คาเธ่ย์ แปซิฟิค เดินหน้าจับลูกค้ากลุ่มธุรกิจ หลังจากตลาดนักท่องเที่ยวถูกสายการบินโลว์คอสท์แย่งชิงส่วนแบ่ง
นายยงยุทธ ลุจินตานนท์ ผู้จัดการฝ่ายขายและการตลาดประจำประเทศไทยและพม่า บริษัท คาเธ่ย์ แปซิฟิค แอร์เวย์ จำกัด กล่าวว่า ปีนี้บริษัทมีแผนเพิ่มกลุ่มลูกค้านักธุรกิจมากขึ้น เนื่องจากเป็นตลาดที่มีศักยภาพและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี โดยปัจจุบันมีสัดส่วน 65% ขณะที่กลุ่มท่องเที่ยวเหลือ 35% เนื่องจากสายการบินโลว์คอสท์ชิงส่วนแบ่งไปมากในรอบหลายปีที่ผ่านมา
ล่าสุด คาเธ่ย์ วางแนวทางขยายฐานลูกค้าเจาะกลุ่มนักธุรกิจเอสเอ็มอีที่มีอยู่ประมาณ 2.9 ล้าน บริษัททั่วไทย ด้วยการออกโปรแกรม “คอร์ปอเรท ทราเวล โซลูชั่นส์” หรือ ค็อทส์ ให้บริษัทขนาดกลางหรือย่อมที่มีการจองตั๋วเครื่องบินในยอด 3.5 แสนบาทขึ้นไปต่อปี และมีพนักงานเดินทางตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป จะได้สิทธิ คือ 1.สิทธิจองตั๋วเครื่องบินลดราคาพิเศษอีก 5-8% จากราคาบนเว็บไซต์ 2.ได้ใช้สิทธิเข้าเป็นสมาชิกมาร์โคโปโล คลับ และใช้บริการเลานจ์ที่สนามบิน สิทธิเช็คอินก่อน (Priority Check-in) เป็นต้น ขณะนี้มีลูกค้าเอสเอ็มอีเข้าร่วม 120 บริษัท ทั้งกลุ่มธุรกิจเครื่องเพชร เครื่องประดับ กลุ่มเกษตร และการศึกษา โดยตั้งเป้าปี 2555 จะมีลูกค้าเพิ่ม 100% เป็น 240 บริษัท
"ช่วง 3 ปี ก่อนเริ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 กลุ่มธุรกิจนี้ยังมีโอกาสเติบโตตามการพัฒนาเชิงเศรษฐกิจของกลุ่มภูมิภาคนี้ที่มีเอสเอ็มอีเป็นฐานสำคัญ"
นายยงยุทธ กล่าวว่า แนวทางดำเนินธุรกิจปีนี้มี 3 เรื่องหลักที่ต้องเน้นคือ 1.ลดต้นทุน หลังได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น 2.กลยุทธ์ด้านราคาจากการเปิดเสรีการบินที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้เกิดสงครามราคา และ 3.การเฝ้าระวังผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจในยุโรป และหันมาเน้นลูกค้าในเอเชียมากขึ้น โดยคาดว่าประเทศที่จะเดินทางมากขึ้นได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ไทย และ สิงคโปร์
นายยงยุทธ กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังดำเนินการตามแผนพัฒนาสินค้าใหม่ ด้วยการเพิ่มที่นั่งชั้นพรีเมียม อีโคโนมี เพื่อรองรับนักธุรกิจประเภทเอสเอ็มอี และกลุ่มคนที่เริ่มมีฐานะทางธุรกิจซึ่งต้องการความสะดวกสบายเพิ่มจากชั้นประหยัด โดยมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม 30% ซึ่งได้ทยอยปรับเพิ่มชั้นที่นั่งนี้ 28 ที่นั่ง, 32 ที่นั่ง และ 38 ที่นั่งต่อลำ เริ่มให้บริการเดือนมี.ค. นี้ใน 5 เส้นทาง คือ แวนคูเวอร์ โตรอนโต นิวยอร์ก ซิดนีย์ และ ลอนดอน
สำหรับปี 2554 ที่ผ่านมา กลุ่มคาเธ่ย์ และ ดราก้อน แอร์ สายการบินเครือข่ายในจีน มีอัตราบรรทุกเฉลี่ย 86% ขณะที่เส้นทางจากไทยไตรมาสสุดท้ายซึ่งเจอปัญหาน้ำท่วมทำให้อัตราลดเหลือต่ำกว่า 70% แต่คาดว่าเดือนก.พ.-พ.ค. จะเข้าสู่ภาวะปกติ และเส้นทางบิน กรุงเทพฯ - ฮ่องกง ได้กลับมาบินตามปกติ หลังจากลดเที่ยวบินไป 1 เที่ยวต่อวัน ในช่วง 2 สัปดาห์ ที่เกิดปัญหาน้ำท่วม
