พีดับบลิวซีไทย ชี้หลังน้ำลดบริษัทแห่ทำแผนธุรกิจต่อเนื่องรับมือภาวะฉุกเฉิน แจ้งเกิดธุรกิจใหม่ "พลังงานสำรอง" ชงรัฐเสนอแผน"บีซีพีอาเซียน"
นางสาววิไลพร ทวีลาภพันทอง หุ้นส่วนสายงานที่ปรึกษาด้านธุรกิจ บริษัท พีดับบลิวซี ประเทศไทย เปิดเผยว่า เหตุการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมาทำให้หลายบริษัทหันมาให้ความสำคัญกับการวางแผน หรือหาแนวทางป้องกันเพื่อเตรียมรับมือกับเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึง ไม่ว่าจะเป็นภัยธรรมชาติ หรือภัยจากการกระทำของมนุษย์ โดยผู้ประกอบการต้องรับมือกับเหตุการณ์ต่างๆ อย่างมีสติ ประเมินสถานการณ์-ความเสียหาย หาแนวทางป้องกันทั้งทุกระดับ เพื่อลดความเสี่ยงทางธุรกิจ
พีดับบลิวซี ได้ให้คำแนะนำกับลูกค้าที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์น้ำท่วม ในเบื้องต้นเพื่อรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉิน โดยใช้แนวทางของแผนดำเนินธุรกิจต่อเนื่อง หรือแผนบีพีซี (BPC : Business continuity planning) ภายใต้มาตรฐาน BS25999 หรือ Business Continuity Management (การบริหารจัดการเพื่อความต่อเนื่องทางธุรกิจ) เพื่อประเมินความเสียหายเชิงธุรกิจ ว่ามีในส่วนไหนโดยเรียงลำดับความสำคัญจากมากไปหาน้อย อาทิ ด้านเครื่องจักร, บุคลากร, สถานที่, เอกสาร ซัพพลายเออร์ รวมถึงเส้นทาง และเรื่องระบบความปลอดภัยต่างๆ พร้อมหาแหล่งเงินทุนให้ลูกค้า
จากนั้นจะนำข้อมูลที่ได้มาประกอบการตัดสินใจเพื่อหากลยุทธ์ และแผนสำรองเพื่อฟื้นฟูธุรกิจของลูกค้า แบ่งเป็น 3 ระยะ คือ ระยะต้น, กลาง และยาว ลูกค้าที่มีแผนดำเนินธุรกิจต่อเนื่องจะสามารถกอบกู้ธุรกิจกลับมาได้ง่ายกว่าลูกค้าที่ไม่มีแผนรองรับ ปัจจุบันบริษัทมีลูกค้าภายในประเทศไทย 100 ราย ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ ส่วนลูกค้าทั่วโลกมีกว่า 1 หมื่นราย
"หลังวิกฤติน้ำท่วมกลับสู่ภาวะปกติ เชื่อว่าบริษัทต่างๆ จะให้ความสำคัญกับการทำแผนบีพีซีมากขึ้น" นางสาววิไลพร กล่าวและว่า จะมีธุรกิจใหม่ๆ เกิดขึ้น เช่น ธุรกิจแหล่งพลังงานสำรองต่างๆ ซึ่งจะเห็นได้จากประเทศต่างๆ ที่ประสบภัยธรรมชาติอย่างญี่ปุ่น มีธุรกิจเกิดใหม่เพื่อรองรับผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติ และพีดับบลิวซียังมีความเห็นจะนำแผนบีพีซี ไปรวมเป็นส่วนหนึ่งในการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ในปี 2558 เพื่อกำหนดเป็นแผนธุรกิจต่อเนื่องอาเซียน หรือ "บีซีพี อาเซียน" ทั้งด้านการขนส่ง และการใช้แหล่งพลังงานสำรอง
ที่ผ่านมาบริษัทได้ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) กำหนด 18 เรื่องหลักที่ควรมีแนวทางป้องกัน ใช้ข้อมูลที่เกิดขึ้นภายในประเทศเป็นแนวทางการกำหนด เช่น ด้านสาธารณะภัย อุทกภัย, ภัยจากพายุหมุนเขตร้อน, ภัยจากอัคคีภัย, ภัยจากสารเคมีและวัตถุอันตราย, ภัยจากการคมนาคมและขนส่ง, ภัยแล้ง, ภัยจากอากาศหนาว ฯลฯ ซึ่งภัยร้ายแรงที่สุดของไทยขณะนี้ คือภัยจากธรรมชาติ จากอุทกภัย และภัยแผ่นดินไหว
Tags : พีดับบลิวซี • น้ำท่วม
