กรุงเทพธุรกิจ

ธุรกิจ : MBA

วันที่ 2 กรกฎาคม 2555 14:27

คนสร้างงาน งานสร้างคน @ TOA

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

ที่ผ่านมามีหลายความคิดสะท้อนถึงระยะห่างของการทำงานร่วมกันระหว่างสถาบันการศึกษาในฐานะการผลิตคนป้อนสู่ภาคอุตสาหกรรมการผลิตและบริการ

ขณะที่เอกชนซึ่งเป็นฝ่ายรับไม้ต่อด้วยการนำผลิตผล (ผู้สำเร็จการศึกษา) ในแต่ละปีไปสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจ
 วันนี้ระยะห่างที่ว่ามาข้างต้นกำลังจะแคบลงเรื่อยๆ เปลี่ยนเป็นความกระชับที่แน่นแฟ้นขึ้นระหว่างองค์กรเอกชน สถาบันการศึกษา และหน่วยงานรัฐ
 การจับมือระหว่างกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารกับ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เพื่อร่วมกันพัฒนาหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิทยาการโทรคมนาคม โดยมีเป้าหมายที่การผลิตบุคลากรด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และการเตรียมคนด้านการสื่อสารให้พร้อมกับการรวมตัวประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558
 ความร่วมมือที่เกิดขึ้นระหว่างภาคเอกชน 8 แห่ง ประกอบด้วย โรงแรมเบสท์เวสเทิร์นอัลลามันดา ลากูน่า ภูเก็ต, โรงแรมดวงจิตต์ รีสอร์ท แอนด์ สปา,โรงแรมโบ๊ทลากูน รีสอร์ท, บริษัท เอ็ม เค เรสโตรองค์ จำกัด, โรงแรมเอ้าท์ริกเตอร์ ลากูน่า ภูเก็ต, โรงแรมไอบิส ภูเก็ต, บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และโรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ รีสอร์ท ภูเก็ต กับ วิทยาลัยอาชีวศึกษาภูเก็ต ในการส่งนักศึกษาประเภทวิชาช่างอุตสาหกรรม พาณิชยกรรม เกษตรกรรม ศิลปกรรม และ คหกรรม เข้าทำงานจริงระหว่างการเรียน
 ยังมีอีกหลายความร่วมมือที่เกิดขึ้นซึ่งส่วนใหญ่เป็นทิศทางของการผนึกแนวร่วม "วิชาการ+ความเชี่ยวชาญ" จนกลายเป็นสูตรสำเร็จของแนวทางสร้าง "คน" ยุคใหม่ และการใช้ความเชี่ยวชาญอยู่ในอุตสาหกรรมสีมานานนับ 40 ปีของ ทีโอเอ ทำให้การขยับเข้าสู่ภาคการศึกษาครั้งนี้มีความน่าสนใจขึ้นมา 
 มุมมองของ จตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด แตกออกเป็น 2 ด้านหลัก ๆ ก็คือ การนำองค์ความรู้ความเชี่ยวชาญด้านสี และผลตภัณฑ์ทีโอเค ถ่ายทอดสู่อีกหลายคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง อาทิ อาจารย์ นักศึกษา ช่างไม้ พร้อมๆ กับสร้างการรับรู้แบรนด์ทีโอเอ ไปในตัว  กับอีกด้านเป็นการเริ่มเตรียมพร้อมรับมือการขาดแคลนแรงงานทักษะปานกลางถึงสูงในอนาคต
 ที่ผ่านมา ทีโอเอ โฟกัสไปกับหลายๆ กิจกรรมที่ล้วนสนับสนุนทั้ง 2 เป้าหมายข้างต้น
 การมอบทุนการศึกษาเป็นสิ่งที่ ทีโอเอ ดำเนินการมาโดยตลอด เพียงแต่ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา  ได้มีการพัฒนาความร่วมมือไปสู่การร่างหลักสูตรร่วมกับกรมอาชีวะศึกษาในสาขางานก่อสร้าง
 "ที่ดำเนินการอยู่เป็นการพัฒนาหลักสูตรระยะสั้น โดยในปี 2556 นำร่องที่จะนำหลักสูตรเข้าสู่การเรียนการสอน ประมาณ 8-10 แห่ง จากนั้นจะรอดูผลตอบรับก่อนจะขยายจำนวนสถาบันการศึกษาต่อไป"
 โดยเนื้อหาของหลักสูตรระยะสั้นเบื้องต้นของทีโอเอ แบ่งออกเป็น ภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติ
 ในส่วนของภาคปฏิบัติ ประกอบด้วย องค์ประกอบของสี กระบวนการผลิตสี วัตถุประสงค์ของการทาสี ชนิดของสีกับอาคาร ระบบสี และขั้นตอนการทำงาน การบำรุงรักษาเครื่องมือและอุปกรณ์สำหรับงานสี การใช้งาน และการบำรุงรักษา ปัญหางานสี สาเหตุ และวิธีการแก้ไข การคำนวณพื้นที่ การคิดปริมาณสีและการประเมินราคา
 ภาคปฏิบัติงานสี จะเรียนเกี่ยวกับการปฏิบัติการเตรียมพื้นงานผิวก่อนการทาสี การปฏิบัติการทาสีน้ำบนพื้นผิวปูนคอนกรีต และไม้ การปฏิบัติการทาสีน้ำมันบนพื้นผิวงานไม้ การปฏิบัติการทาสีบนผิววัสดุสำเร็จรูป และการปฏิบัติการแก้ไขปัญหาสีเป็นฝุ่นผง เป็นเชื้อรา สีหลุดร่อน สีบวมพอง รอยแตกร้าว
 จากเนื้อหาหลักสูตรข้างต้นเป้าหมายก็เพื่อสร้างความเข้าใจในหลักการของงานสี การทำงานสีตามขั้นตอนได้อย่างถูกต้อง มีคุณภาพและปลอดภัย การใช้ผลิตภัณฑ์ได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมกับงานพื้นผิว และเพื่อให้สามารถคิดประมาณราคาค่าจ้างในการทำงานสีได้อย่างถูกต้อง
 นอกจากการพัฒนาหลักสูตรร่วมกับกรมอาชีวศึกษาแล้ว จตุภัทร์ บอก อีกแนวทางที่สำคัญก็คือ การจัดสัมนา และอบรมให้กับอาจารย์สถาบันการศึกษาในเครือข่ายอาชีวศึกษาอย่างต่อเนื่อง เฉลี่ย 300 คนต่อปี ในระยะเวลาครั้งละ 3-5 วัน เป้าหมายมุ่งไปที่การให้ความรู้และอัพเดทเกี่ยวกับเทรนด์สี และเทคโนโลยีเกี่ยวกับสี
 "ถ้าหากงานสีไม่ดีแล้ว การสร้างตึกไม่ว่าโครงสร้างจะทำดีแค่ไหนก็อาจจะเกิดปัญหาขึ้นได้ ถ้าเข้าใจเรื่องงานสีแล้วคุณภาพของงานก่อสร้างจะออกมาดีด้วย หรือไม่ก็สามารถลดปัญหาได้มากถึง 70%
 นั่นเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ ทีโอเอ มุ่งสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้สีอย่างถูกต้อง ตรงตามมาตรฐานแล้ว ซึ่งนอกจากจะพัฒนาในรูปแบบของหลักสูตรแล้ว ยังมีการทำงานผ่านกลไกต่างๆ อีกด้วย โดยหนึ่งในนั้นคือ การจัดแข่งขัน “TOA The King of Wood" ที่จัดมาต่อเนื่องเป็นปีที่ 3  ซึ่งเวทีนี้จะเปิดโอกาสให้นักเรียน นักศึกษาอาชีวศึกษาในแผนกวิชาช่างก่อสร้าง และแผนกวิชาศิลปกรรม พัฒนาทักษะวิชาชีพด้านงานไม้งานสีและการออกแบบให้มีมาตรฐานและคุณภาพเทียบเท่าระดับสากล
 "เราไม่ได้หวังหลักสูตรว่าจะใหญ่โตอะไร แต่หวังในเรื่องการเปิดช่องทางและโอกาสใหัคนทั่วไปได้สัมผัสกับ ทีโอเอ มากขึ้น ขณะเดียวกันก็หวังถึงการปรับทัศนคติให้กับนักศึกษาในการเลือกเรียนเข้าสู่สายอาชีพมากขึ้น"
 จตุภัทร์ บอกแม้ว่า ทีโอเอ จะไม่ได้อยู่ในภาวะที่ขาดแคลนแรงงานแต่สำหรับอนาคตเป็นเรื่องที่ต้องเตรียมการ โดยวันนี้มีพนักงานราวพันคน มากกว่า 50% เป็นระดับการศึกษาต่ำกว่ามัธยมศึกษาปีที่ 6 อีก 30% เป็นระดับปวส. และ ปวช. ที่เหลือเป็นระดับปริญญาตรี ซึ่งในคนกลุ่มนี้เป็นคนที่มีทักษะสูงด้านวิจัยและพัฒนา และมีความเชี่ยวชาญด้านเทคนิคสี
  จะเห็นได้ว่า การทำงานอย่างต่อเนื่องของ ทีโอเอ กับการนำส่งความเชี่ยวชาญด้านสีไปสู่คนอีกหลายๆ กลุ่มวิชาช่าง แม้จะเป็นเรื่องวิชาการ แต่เป็นการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก ขณะเดียวกันก็ตอกย้ำภาพความเก่งในอุตสาหกรรมสีกับประสบการณ์ที่สั่งสมมาถึง 40 ปี
 อีกด้านเป็นการสร้างแบรนด์องค์กรในกลุ่มผู้กำลังจบการศึกษา (Employee of Choice) คาดหวังถึงการดึงคนเก่งทักษะสูงเข้าเป็นส่วนหนึ่งใน ทีโอเอ ในอนาคต
 ภาพการสร้างคน(เก่ง) และสร้างงานใน ทีโอเอ กำลังขับเคลื่อนไปสู่อีกขั้นกับโปรเจ็คใหม่ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้น อาทิ การเจรจากับสถาบันอาชีวศึกษาในภาคตะวันออก กับความร่วมมือในรูปแบบของการฝึกงานโดยบรรจุเป็นหน่วยกิตของการศึกษา เป็นต้น
 เป้าหมายก็เพื่อตอบโจทย์ใหญ่ ที่ว่า
 "ทีโอเอ ไม่ได้ขายเฉพาะผลิตภัณสี แต่ขายความเชี่ยวชาญ"
  

Tags : ทีโอเอ

Adsense

advertisement

advertisement

AD Position a2 2

advertisement