กรุงเทพธุรกิจ

ad a1

ธุรกิจ : Marketing

วันที่ 25 มกราคม 2554 06:00

ชุมพลเผยกฤษฎีกาตีความไม่ให้สิทธิวีซ่า เตรียมเสนอครม. 2ทางรอด อีลิทการ์ด

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

ชุมพล แง้มกฤษฎีกาตีความรัฐไม่สามารถมอบสิทธิประโยชน์วีซ่าแก่เอกชนได้ ลั่นหากไร้สิทธิ์วีซ่าคาดเอกชนเมินซื้อกิจการต่อ เตรียมเสนอ 2 ทางเลือกแก

                นายชุมพล  ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า  ได้รับรายงานจากคณะกรรมการกฤษฎีกาถึงการตีความเรื่องสิทธิประโยชน์วีซ่าของบริษัทไทยแลนด์พริวิเลจ คาร์ด หรือทีพีซี แล้วว่า  รัฐบาลไม่สามารถมอบสิทธิ์เรื่อง อำนาจการมอบวีซ่าฟรี ให้แก่ภาคเอกชนเพื่อไปดำเนินการทางธุรกิจได้  โดยผลการตีความดังกล่าวคาดว่า กฤษฎีกา จะดำเนินการเป็นลายลักษณ์อักษรและนำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)เร็วๆนี้

                ทำให้หลังจากนี้จะมีการเข้าหารือกับ ครม. เพื่อปรึกษาถึงประเด็นดังกล่าว ซึ่งเชื่อว่าหากไม่มีเรื่องสิทธิประโยชน์วีซ่า 5 ปี ซึ่งเป็นจุดขายที่สำคัญ  กิจการของอีลิทการ์ดก็คงไม่น่าสนใจในสายตาของเอกชนและนักลงทุนที่จะเข้ามาซื้อกิจการต่ออย่างแน่นอน  ทั้งนี้ยังต้องเข้าสู่ทางเลือกที่สอง คือ โอนกิจการเข้ามาให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้น100% เป็นผู้บริหารโครงการนี้ต่อไป แล้วยุบบริษัท หรืออาจยุบบริษัทไปเลยและ คืนเงินให้แก่สมาชิกผู้ถือบัตร ซึ่งใช้เงินชดเชยราว 2 พันล้านบาท

นายชุมพล กล่าวว่า  ในส่วนของการยุบโครงการและคืนเงินให้สมาชิกนั้น เชื่อว่าจะไม่ทำให้เกิดปัยหาการฟ้องร้องจากสมาชิก เพราะเชื่อว่า สมาชิกหลายคนก็ต้องการเงินคืน เพราะ บางรายซื้อไว้แต่ก็ไม่ได้ใช้บริการอยู่แล้ว  ปัจจุบันมีเพียงบางกลุ่มเท่านั้นที่เข้ามาใช้ และส่วนใหญ่ให้ความสำคัญในการใช้บริการฟาสต์แทรกที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง เพื่อความสะดวกสบายมากที่สุดอีกด้วย

                อย่างไรก็ตาม นายชุมพล กล่าวด้วยว่า  หลังจากที่ได้ข้อสรุปเรื่องอีลิทการ์ดแล้ว กระทรวงฯมีแผนที่จะให้ ททท.พิจารณาเรื่องการลงทุนในบริษัท ไทยจัดการลองสเตย์ หรือ ทีแอลเอ็ม ด้วย โดยมีแนวคิดต้องการที่จะให้ ททท.ถอนหุ้นที่ถืออยู่ 30% จากบริษัทดังกล่าว เนื่องจากที่ผ่านมาบริษัทมีผลประกอบการที่ไม่ดีนัก โดยยังไม่มีผลกำไรและการเติบโต

 

ปัจจุบันสมาชิกบัตรอีลิทการ์ดมีมากกว่า  2,500 ราย เป็นนักธุรกิจและนักลงทุน โดยผลประกอกบารของอีลิทการ์ดในปีที่ผ่านมา พบว่าสามารถทำกำไรทางบัญชีได้ 72 ล้านบาท จากปี 2552 ที่ขาดทุนทางบัญชีอยู่กว่า 10 ล้านบาท เป็นผลจากการปรับลดรายจ่ายด้านการบริหารจัดการ และการปรับลดพนักงานต่อเนื่อง เนื่อจากบริษัทถูกสั่งให้ยุติการทำกิจกรรมต่างๆเพื่อรอกฤษฎีกาตีกความเท่านั้น

 

Tags : ท่องเที่ยว

advertisement

advertisement

advertisement