กรุงเทพธุรกิจ

ธุรกิจ : นโยบาย

วันที่ 4 กรกฎาคม 2552 00:38

อภิสิทธิ์ ยึดกรอบพหุภาคีเจรจาการค้า

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

TOOLS
คอลัมน์อื่นๆ

“อภิสิทธิ์” เผยยึดกรอบพหุภาคีเจรจาการค้า เน้นกรอบค้าเสรีดับเบิลยูทีโอ อาเซียน ด้านภาคเอกชนแนะรัฐให้ข้อมูลภาคธุรกิจใช้ประโยชน์เขตการค้าเสรี

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “นโยบายและทิศทางการค้าเสรีของไทย” ในโอกาสการเสวนาเรื่อง “ผลกระทบและการเยียวยาของการค้าเสรี (เอฟทีเอ)” จัดโดยคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจ การพาณิชย์และอุตสาหกรรม วุฒิสภา ว่า การค้าเสรีของไทยกำหนดยึดตามกรอบพหุภาคี ผ่านองค์การการค้าโลก (WTO) ที่กำลังผลักดันให้ประเทศพัฒนาแล้ว เปิดตลาดสินค้าเกษตร ลดการอุดหนุนมากขึ้น พร้อมกับการสนับสนุนการค้าเสรีในกรอบอาเซียนที่ได้ประกาศเป็นประชาคมเศรษฐกิจ รวมทั้งกรอบการค้าในเอเชียตะวันออก

"ที่ผ่านมาการเจรจาการค้าเสรีในระดับทวิภาคีของรัฐบาลก่อนๆ ทำไปโดยขาดยุทธศาสตร์ ขาดการวิเคราะห์ถึงความสำคัญว่าควรจะดำเนินการเจรจาด้านการค้าเสรีกับประเทศใดก่อนหรือหลัง ไม่มีการศึกษาผลกระทบ คิดเพียงผลักดันให้เป็นไปตามความสะดวก มากกว่าจะเอาประโยชน์และภาพรวมของเศรษฐกิจเป็นตัวตั้ง" 

นายนิลสุวรรณ ลีลารัศมี ผู้แทนสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การป้องกันความเสียหายจากผลกระทบของการค้าเสรีที่ดีที่สุดคือ การมีฐานข้อมูลที่ดี และนำข้อมูลนั้นมาใช้ประโยชน์ทุกภาคส่วน ที่ผ่านมาไทยเสียโอกาสในการเจรจา เช่น กรณีสินค้าทูน่า ภายใต้ข้อตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น ซึ่งกำหนดแหล่งกำเนิดสินค้าที่ไม่สามารถปฏิบัติได้ แม้จะยอมลดภาษีให้ก็ตาม

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการเจรจาต้องเร่งให้ข้อมูลกับประชาชนให้ทราบว่าการเจรจานั้นๆ ใครได้ประโยชน์และใครเสียประโยชน์ เพื่อให้เกิดการปรับตัวและรู้จักวิธีใช้เอฟทีเออย่างได้ผลสูงสุด พร้อมกับเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการค้าเสรีหรือกฎระเบียบเพื่อให้ภาคธุรกิจใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ด้วย

“หากจะวัดความสำเร็จจากเอฟทีเอ ตัวชี้วัดที่เห็นง่ายที่สุด คือ ปริมาณการค้า และดุลการค้า ซึ่งเอฟทีเอทั้ง 8 ฉบับที่ไทยมีอยู่ มีมากถึง 6 ฉบับไทยได้ดุลการค้า อีก 2 ฉบับ ได้แก่ จีน และญี่ปุ่น สามารถเข้าใจได้ว่าเป็นแหล่งนำเข้าวัตถุดิบและสินค้า แต่ชี้วัดแค่นี้ไม่พอ” นายนิลสุวรรณ กล่าว 

นางอัญชนา วิทยาธรรมธัช รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า ในส่วนของกระทรวงพาณิชย์มีโครงการช่วยเหลือเพื่อการปรับตัวของภาคการผลิตและภาคบริการที่ได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้า (กองทุน เอฟทีเอ) โดยมีงบประมาณดำเนินการ ปี 2550-2552 รวม 240 ล้านบาท ผลการดำเนินการที่ผ่านถึงปัจจุบัน โครงการที่ได้รับอนุมัติแล้ว 17 โครงการ วงเงินประมาณ 125 ล้านบาท

Tags : อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

ความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement