ศึกบอลโลกปลุกกระแสโฆษณา-การตลาดคึก "อาร์เอส" โกยรายได้แพ็คเกจโฆษณาทะลุเป้ากว่า 500 ล้านบาท กระตุ้นวงเงินโฆษณาสะพัด 2 พันล้านบาท
โฆษณาช่อง 3 และ 7 ขายหมดตั้งแต่ปลายปี 2552 สินค้าแห่จัดแคมเปญ เครื่องใช้ไฟฟ้ากลุ่มจอภาพคึกคักคาดยอดโต 30%
มหกรรมการแข่งขัน "ฟุตบอลโลก 2010" หรือ FIFA World Cup 2010 ที่ประเทศแอฟริกาใต้กลางปีนี้ ถือเป็นช่วงเวลาที่ผู้ประกอบการภาคธุรกิจต่างๆ พยายามโหนกระแส ช่วงชิงโอกาสสร้างรายได้ ด้วยการจัดอีเวนท์และโปรโมชั่นส่งเสริมการขายเก็บเกี่ยวส่วนแบ่งตลาดและ สร้างอารมณ์ซื้อ รับสัญญาณการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่เริ่มเห็นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะสินค้าที่เชื่อมกับกีฬาหรือสปอร์ต มาร์เก็ตติ้งอื่นๆ
นายสุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปีนี้อาร์เอสเป็นผู้บริหารลิขสิทธิ์การแข่งขันฟุตบอลโลก 2010 ประเทศแอฟริกาใต้ วันที่ 11 มิ.ย.-11 ก.ค. 2553 ปัจจุบันสามารถขายสปอนเซอร์ได้ตามเป้าหมาย 500 ล้านบาท โดยมีแพ็คเกจ แพลทินัม 4 ราย คือ จักรยานยนต์ยามาฮ่า, โคคา-โคลา, เบียร์ช้าง และแบรนด์ "เคลียร์"
นอกจากนี้ ยังมีแพ็คเกจโกลด์อีก 9 ราย ซึ่งอาร์เอส วางแผนจัดกิจกรรมต่อยอดการบริหารคอนเทนท์ฟุตบอลโลก เพื่อหารายได้อื่นๆ อีก ซึ่งคาดว่าการบริหารลิขสิทธิ์ครั้งนี้จะทำให้อาร์เอสมีรายได้รวม 530 ล้านบาท
ถ่ายสดช่วงไพร์มไทม์ดึงสปอนเซอร์
นายสุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด ผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 เปิดเผยว่า ช่อง 3 และ ช่อง 7 เป็นพันธมิตรหลักถ่ายทอดสดและการทำตลาดขายโฆษณาการแข่งขันฟุตบอลโลกปีนี้ ร่วมกับอาร์เอส โดยขายโฆษณาเต็มทุกแพ็คเกจตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา
"กระแสตอบรับของผู้ลงโฆษณาดังกล่าวมาจากปัจจัย เศรษฐกิจฟื้นตัว เห็นได้จากการใช้งบโฆษณาผ่านสื่อกลับมาเติบโตอีกครั้งหนึ่ง ตลอดไตรมาสสี่ปีก่อนโฆษณาผ่านสื่อทีวีเติบโตกว่า 10%" นายสุรินทร์ กล่าว และว่าความสนใจของอีเวนท์บอลโลก ปัจจัยสำคัญมาจากทีมใหญ่ๆ ทุกทีมผ่านการคัดเลือกเข้าสู่การแข่งขันที่ประเทศแอฟริกาใต้ ทำให้เป็นทัวร์นาเมนท์ที่น่าติดตามชมสำหรับคอบอลชาวไทย และการแข่งขันที่แอฟริกา จะถ่ายทอดสดมายังประเทศไทยอยู่ในช่วงไพร์มไทม์พอดี คือช่วง 18.00 น. และ 21.00 น. เชื่อว่าจะมีผู้ชมติดตามชมจำนวนมาก ดังนั้นสินค้าและบริการจึงสนใจซื้อแพ็คเกจสปอนเซอร์โฆษณาจำนวนมาก
โฆษณาบอลโลกสะพัด2พันล้าน
นายวิทวัส ชัยปาณี นายกสมาคมโฆษณาธุรกิจแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกปีนี้ซึ่งอยู่ในช่วงเศรษฐกิจฟื้นตัว ทำให้สินค้าและบริการจะใช้งบโฆษณาและจัดแคมเปญกระตุ้นกำลังซื้อหลายกลุ่ม ทั้งแบรนด์ที่เป็นสปอนเซอร์หลักและแบรนด์คู่แข่งที่ไม่เป็นสปอนเซอร์ต่างจะ แข่งขันกันทำการตลาดหลากหลายรูปแบบ ส่งผลให้ช่วงการแข่งขันจะมีเงินโฆษณาและกิจกรรมสะพัดกว่า 2,000 ล้านบาท
"ทุกครั้งที่มีการแข่งขันกีฬาทัวร์นาเมนท์ระดับ โลก แบรนด์ที่เป็นสปอนเซอร์หลักจะใช้งบโฆษณาสูงอยู่แล้ว แต่แบรนด์คู่แข่งในสินค้าประเภทเดียวกันก็จะใช้งบประมาณไม่แตกต่างกัน เพื่อรักษาฐานลูกค้า ฟุตบอลโลกครั้งนี้โคคา- โคลา เป็นเมน สปอนเซอร์ ข้างฝ่ายเป๊ปซี่ ก็จะมีแคมเปญ โดยใช้นักฟุตบอลระดับโลกมาจัดกิจกรรมการตลาดแข่งขันกันเหมือนทุกครั้งที่ ผ่านมา" นายวิทวัส กล่าว
ทั้งนี้ ทุกช่วงที่มีการจัดแข่งขันกีฬาระดับโลกไม่ว่าจะเป็นโอลิมปิก หรือฟุตบอลโลก จะเป็นปัจจัยบวกช่วยกระตุ้นอุตสาหกรรมโฆษณาเติบโตกว่าปกติราว 10% โดยเฉพาะการแข่งขันฟุตบอลโลกปีนี้อยู่ช่วงไตรมาสที่ 2 และ ที่ 3 ของปี ซึ่งเป็นช่วงโลว์ซีซันของอุตสาหกรรมโฆษณาพอดี จึงเชื่อว่าจะส่งผลให้ภาพรวมอุตสาหกรรมโฆษณาทั้งปีเติบโตราว 5% สูงกว่าปีก่อนที่เติบโตเพียง 0.11% หรือมีมูลค่า 9 หมื่นล้านบาท
บอลโลกดันจอภาพโตกว่า 30%
สินค้าที่ได้รับอิทธิพลโดยตรงทุกครั้งที่มีการ แข่งขันกีฬาระดับโลกอีกประเภทคือ กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยเฉพาะหมวด "จอภาพ" ซึ่งขณะนี้เทคโนโลยีได้ก้าวมาสู่จอแอลอีดี ทีวี (LED TV) และ 3ดี แล้ว ขณะที่แอลซีดี (LCD) ก็ยังคงมาแรงอย่างต่อเนื่อง
นายอลงกรณ์ ชูจิตร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท แอลจี อิเล็กทรอนิกส์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าแอลจี เปิดเผยว่า สินค้าที่จะเห็นความคึกคักชัดเจนก็คือ หมวดจอภาพ ทั้งแอลอีดี แอลซีดี และซีอาร์ที ทีวี โดยการแข่งขันของหมวดจอภาพสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ตลาดคือ คอนซูเมอร์ และกลุ่มคอมเมอร์เชียล
สำหรับกลุ่มคอนซูเมอร์ปีนี้ที่จะเป็นไฮไลต์คือ การเปลี่ยนจากจอซีอาร์ทีมาเป็นแอลซีดีทีวี ซึ่งที่ผ่านมาผู้บริโภคบางกลุ่มอาจชะลอการซื้อเนื่องจาก ต้องการรอแคมเปญบอลโลก โดยขนาดที่ช่วยไดร์ฟตลาดกลุ่มนี้ให้ขยายตัวคือ ขนาด 32 นิ้ว
ส่วนกลุ่มคอมเมอร์เชียล เชื่อว่าผู้ประกอบการทั้งที่เป็นห้างร้าน โรงแรม ร้านอาหาร ผับ บาร์ต่างๆ จะเปลี่ยนทีวีมาเป็นแอลซีดี และการเปลี่ยนจะให้มีขนาดใหญ่ขึ้น เนื่องจากราคาจำหน่ายแอลซีดีปัจจุบันมีถูกกว่าเมื่อเทียบกับ 4 ปีที่แล้วที่มีการแข่งขันฟุตบอลโลก หรือเมื่อ 2 ปีก่อนที่มีบอลยูโร
"ผมเชื่อว่าทุกค่ายต้องอัดแคมเปญกันมาก ที่น่าสนใจ ถือปัจจัยบวก คือ ปีนี้ช่วงเวลาของการถ่ายทอดสดเป็นช่วงเวลาที่ไม่ดึกมาก" ผู้บริหาร กล่าว
เพาเวอร์บายเล่นเกมแรง
นางสอางทิพย์ อมรฉัตร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เพาเวอร์บาย จำกัด ศูนย์รวมจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ของไทย เปิดเผยว่า ปีนี้เพาเวอร์บายจะร่วมมือกับซัพพลายเออร์จัดแคมเปญมากขึ้น ทั้งผู้ประกอบการและสถาบันการเงินต่างๆ โดยการจัดแคมเปญนั้นคาดว่าจะแรงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา เนื่องจากเวลาการถ่ายทอดของปีนี้ตรงกับช่วงไพร์มไทม์ หรือเป็นช่วงเวลาที่ไม่ดึกมาก
อย่างไรก็ตาม เพาเวอร์บายเชื่อว่าปีนี้การแข่งขันจะไม่เน้นเรื่องการตัดราคา หรือเปิดสงครามราคากันมาก เนื่องจากปัจจุบันราคาของแอลซีดีถูกกว่าอดีตอย่างมาก โดยขณะนี้กำลังวางแผนการจัดแคมเปญ ซึ่งช่วงที่มีแข่งขันฟุตบอลโลก หมวดจอภาพของเพาเวอร์บายจะเติบโตประมาณ 30%
"แคมเปญคงมาออกในรูปแบบของการผ่อน ดอกเบี้ย 0% นอกจากหมวดจอภาพแล้ว สินค้าที่น่าจะคึกคักขึ้นมาด้วยก็คือ โฮมเธียเตอร์ และมือถือ เช่น มือถือดูทีวีได้ บอลโลกน่าจะช่วยกระตุ้นสินค้าเหล่านี้ด้วย สำหรับการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค เมื่อถึงช่วงเวลาการแข่งขันเชื่อว่าผู้บริโภคจะเปรียบเทียบแคมเปญของค่ายไหน จัดแคมเปญแรง จะช่วยดึงดูดการตัดสินใจของผู้บริโภคได้ง่าย เช่น ชิงตั๋วไปดูบอลโลก"
โซนี่พันธมิตรหลักเคลื่อนกิจกรรม
ขณะที่สปอนเซอร์รายใหญ่อย่างโซนี่ ถือความได้เปรียบเรื่องการเป็นสปอนเซอร์หลักของฟุตบอลโลก ได้เตรียมกิจกรรมต่างๆ เพื่อทำตลาด ล่าสุดจับมือพันธมิตรส่งแคมเปญรับบอลโลกระลอกแรก เพื่อหวังขยายฐานลูกค้าไปทุกกลุ่ม
นายโยจิ ฮิกาชิดะ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการตลาดคอนซูเมอร์ บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด กล่าวว่า ในฐานะที่โซนี่เป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการ บริษัทจะจัดกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ หนึ่งในกิจกรรมสำคัญคือ การร่วมมือกับพันธมิตรธุรกิจของโซนี่ทำแคมเปญร่วมกัน ซึ่งที่ผ่านมาโซนี่ได้จัดคาราวานโปรโมทกิจกรรม ภายใต้ชื่อ "โซนี่ 2010 ฟีฟ่า เวิลด์ คัพ คาราวาน"
นอกจากความร่วมมือกับพันธมิตรแล้ว โซนี่ยังได้จัดแคมเปญต่างหาก “โซนี่ เฟสติวัล 2010” ที่ร้านตัวแทนจำหน่าย โดยลูกค้าที่ซื้อสินค้าโซนี่ ครบ 3,000 บาท ลุ้นตั๋วชมฟุตบอลโลกรอบชิงชนะเลิศและรอบรองชนะเลิศ และสินค้าอื่นๆ โดยแคมเปญนี้เริ่มตั้งแต่เมื่อเดือนธ.ค. 2552 ถึง 16 ก.พ. 2553
"เรามั่นใจว่ากระแสฟุตบอลโลกฟีเวอร์จะเกิดขึ้น แน่นอน เพราะคนไทยชอบฟุตบอล โซนี่เป็นสปอนเซอร์หลักของฟุตบอลโลกมาตั้งแต่ปี 2007 จนถึง 2014 เชื่อว่าการทำแคมเปญจะช่วยขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มใหม่ๆ ได้ เพราะบริษัทมีผลิตภัณฑ์ที่สามารถรองรับกับไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ซึ่งแนวโน้มผู้บริโภคจะใช้ช่วงเวลานี้เปลี่ยนจากจอแก้ว หรือซีอาร์ที ทีวี มาเป็นแอลซีดี ทีวี ขนาดที่จำหน่ายดีจะเป็นจอขนาดที่ใหญ่ขึ้นคือ 40 นิ้วขึ้นไป" ผู้บริหารกล่าว
แหล่งข่าวระบุว่า ราคาของจอแอลซีดี ทีวี ขนาด 32 นิ้วในช่วงของการแข่งขันบอลโลก อาจจะลดลงต่ำกว่าหมื่นบาทจากการทำโปรโมชั่นจากเดิมจอขนาดใหญ่เช่นนี้ต้องมี ราคาเกิน 13,000 บาทขึ้นไป สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าค่ายที่เป็นสปอนเซอร์หลักอย่างโซนี่ ออกมาทำกิจกรรม แต่เชื่อว่าค่ายอื่นๆ ก็เตรียมฉวยโอกาสนี้จัดแคมเปญ เพื่อกระตุ้นยอดขายเช่นกัน
