กรุงเทพธุรกิจ

ad a1

ธุรกิจ : Marketing

วันที่ 7 พฤษภาคม 2552 19:56

ขึ้นภาษีเหล้าเบียร์ค่ายไหนได้-เสีย(ประโยชน์)

ภาษีสุรา , ภาษีเหล้า, ภาษีเบียร์, เบียร์สิงห์, บุญรอดบริวเวอรี่, ไทยเบฟเวอเรจ, เบียร์ช้าง,เหล้าขาว
TOOLS
คอลัมน์อื่นๆ

สาวให้ลึกถึง "เกมธุรกิจ" บนภาษีเหล้า สุรา เบียร์ ใครได้ ใครเสียประโยชน์ ร่วมค้นหาคำตอบได้ที่นี่

การปรับภาษีสรรพสามิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ คือ หนึ่งนโยบาย ภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง เพื่อชดเชยภาวะการขาดดุลงบประมาณ ภายหลังจากภาครัฐ ได้ใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่าย และมาตรการทางภาษีเพื่อช่วยประคับประคองไม่ให้ตกสู่ภาวะถดถอยที่รุนแรง

โดยภาครัฐได้ประกาศปรับ 1. ภาษีเบียร์ จาก 55 บาทต่อลิตรแห่งแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ เป็น 60 บาท หรือปรับขึ้นกว่า 5.5% ทำให้ราคาขายต่อขวดเพิ่มขึ้นอีก 4 - 5 บาท 2. สุราขาวปรับขึ้นจาก 110 บาทต่อลิตรแห่งแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ เป็น 120 บาท หรือปรับขึ้น 9.1% ทำให้ราคาขายต่อขวดเพิ่มขึ้นประมาณ 1.7 - 3.5 บาทต่อขวด 3. สุราผสมปรับเพิ่มขึ้นจาก 280 บาทต่อลิตรแห่งแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ เป็น 300 บาท หรือเพิ่มขึ้ร 7.1% ส่งผลให้ราคาขายต่อขวดเพิ่มขึ้น 4 - 5 บาท และ 4.บรั่นดีปรับเพิ่มจาก 45% เป็น 48% หรือเพิ่ม 6.7% ทำให้ราคาขายต่อขวดเพิ่มขึ้น 19 บาท

แต่สำหรับบรรดาผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมนี้แล้ว การปรับภาษี อาจหมายถึง การซ้ำเติมอย่างหนักในช่วงที่อุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อยู่ในช่วง "ขาลง" อย่างรุนแรง

ตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เริ่มส่งสัญญาณการชะลอตัวมาตั้งแต่ปีที่ผ่านมา โดยปริมาณการจำหน่ายในปี 2551 มีทั้งหมด 2,801.9 ล้านลิตร ลดลง 4% แยกเป็นปริมาณการจำหน่ายสุรา 812 ล้านลิตร ลดลง 3.4% ขณะที่ปริมาณการจำหน่ายเบียร์อยู่ที่ 1,989.9 ล้านลิตร ลดลง 4.3%

ตัวเลขข้างต้นสะท้อนให้เห็นถึงยอดขายที่ลดลงผันแปรตามกำลังซื้อที่หดตัวลง

และส่งผลให้ตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปี 2552 เป็นช่วงที่ผู้ประกอบการต้องเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงที่หนักหนาสาหัส ซึ่งมีผลกระทบต่อยอดจำหน่ายที่ปรับลดลงรุนแรงมากกว่าในปี 2551 ที่ผ่านมา

ตามความคิดเห็นของ "ฉัตรชัย วิรัตน์โยสินทร์" ผู้อำนวยการตลาด บริษัท สิงห์คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเบียร์ สิงห์ ลีโอ และสิงห์ไลท์กล่าวว่า แม้ยังไม่ได้คาดการณ์ถึงผลกระทบในแง่ยอดขายที่อาจเกิดขึ้น แต่การปรับขึ้นภาษีเบียร์เต็มเพดานจาก 55 บาทต่อลิตรแห่งแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ เป็น 60 บาทต่อลิตรแห่งแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ ทำให้มีผลต่อต้นทุนปรับเพิ่มขึ้น 3 - 5 บาทต่อขวด

"ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่กำลังซื้อของประชาชนถดถอย การขึ้นแค่ขวดละ 3 - 5 บาท ก็อาจมีผลได้"

อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นภาษีข้างต้น ฉัตรชัย มองว่า ถือว่าดีกว่าที่รัฐบาลจะจัดเก็บภาษีหน้าโรงงานเพิ่มขึ้น ซึ่งจะกลายเป็น "ผลลบ" กับเบียร์สิงห์ต้องเพลี่ยงพล้ำด้านการตลาดให้กับอีกค่ายทันที

เขา แจงว่า ด้วยโครงสร้างภาษีสรรพสามิตในการคิดฐานภาษีสำหรับสินค้าประเภทสุรา มี 2 ประเภทด้วยกัน คือ วิธีคิดฐานภาษีตามสภาพ : ลิตรแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ กับ วิธีคิดฐานภาษีตามมูลค่า : ราคาหน้าโรงงาน ราคานำเข้า 

โดยส่วนใหญ่ ที่ผ่านมา การปรับขึ้นภาษี มักทำในส่วนของภาษีตามมูลค่า หรือที่เรียกว่า "ภาษีหน้าโรงงาน" ซึ่งเป็นประเด็นที่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยมาตลอด และได้มีการเรียกร้องให้เก็บภาษีตามสภาพ หรือตามความแรงของแอลกอฮอล์ ซึ่งจะช่วยให้การแข่งขันระหว่างผู้ประกอบการเป็นไปอย่างยุติธรรมมากขึ้น

"หากรัฐนำแนวคิดการเรียกเก็บภาษีต้นทุนหน้าโรงงานเพิ่มมาใช้ จะส่งผลให้ราคาเบียร์ในตลาดปรับเพิ่มสูงขึ้น โดยเบียร์ในเซกเมนต์สแตนดาร์ด อย่างเช่น สิงห์ อาจต้องปรับราคาเพิ่มอีก 8 - 12 บาท เบียร์อีโคโนมี หรือประหยัด เพิ่มอีก 8 บาท ขณะที่เบียร์ในเซกเมนต์พรีเมี่ยมอาจต้องปรับราคามากกว่า 10 บาท"

ก่อนหน้านี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้ออกบทวิเคราะห์เกี่ยวกับตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ปี 2552 โดยถือว่าเป็นช่วงที่หนักหนาสาหัสของผู้ประกอบการ เมื่อเทียบกับวิกฤตทางด้านยอดขายครั้งก่อนๆที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจปี 40 หรือช่วงที่ภาครัฐปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตในหลายๆครั้งที่ผ่านมา ซึ่งยอดจำหน่ายจะซบเซาเพียงช่วงสั้นๆ และสามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว

โดยระบุว่า ปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลต่ออุตสาหกรรม ประกอบด้วย กำลังซื้อที่ถดถอยตามภาวะเศรษฐกิจของประชาชน มาตรการของภาครัฐที่ส่งผลต่อยอดจำหน่าย เช่น การปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตเพื่อเพิ่มรายได้ชดเชยภาวะการขาดดุลงบประมาณ และมาตรการห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงเทศกาลซึ่งถูกเสนอจากองค์กรภาคเอกชน

ถึงแม้ว่า ทางรัฐบาลมองว่า การปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตสุราครั้งนี้จะช่วยเพิ่มรายได้ให้กับรัฐบาล 6,300 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงที่ประชาชนมีกำลังซื้อจำกัด อาจจะไม่สามารถเพิ่มรายได้ทางภาษีได้อย่างเต็มที่นัก เนื่องจากต้นทุนของผู้ประกอบการที่เพิ่มขึ้นจะถูกผลักภาระไปสู่ผู้บริโภค

ในขณะเดียวกันก็จะเกิดการ "ลักลอบผลิต" และนำเข้าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จากต่างประเทศเพิ่มขึ้น ซึ่งจะกระทบต่อยอดจำหน่ายและยอดการจัดเก็บภาษีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในท้ายที่สุด

แม้ว่าการปรับขึ้นภาษีตาม "ดีกรี" ความแรงของแอลกอฮอล์ กระทบหนักต่อตลาดเบียร์ ซึ่งทำให้เบียร์สิงห์โล่งใจไปเปลาะหนึ่ง แต่ในมุมค่ายสิงห์อดคิดไม่ได้ว่า "เอื้อ" ประโยชน์กับธุรกิจเหล้าขาว

"เพราะอาจมีนักดื่มส่วนหนึ่งปรับจากเบียร์ไปหาเหล้าขาวแทน"

ฉัตรชัยให้ความเห็นว่า การที่รัฐปรับขึ้นภาษีเบียร์เต็มเพดาน ส่งผลบวกต่อเหล้าขาว เพราะอัตราการจัดเก็บตามปริมาณที่เพิ่มขึ้น 120 ลิตรแห่งแอลกอฮอล์บริสุทธิ์จากเดิม 110 ลิตร แห่งแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ของเหล้าขาว ยังไม่เต็มเพดานภาษีที่ตั้งไว้ 400 ต่อลิตรแห่งแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ ทั้งที่เหล้าขาวเป็นตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ใหญ่สุดเมื่อเทียบกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ประเภทอื่น โดยมีมูลค่ามากนับแสนล้านบาท

แน่นอนว่า เหล้าขาวที่ฉัตรชัยหมายถึง ย่อมเกี่ยวโยงไปถึงผู้ประกอบการรายใหญ่ในตลาดอย่าง ไทยเบฟเวอเรจ รวมถึง กลุ่มของตระกูลไชยวรรณอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งในปัจจุบันเหล้าขาวยังคงเป็นกลุ่มสินค้าที่สร้างรายได้ให้กับไทยเบฟฯมากที่สุดในปีที่ผ่านมาด้วยปริมาณ 315 ล้านลิตรต่อปี ขณะที่สุราสีจัดจำหน่ายได้เพียง 122 ล้านลิตรต่อปี

ขณะที่สุราต่างประเทศ ไม่ได้รับผลกระทบจากการปรับภาษีมากนัก เพราะก่อนหน้านี้กำหนดเก็บภาษีสรรพสามิตตามสภาพ 400 บาทต่อลิตร จึงยังจำหน่ายตามราคาปกติ

การปรับภาษีสรรพสามิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในครั้งนี้ ผลกระทบหนักจึงตกกับค่ายที่มีพอร์ตรายได้หลักจากเบียร์เป็นสำคัญ นั่นคือ ค่ายสิงห์นั่นเอง ขณะที่ค่ายไทยเบฟ พอร์ตใหญ่อยู่ที่ "สุรา" ระดับผลกระทบจึงอาจไม่มากเท่า

Tags : ภาษีสุรา ภาษีเหล้า ภาษีเบียร์ เบียร์สิงห์ บุญรอดบริวเวอรี่ ไทยเบฟเวอเรจ เบียร์ช้าง เหล้าขาว

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 17

สิงห์ตายเลย .... ขายชาติของแท้ ทำให้เหล้านอก รวย เหล้าไทยของคนไทยทำ จนลง อย่างนี้สิขายชาติ พอต่างชาติมีเงินมันก็มาซื้อกิจการไทยไป ............ คิดได้เท่านี้ ไถนา ยังเก่งกว่าครับ

ความคิดเห็นที่ 16

รักประเทศไทย รักนายกอภิสิทธฺ์ อย่าคิดเลิกเหล้า-บุหรี่

คำขวัญดีๆ พ.ศ. นี้ครับ ทุกบาท-ทุกสตางค์ จากผู้สูบ-ดื่ม ช่วยชาติได้

ความคิดเห็นที่ 15

รักประเทศไทย รักนายกอภิสิทธฺ์ อย่าคิดเลิกเหล้า-บุหรี่

คำขวัญดีๆ พ.ศ. นี้ครับ ทุกบาท-ทุกสตางค์ จากผู้สูบ-ดื่ม ช่วยชาติได้

ความคิดเห็นที่ 14

ที่ว่า "ผู้ดื่มเบียร์จะเปลี่ยนไปดื่มเหล้าขาวแทน"
.... เป็นไปได้ยาก มากกกกก .....
คอเบียร์ เขาไม่เปลี่ยนไปดื่มเหล้าขาว คนละเซ้กเม้นท์
กลุ่มผู้บริโภคเป็นคนละกลุ่มกัน แยกกันชัดเจน

ความคิดเห็นที่ 13

ช่วยชาติครับ......

ความคิดเห็นที่ 12

คิดว่าแก้ปัญหาตรงจุดหรอครับ...ขึ้นภาษีเหล้าบุหรี่ บอกว่ามอมเมาประชาชน บ่อนทำลายชาติ แต่มีโรงงานยาสูบ นี่แหละประเทศไทย 555

ความคิดเห็นที่ 11

นานา จิตตัง ผมก้อเปนคนกินเหล้า นะแต่ขึ้น ๆๆ ไม่เคยมีลง ของแบบนี้ขึ้นแล้วขึ้นเลย ด้วยสิ แต่อย่าลืมนะครับ บ้านเมืองเราอยู่ได้เพราะ อะไร ภาษีธุรกิจ น้ำเมา ปี ๆ นึงอ่ะ เท่าไหร่ ครับ นี่คิดแค่รายได้จากภาษีที่ตรวจสอบได้นะครับ แล้ว * ที่พวกนายทุน หมก กันไว้อีกเท่าไหร่ ขึ้นๆๆๆๆ อย่างเดียว อ่ะ คนที่เสียประโยชน์ คือ พวกที่ กิน นายทุน รัฐบาล ไม่มีเสียหรอกครับ
คนกิน ยังไง มันก้อกิน ให้ขึ้น อีก มันก้อกิน

ความคิดเห็นที่ 10

ถ้าขึ้นภาษียารักษาโรคก็ว่าไปอย่าง....แต่นี่ขึ้นภาษีเหล้าเบียร์เปรียบยาพิษมีแต่โทษไม่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ พวกแก๊งโจรกบฏเสื้อแดงมันจะออกมาเห่าด่ารัฐบาลโทษฐานไปขึ้นราคาอาหารหลักของมัน

ความคิดเห็นที่ 9

ถ้าขึ้นภาษียารักษาโรคก็ว่าไปอย่าง....แต่นี่ขึ้นภาษีเหล้าเบียร์เปรียบยาพิษมีแต่โทษไม่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ พวกแก๊งโจรกบฏเสื้อแดงมันจะออกมาเห่าด่าอาหารหลักของมัน

ความคิดเห็นที่ 8

ถ้าสุรามีราคาแพงขึ้น คนก็จะหันไปดื่มเหล้าต้ม ที่แอบต้มกันเอง แอบขายกันเอง มีลักษณะคล้ายๆกับ หวยใต้ดิน อ่ะตอนนี้เยอะมาก

ความคิดเห็นที่ 7

that is a good idea to increase all.

ความคิดเห็นที่ 6

ดี.. ถือโอกาสเลิกกินมันซะเลย

ความคิดเห็นที่ 5

ขึ้นไปเลยครับ ซัก100-200 % บ้านเราเมืองพุทธแต่กินเหล้ายังกะน้ำเลยนะ

ความคิดเห็นที่ 4

นักดื่มได้ช่วยชาติกันอีกแล้ว เอานะอย่ารมณ์เสียกันไปเลย เกทับไปเลยว่านักดื่มอย่างพวกเรานอกจากอายุไม่ค่อยจะยืนแล้ว ไม่อยู่ให้เปลืองทรัพยากรของโลกได้นาน ได้ช่วยชาติอีกต่างหาก

ความคิดเห็นที่ 3

กินให้มันน้อยๆหน่อยก็ดีแล้ว

ความคิดเห็นที่ 2

***คนเสียประโยชน์ก็พวกขี้เหล้าอ่ะสิครับกินน้อยลงพวกขี้เหล้าเขาตั่งใจจะสร้างตับเขา 33+22 ให้แข็งแรงแต่ถูกขัดขวางมั่งครับเฮอเฮอ ส่วนสาโท เหล้าแช่ ต้องให้กรมการศึกษาให้ความรู้กะพวกเขาแล้วมั่งครับเพราะสมัยนี้ชาวบ้านเขาลืมวิธีทำไปหมดแล้วถึงทำกินกันเองไม่นานก็มีแต่ต้องพาส่งโรงพยาบาลเตรียมรถพยาบาลจัดส่งได้เลยครั้ง 2ครั้งเดี๋ยวก็คงเลิกกินเหล้าทำเองมั่งครับเฮอเฮอแต่ก็ยังดีกว่าตับแข็งที่ตายเลย เดี๋ยวก็คงมีข่าวแนวนั้นมาจะทำให้ชาวบ้านกลัวไม่กล้าทำกินเองเพราะเดี้ยงด้วยน้ำมือตัวเอง

ความคิดเห็นที่ 1

ลืมกระแช่ สาโท สุราพื้นบ้าน ไวน์ที่ครั้งนึงอดีตรัฐบาลเคยส่งเสริมให้กับชาวบ้านไปแล้ว ทุนชาวบ้านยังไงก็สู้ทุนใหญ่ไม่ได้ ยอมตนเป็นทาสเสียแต่โดยดีเถิด

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement