กรุงเทพธุรกิจ

ธุรกิจ : Marketing

วันที่ 28 มิถุนายน 2552 11:26

ยูไนเต็ดฟูดส์ปรับทัพรอบ35ปีเจาะวัยรุ่น

ยูไนเต็ดฟูดส์ ผู้ผลิตขนมรายใหญ่ ปรับกลยุทธ์การตลาดในรอบ 35 ปี ฟื้นภาพลักษณ์สินค้าให้สดใสขึ้น หวังขยายฐานสู่กลุ่มวัยรุ่น

นางสาวอจลา สุทธิสัมพัทน์ กรรมการ บริษัท ยูไนเต็ด ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตเวเฟอร์เคลือบช็อกโกแลต ตรา "เซียงไฮ" ขนมคบเคี้ยว ลูกกวาด บิสกิตและเยลลี่ เปิดเผยว่า บริษัทจะทำการปรับกลยุทธ์การตลาดครั้งใหญ่ โดยเฉพาะในส่วนของผลิตภัณฑ์ เพื่อให้สอดคล้องกับภาวการณ์การแข่งขันในขณะนี้ รวมทั้งเพื่อตอบสนองพฤติกรรมการบริโภคขนมของผู้บริโภคในปัจจุบันด้วย

การปรับกลยุทธ์ในครั้งนี้ บริษัทจะออกผลิตภัณฑ์ใหม่คือ เมโลนี่ ช็อกโกแลต เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายที่เป็นวัยรุ่นโดยเฉพาะ หลังจากที่ผ่านมาตลอดระยะเวลา 35 ปี ที่บริษัทดำเนินการธุรกิจในประเทศไทย ลูกค้าเกือบทั้งหมดเป็นกลุ่มเด็กอายุ 12-13 ปี และผู้ใหญ่ ดังนั้นแพ็คเกจจิ้งของสินค้าใหม่ที่จะออกมาจะเน้นที่ความสดใส

"ถือเป็นการปรับกลยุทธ์ครั้งใหญ่สุดในรอบ 35 ปีก็ว่าได้ เพราะที่ผ่านมาส่วนใหญ่เราเน้นปรับที่กระบวนการผลิตและการออกสินค้าใหม่ แต่ขณะนี้ตลาดขนมเปลี่ยนไป พฤติกรรมผู้บริโภคโดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น ซึ่งเป็นฐานใหญ่หันมาบริโภคช็อกโกแลตมากขึ้น และอัตราการกินช็อกโกแลตของคนไทยถือว่าต่ำมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ"

การหันมาบุกตลาดช็อกโกแลตมากขึ้นนั้น เนื่องจากพบว่าในช่วง 5 ปีที่ผ่านขนมขบเคี้ยวในกลุ่มช็อกโกแลตของบริษัท เช่น  ช็อกโกแลตยูไนเต็ดอัลมอนด์ ช็อกโกแลตวูดดี้ มีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 20% ต่อปี ซึ่งถือว่าสูงสุดเมื่อเทียบกับสินค้ากลุ่มอื่นๆ ขณะเดียวกันตลาดรวมช็อกโกแลตในไทยก็มีมูลค่าตลาดถึง 3,000 ล้านบาท ขณะที่เวเฟอร์การเติบโตค่อนข้างคงที่ อีกทั้งมีมูลค่าตลาดเพียง 1,600-1800 ล้านบาท

ปีที่ผ่านมายูไนเต็ด ฟูดส์ ลงทุน 200 ล้านบาท ซื้อเครื่องจักรที่ถือว่าทันสมัยที่สุดในอาเซียน เพื่อเพิ่มกำลังการผลิต โดยปัจจุบันเซียงไฮมีกำลังผลิตสูงสุด 4,000 ลังต่อวัน และสินค้าอื่นๆ มีกำลังผลิตสูงสุดเกือบทั้งหมดเช่นกัน เนื่องจากตลาดขนมคบเคี้ยว สแน็ก เวเฟอร์ มีการขยายตัวสูง โดยกำลังการผลิตปัจจุบันเป็นการผลิตเพื่อการส่งออก 15% ประเทศที่ส่งออกอันดับหนึ่งคือ ญี่ปุ่น รองลงมา เวียดนาม ฮ่องกง และเกาหลี

ทั้งนี้ เพื่อรองรับกำลังผลิตและการขยายตัวของตลาด ปีนี้บริษัทจะเปิดศูนย์กระจายสินค้าเพิ่มอีก 10 แห่ง จากเดิมที่มีอยู่ 20 แห่งในปัจจุบัน
นอกจากนี้บริษัทจะเปิดตัวสินค้าใหม่อีก 6 รายการ ขณะนี้เปิดไปแล้ว 3 รายการ ที่เหลืออีก 3 จะเปิดตัวในครึ่งปีหลัง เพื่อดันรายได้ให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้คือเติบโต 20% หรือคิดเป็นมูลค่า 1,200 ล้านบาท

Tags : ยูไนเต็ด ฟูดส์

ความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement