กรุงเทพธุรกิจ

ธุรกิจ : นโยบาย

วันที่ 7 ตุลาคม 2552 15:00

BOIเผยลงทุนกระเตื้อง ยอดขอรับฯ9เดือนแตะ3แสนล.

อรรชกา สีบุญเรือง

TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

บีโอไอ เผยภาวะการลงทุนของไทยปรับตัวดีขึ้น ช่วง 9 เดือน มียอดขอรับส่งเสริม 3 แสนล้านบาท โดยเป็นยอดเอฟดีไอมากกว่า 1.36 แสนล้านบาท

นางอรรชกา สีบุญเรือง บริมเบิล เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)  เปิดเผยว่า ภาพรวมของยอดขอรับส่งเสริมการลงทุนของไทยมีทิศทางที่ปรับตัวไปในทางที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งในส่วนของจำนวนโครงการ และมูลค่าเงินลงทุน โดยในช่วง 9 เดือน (ม.ค-ก.ย.52) มีจำนวนโครงการที่ยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนผ่านบีโอไอรวมทั้งสิ้น 810  โครงการ มูลค่าเงินลงทุน รวม 302,700 ล้านบาท

“แม้ว่าจำนวนโครงการและมูลค่าเงินลงทุนของช่วง 9 เดือนในปีนี้ จะลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2551 ที่มีทั้งสิ้น 922 โครงการ และมีมูลค่าเงินลงทุน 332,200 ล้านบาท            แต่ยอดขอรับส่งเสริมการลงทุนในปีนี้ ก็เริ่มปรับตัวดีขึ้นตั้งแต่กลางปี 2552 และเห็นชัดเจนยิ่งขึ้นในช่วง 3 เดือนล่าสุดนี้ ซึ่งแสดงให้เห็นว่านักลงทุนยังให้ความสำคัญกับการเข้ามาลงทุนในกิจการในประเทศไทย โดยมั่นใจว่าสถานการณ์ดังกล่าวจะดีต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นปี และทำให้เป้าหมายในการส่งเสริมการลงทุนเป็นไปตามที่คาดหวังไว้ 4 แสนล้านบาท” เลขาธิการบีโอไอกล่าว

อุตสาหกรรมที่นักลงทุนยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนมากที่สุด คือ อุตสาหกรรมบริการและสาธารณูปโภค มีจำนวนทั้งสิ้น 281 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนประมาณ  174,000 ล้านบาท รองมาคือ กิจการผลิตภัณฑ์โลหะ เครื่องจักร และอุปกรณ์ขนส่ง มี 126 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 38,000 ล้านบาท  กิจการ อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า 135 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 31,000 ล้านบาท   กลุ่มนักลงทุนต่างชาติรายใหญ่ที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทยมากที่สุด เป็นกลุ่มนักลงทุนจากญี่ปุ่น อาเซียน และยุโรป ตามลำดับ  

สำหรับภาพรวมของการลงทุนทางตรงจากต่างประเทศ (Foreign Direct Investment: FDI) ในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา (มกราคม-กันยายน 2552) มียอดคำขอรับส่งเสริมการลงทุนทั้งสิ้น 488 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนกว่า 136,409 ล้านบาท มีทิศทางปรับตัวดีขึ้นอย่างมาก เพราะก่อนหน้านี้ ในช่วง 8 เดือน มีนักลงทุนสนใจยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนผ่านบีโอไอ 407 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนกว่า 85,267 ล้านบาท  

โดยกลุ่มนักลงทุนญี่ปุ่น ยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนมากที่สุดจำนวน 176 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวม 45,574 ล้านบาท  รองมาคือ การลงทุนจากกลุ่มยุโรป มี 102 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวม 10,757 ล้านบาท อันดับ 3 คือกลุ่มอาเซียน มี 75 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 15,684 ล้านบาท โดยเฉพาะการลงทุนจากสิงคโปร์  มาเลเซีย ส่วนการลงทุนจากสหรัฐอเมริกา แม้จะมีจำนวนโครงการไม่มากนัก 32 โครงการ แต่เป็นโครงการขนาดใหญ่ จึงมีมูลค่าเงินลงทุนสูงถึง 25,522 ล้านบาท

ทั้งนี้การขอรับส่งเสริมการลงทุนที่ปรับขึ้นเป็นผลมาจากทิศทางการเข้ามาลงทุนของนักลงทุนทุกกลุ่มประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศเป้าหมายของบีโอไอ ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาบีโอไอ ได้เร่งจัดกิจกรรมชักจูงการลงทุน รวมถึงการเข้าไปเปิดสำนักงานเศรษฐกิจการลงทุนให้ครอบคลุมเพิ่มขึ้น อาทิ การลงทุนจากเกาหลี มีมูลค่าเงินลงทุน 5,961 ล้านบาท ในขณะที่การเปิดสำนักงาน    บีโอไอในจีนอีก 2 แห่ง คือ กรุงปักกิ่งและกวางโจว ส่งผลให้ยอดขอรับส่งเสริมการลงทุนจากจีนสูงถึง 10,427 ล้านบาท  รวมทั้งการเดินทางไปชักจูงการลงทุนที่ประเทศอินเดียอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีคำขอรับส่งเสริมการลงทุนจากอินเดียสูงถึง 4,622 ล้านบาท

Tags : อรรชกา สีบุญเรือง บีโอไอ

ความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement

advertisement