กรุงเทพธุรกิจ

ad a1

ธุรกิจ : Media

วันที่ 16 มกราคม 2553 08:00

งบโฆษณาปีนี้โต7% เคเบิล-ทีวีดาวเทียมมาแรง

TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

มีเดีย เอเยนซี "กรุ๊ปเอ็ม" ประเมินอุตสาหกรรมโฆษณาปี 2553 "ฟื้นตัว" โต 5-7% ชี้เทรนด์เคเบิล-ทีวีดาวเทียม เติบโตสูงหลังฟรีทีวีปรับราคา

นายรัฐกร สืบสุข Trading Partner กรุ๊ปเอ็ม (มีเดีย เอเยนซี) กล่าวไว้ในวารสารมาร์เก็ตติ้งแอนด์มีเดียแฟลชของมายด์แชร์ว่าอุตสาหกรรมสื่อโฆษณาในปี 2552 มีการฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลัง จากครึ่งปีแรกที่มีอัตราการลดลง 5% เนื่องจากลูกค้ามีการชะลอการใช้งบประมาณและการเปิดแคมเปญการตลาด  หลังจากภาพรวมเศรษฐกิจเริ่มมีสัญญาณการฟื้นตัวและไม่มีความรุนแรงทางการเมือง  พบว่าลูกค้าเริ่มกลับมาใช้งบสื่อสารการตลาดและโฆษณาในช่วงครึ่งปีหลังอีกครั้ง ส่งผลให้การใช้งบโฆษณาผ่านสื่อเริ่มฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว ทำให้เมื่อสิ้นปี 2552 งบโฆษณากลับมาเท่ากับปี 2551

การใช้จ่ายงบโฆษณาปี 2552 ในสื่ออินเทอร์เน็ตเติบโตสูงสุดในอัตรา 44% ส่วนสื่อทีวี ยังเป็นสื่อหลักของอุตสาหกรรมที่มีอัตราการเติบโต 4% และยังเป็นสื่อที่ลูกค้ามีความต้องการใช้สูง หลังจากมีความเชื่อมั่นในภาพเศรษฐกิจฟื้นตัว  

ขณะที่สื่อป้ายโฆษณาตามการรายงานของนีลเส็นฯ เติบโต 2% แต่จากการประเมินของบริษัทน่าจะอยู่ในภาวะลดลง 10-15%  ส่วนสื่อวิทยุและหนังสือพิมพ์ ตัวเลขการใช้งบโฆษณาลดลงอย่างมาก น่าจะอยู่ที่ระดับ 20% และสื่อโรงภาพยนตร์ ที่เติบโตกว่า 20% น่าจะเติบโตจากการปรับราคาโฆษณา  เชื่อว่าตัวเลขการใช้งบจริงในสื่อนี้จะอยู่ในภาวะลดลง 30-35%

นายรัฐกร กล่าวอีกว่าการใช้งบโฆษณาผ่านสื่อปี 2552  แบ่งเป็น 4 กลุ่มหลัก ในกลุ่มแรกเป็นกลุ่มที่มีอัตราการเติบโตสูง คือ เอฟเอ็มซีจี หรือสินค้าอุปโภคบริโภค การใช้งบเติบโต 12%, เครื่องดื่มเติบโต 9%, ภาครัฐ เติบโต 9%  กลุ่มที่มีอัตราการเติบโตปกติ คือ ค้าปลีก 5% และ เทเลคอม 2%  กลุ่มที่อยู่ในภาวะลดลง  คือ สถาบันการเงิน ลดลง 8%  และกลุ่มที่มีอัตราการลดลงอย่างมาก คือ อสังหาริมทรัพย์ ลดลง 23% และยานยนต์  ลดลง 30%    

อย่างไรก็ตามคาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมโฆษณาปี 2553  กลุ่มเอฟเอ็มซีจีและเครื่องดื่ม ยังเป็นกลุ่มที่มีการใช้งบโฆษณาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง  และการแข่งขันฟุตบอลโลก 2010 จะกระตุ้นอัตราเติบโตของการใช้งบการตลาดด้านกิจกรรมที่ไม่ผ่านสื่อทีวี  โดยกลุ่มค้าปลีกยังรักษาการเติบโตได้เช่นเดียวกับปีก่อน  ขณะที่การใช้งบโฆษณากลุ่มเทเลคอม อาจจะเติบโตเป็นตัวเลขหลักเดียว หากไม่มีความชัดเจนของการให้บริการ 3จี  ส่วนกลุ่มยานยนต์จะมีการใช้งบเพิ่มขึ้น จากการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่เทคโนโลยี ไฮบริด และ อีโค คาร์

คาดโฆษณาปี53โต5-7%

การใช้งบโฆษณาผ่านสื่อเคเบิลทีวี และทีวีดาวเทียม จะเติบโตสูงในปีนี้  สืบเนื่องจากข้อจำกัดของเวลาโฆษณาในฟรีทีวีซึ่งถูกควบคุมให้ไม่เกิน 240 นาทีต่อวัน  ขณะที่สื่อดิจิทัลยังคงมีอัตราการเติบโตสูง เนื่องจากตลาดยังมีความต้องการใช้สื่อและวัดผลได้ชัดเจน สำหรับวิทยุและสิ่งพิมพ์จะค่อยๆ ฟื้นตัวในปีนี้  และสื่อโรงภาพยนตร์ยังอยู่ในทิศทางเติบโตเช่นเดียวกับปีก่อน คาดว่าอุตสาหกรรมโฆษณาปีนี้ จะเติบโตในระดับ 5-7% เมื่อเทียบกับปีก่อน หรือ มีมูลค่า 9.3 หมื่นล้านบาท

"แม้อุตสาหกรรมโฆษณาปีนี้จะมีทิศทางดีขึ้น แต่การเลือกใช้สื่อยังคงต้องใช้ความระมัดระวังเพิ่มขึ้นเป็นพิเศษ เพราะราคาโฆษณามีการปรับตัวสูงขึ้น เช่นสื่อที่มีความต้องการมากอย่างเช่นทีวี ที่มีการปรับราคาขึ้นประมาณ 7-8% อีกทั้งการโฆษณามากขึ้นย่อมหมายถึงการแข่งขันชิงส่วนแบ่งตลาดก็จะเพิ่มมากขึ้นเป็นเงาตามตัว ดังนั้นการเข้าใจผู้บริโภคและการทำงานใกล้ชิดกับเจ้าของสื่อจะเป็นกุญแจสำคัญในการประสบความสำเร็จในการวางแผนสื่อในปี 2553" นายรัฐกร กล่าว

นีลเส็นฯเผยงบปี2552ทรงตัว

บริษัท เดอะ นีลเส็น คอมปะนี จำกัด  สรุปตัวเลขการใช้งบโฆษณาผ่านสื่อปี 2552 เปรียบเทียบปี 2551  มีมูลค่า 90,217 ล้านบาท เติบโต 0.11% แบ่งเป็นสื่อโทรทัศน์ มีมูลค่า  52,935 ล้านบาท เติบโต 3.52%, วิทยุ 6,165 ล้านบาท ลดลง 11.08%, หนังสือพิมพ์ มูลค่า 14,149 ล้านบาท ลดลง 7.41%, นิตยสาร 5,227 ล้านบาท ลดลง 12.85% 

โรงภาพยนตร์ 4,947 ล้านบาท เติบโต 18.55%, ป้ายโฆษณา (outdoor) 3,960 ล้านบาท ลดลง 6.36%, สื่อเคลื่อนที่  1,755 ล้านบาท  เติบโต 27.92%, สื่อในร้านค้า (In Store) 820 ล้านบาท ลดลง 0.73%  และอินเทอร์เน็ต 259 ล้านบาท เติบโต  50.58%

บริษัทที่ใช้งบโฆษณาสูงสุดในปี 2552 คือ ยูนิลีเวอร์ (ไทย) โฮลดิ้งส์ มูลค่า 5,367 ล้านบาท  เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 1,015 ล้านบาท 

 

Tags : กรุ๊ปเอ็ม โฆษณา

ความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement

advertisement