณประมาณ 3.2 ล้านตัน หรือเป็นข้าวเปลือก 5.1 ล้านตันโดยประมาณ  เนื่องจากข้าวเหล่านี้เป็นข้าวลักลอบ จึงไม่มีตัวเลขที่บันทึกไว้ได้ตัวเลขที่ได้จึงเป็นการคาดคะเน

ที่น่าสังเกตุอีกเรื่องหนึ่งคือในช่วงต้นปี 2010 รัฐบาลพม่าได้ประกาศห้ามส่งออกข้าวเป็นเวลาหลายเดือนเนื่องจากปริมาณข้าวในประเทศพม่าไม่พอบริโภคสำหรับคนพม่า  เมื่อพิจารณาผลผลิตในปี 2009 พม่าผลิตข้าวได้มากกว่าไทย และมีจำนวนประชากรน้อยกว่าไทย ทำไมในเวลาเดียวกันไทยกลับมีข้าวเหลือพอส่งออกมากถึง 8.6 ล้านตันในปี 2009  คำถามที่ตามมาคือข้าวพม่าหายไปไหน  จึงพอสรุปได้ว่า มีการลักลอบมาไทยอย่างมากมาย

โครงการรับจำนำข้าว เกษตรกรรายใหญ่ ต้องสามารถนำข้าวลักลอบมาสวมสิทธิ เมื่อรัฐบาลรับซื้อสูงกว่าราคาตลาดโลกถึง ร้อยละ 60 หรือประมาณตันละ 5,000 บาท  รัฐต้องซื้อข้าวลักลอบในหนึ่งปีแพงเกินกว่าการซื้อโดยตรงจากพม่าถึงประมาณ 25,000ล้านบาท  ส่วนต่างนี้นับเป็นเงินจำนวนมาก และมีผู้ได้ไปโดยมิชอบภายใต้โครงการรับจำนำข้าว

โครงการจำนำข้าวที่รัฐบาลนี้ทำอยู่ ก็น่าจะเป็นการรับจำนำข้าวไทยผสมข้าวพม่าและข้าวกัมพูชา ทำให้ผลประโยชน์น่าจะตกกับชาวนารายใหญ่ที่สามารถผสมปนเปมาชาวมากกว่าชาวนารายย่อย ที่ไม่มีความสามารถ แม้จะส่งข้าวมาขายในโครงการของรัฐ เนื่องจากไม่มีความสามารถขนส่งข้าวปริมาณมาก ๆ อย่างปริมาณหนึ่งถึงสองตันได้

โครงการรับจำนำข้าวให้ประโยชน์กับชาวนารายใหญ่ ทำให้สามารถขายข้าวได้ในจำนวนมากกว่าจำนวนที่ตนผลิตได้จริง ไม่ว่าจะเป็นข้าวไทยปนข้าวพม่าและข้าวกัมพูชา ฯลฯ

ผลลัพธ์ที่เกิดจากโครงการจำนำข้าว ยังส่งผลให้การส่งออกข้าวไทยมีปัญหา จะเห็นได้ว่าการส่งออกตั้งแต่พรรคเพื่อไทยเข้ามาเป็นรัฐบาล เพียงเมื่อรู้ว่าจะชนะการเลือกตั้ง ผลกระทบทางลบก็เกิดขึ้นทันที  นโยบายรับจำนำข้าวในราคาที่สูงเกินกว่าราคาตลาด กำลังทำลายความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยที่ไม่สามารถแข่งขันกับผู้ประกอบการในเวียดนาม และประเทศอื่น ๆ เนื่องจากเป็นการบิดเบือนราคาตลาดอ่ย่างมโหฬาร ขจัดการการแช่งขันทางการค้าอย่างเสรี ลดความสามารถในการแข่งขัน

 

Tags : ASEAN+

Adsense

advertisement

advertisement

AD Position a2 2

advertisement

advertisement