ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี ผันจากนักดนตรี เป็นคนพัฒนาขลุ่ย จนได้ขลุ่ยคอมโพสิตผสมไม้ หวังให้ขลุ่ยไทยมีโอกาสโชว์ลีลาในวงดนตรีสากล
เพลงขลุ่ย 'เดือนเพ็ญ' เป็นท่วงทำนองเสียงที่คุ้นเคยสำหรับนักฟังเพลงเป็นอย่างดี โดยเฉพาะแฟนเพลงคาราบาว คงเคยได้ยินเสียงขลุ่ยอีกหลายลีลาบรรเลงโดย "ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี"
นอกเหนือจากเป็นครูดนตรีและผู้บรรเลงเพลงขลุ่ยที่หลายคนรู้จักกัน ธนิสร์ยังเป็นนักประดิษฐ์ขลุ่ยไม้มานาน 20 กว่าปี เริ่มจากจ้างช่างมาผลิต ครั้นไม่ได้ดั่งใจจึงต้องหัดผลิตเอง
"ระยะหลังไม้เนื้อแข็งที่จะใช้ทำขลุ่ยหายากขึ้นเรื่อยๆ อย่างพวกไม้ชิงชัน แก่นมะขาม พยุง ไม้งิ้วดำ และไม้เนื้อแข็งอื่นๆ ทำให้ขลุ่ยบางเลาราคาเฉียดหมื่นบาท อย่างเช่น ขลุ่ยไม้งิ้วดำที่หายากมาก" นักขลุ่ยชั้นครูกล่าว
ถึงขลุ่ยไม้มีราคาแพง แต่ก็ยังเป็นที่ต้องการของนักเป่าขลุ่ย แต่การผลิตขลุ่ยไม้แต่ละเลาไม่ง่าย ปัญหาที่พบบ่อย คือ ความคงตัวของไม้ และเสียงของขลุ่ยที่ไม่เท่ากันทุกเลา เมื่อนำไปเล่นเป็นวงทำได้ยาก เพราะโทนเสียงที่ไม่อยู่ในระดับเดียวกัน กว่าจะได้ผลงานออกมาช่างขลุ่ย ต้องคอยปรับแต่งแต่ละรูและเทียบเสียงให้ได้มาตรฐาน
นั่นจึงเป็นเหตุให้อาจารย์ดนตรีผันตัวจากผู้เล่นเครื่องดนตรี มาเป็นผู้ร่วมวิจัยและพัฒนาขลุ่ยไทยแนวใหม่เปลี่ยนจากไม้เนื้อแข็งแท้ 100% มาเป็นวัสดุคอมโพสิต
เพิ่งจะ 6 เดือนที่ผ่านมานี่เอง ที่ธนิสร์เลือกใช้วัสดุที่แตกต่างออกไปสำหรับขลุ่ยรุ่นใหม่ หลังจากพัฒนา และผลิตขลุ่ยไม้มาแล้ว 6 รุ่น
ขลุ่ยไทยเทียบเสียงสากล ซึ่งพัฒนาต่อจากขลุ่ยไม้ เกิดขึ้นหลังจากนำปัญหาไปปรึกษาสมาคมเครื่องจักรกลไทย เพื่อหากระบวนการผลิตขลุ่ยให้มีมาตรฐานเหมือนกันทุกเลาในเชิงพาณิชย์ และที่สำคัญ ราคาต้องไม่สูงเพื่อผลักดันให้เกิดวงดนตรีสากล ที่มีขลุ่ยไทยแนวใหม่เข้าไปเป็นส่วนประกอบ
"เป้าหมายที่บริษัทกับอาจารย์ธนิสร์ต้องการ คือ พัฒนาเทคนิคการผลิตขลุ่ยไทยแนวใหม่ 3 รูปแบบ ตั้งแต่มือใหม่หัดเป่าไปจนถึงนักดนตรีมืออาชีพ โดยราคาจะอยู่ในหลักร้อยไม่เกินหลักพันบาท เพื่อให้ผู้เล่นคนไทยทุกคนเข้าถึงขลุ่ยไทยแนวใหม่คุณภาพสูง" ณรงค์ สกุลศิริรัตน์ อุปนายกสมาคมเครื่องจักรกลไทย และกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็น.อาร์. ณรงค์ กรุ๊ปกล่าว
ขลุ่ยเทคโนโลยีใหม่รุ่นที่ 7 ใช้เทคนิคการทอจากเส้นใยคอมโพสิตเป็นขลุ่ยแนวใหม่ขึ้นมา แต่กระบวนการผลิตทำได้ช้า จึงเปลี่ยนเป็นไม้คอมโพสิตในรุ่นที่ 8 และ 9 ที่ขึ้นรูปจากไม้ผสมคอมโพสิตโดยตรง
บริษัท เอ็น.อาร์. ณรงค์ กรุ๊ป ผลิตเครื่องจักรซีเอ็นซีและเทคนิคการขึ้นรูปไม้คอมโพสิตสำหรับงานเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้าน จึงทำให้การคิดสูตรขึ้นรูปขลุ่ยแนวใหม่ไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่เขียนโปรแกรมการให้เครื่องจักรซีเอ็นซีทำงานขึ้นรูปขลุ่ย ที่สอดรับความต้องการได้อย่างแม่นยำ
ความร่วมมือในการพัฒนาขลุ่ยไทยแนวใหม่ ยังได้สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ หน่วยงานในสังกัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ให้การสนับสนุนทุนวิจัยประมาณ 4.2 แสนบาท จากมูลค่าโครงการทั้งหมด 1.5 ล้านบาท โดยบริษัททำหน้าที่ผลิตขลุ่ย และอาจารย์ธนิสร์ทำหน้าที่ทดสอบคุณภาพเสียง ออกแบบลวดลายของขลุ่ย และจำหน่ายภายใต้แบรนด์ "ขลุ่ย อ.ธนิสร์"
ธนิสร์ เสริมว่า ขลุ่ยไทยแนวใหม่ยังคงให้เสียงนุ่มนวลไม่ต่างจากไม้แท้ๆ มีน้ำหนักใกล้เคียงขลุ่ยไม้ ไม่บิดงอ หรือหดตัว และไม่ผุ เนื่องจากใช้วัสดุเศษไม้เนื้อแข็งเป็นวัสดุหลักผสมกับคอมโพสิต อนาคตมีแผนจะต่อยอดเป็นขลุ่ยจากไบโอพลาสติกผสมขี้เลื่อยไม้เนื้อแข็ง เพื่อให้เกิดทางเลือกที่หลากหลายกับผู้บริโภค ตลอดจนจะต่อยอดเป็นเปียโน เพื่อทดแทนวัสดุจริงและลดต้นทุนให้คนไทยเข้าถึงได้ง่ายด้วย
"ผมไม่เคยคิดว่าศิลปะกับอุตสาหกรรมจะไปด้วยกันได้ เพราะอยู่กับงานฝีมือมาตลอด จนได้พัฒนาขลุ่ยไม้ผสมคอมโพสิตร่วมกับภาคเอกชน ความคิดจึงเปลี่ยนไป และยอมรับว่าเทคโนโลยีมีความจำเป็นสำหรับการสานต่อวัฒนธรรมขลุ่ย" ธนิสร์กล่าว
อีกเป้าหมายการพัฒนาขลุ่ยไทยแนวใหม่ สำหรับโจทย์วิจัย คือ การสร้างขลุ่ยที่บรรเลงเสียงชาร์ป แฟลต ที่มีเสียงเพียงครึ่งเสียงเหมือนเครื่องดนตรีสากล เพื่อให้ขลุ่ยไทยเทียบเสียงสากลมีระดับโทนเสียงที่ไปด้วยกันกับเครื่องดนตรีสากลอย่างลื่นไหลเวลาร่วมวงกัน
ขลุ่ยเป็นเครื่องดนตรีชิ้นแรกที่ธนิสร์หลงรักมาตั้งแต่เด็ก จากความประทับใจในเสียงขลุ่ยอันเศร้าสร้อยในบทเพลงธรณีกันแสง ที่ได้ยินจากงานวัดเวลาไปทำธุระกับยายทวด ประกอบกับเมื่อได้ฟังขลุ่ยเพลงประกอบหนังอินเดียและหนังจีนกำลังภายใน ยิ่งทำให้คิดมาตลอดว่าจะทำให้ขลุ่ยไทยขึ้นสู่เวทีสากลให้ได้
"การมายืนจุดนี้ได้ เพราะผมเล่นขลุ่ยด้วยความสุขมาตั้งแต่เด็ก หมั่นฝึกซ้อมและพัฒนาฝีมือเป็นประจำ ประกอบกับมีครูดี คือ "ครูทองดำ สิ่งที่สุข" ลูกศิษย์ของพระเจนดุริยางค์ ท่านชำนาญทั้งดนตรีไทยและสากล ผมถึงได้ความรู้เกี่ยวกับดนตรีทั้งไทยและสากลเช่นกัน"
ความพยายามผลักดันให้ขลุ่ยไทยขึ้นสู่เวทีระดับโลก เริ่มเข้าทางเป็นครั้งแรกเมื่อมีโอกาสได้ร่วมงานกับวงคาราบาว ด้วยการบรรเลงเพลง "เมดอินไทยแลนด์" ที่ใช้เสียงขลุ่ยผสมกับวงดนตรีสากลตลอดทั้งเพลง เป็นที่มาของการนำเสนอตัวตนของขลุ่ยไทย ที่สามารถทำงานร่วมกันกับวงดนตรีสากลได้อย่างกลมกลืน
"เหมือนฝันผมเริ่มเป็นจริงขึ้นมา ผมยิ่งมีความสุขมากเมื่อขลุ่ยที่ผมออกแบบ จะสามารถผลิตภายใต้มาตรฐานเดียวกันหมดทุกเลา ผมยังมีแผนจะสร้างวงออร์เคสตราขลุ่ยไทยแนวใหม่ ที่มีผู้เล่น 99 คน บรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์ที่มีความต่างของโทนเสียง แต่มีประสิทธิภาพเทียบชั้นวงดนตรีสากลเพื่อให้โลกได้รู้จักวัฒนธรรมไทยจากขลุ่ยเพียงเลาเดียว" ธนิสร์ กล่าวและว่า ดีใจที่คนหันมาเล่นขลุ่ยเยอะขึ้น สังเกตจากยอดสั่งซื้อที่อยู่ในหลักพันเลาต่อเดือน
สำหรับธนิสร์ วันนี้เขาไม่ได้บรรเลงเพลงขลุ่ยให้คนฟังเพียงอย่างเดียว แต่ทำหน้าที่เป็นคนพัฒนารูปแบบของขลุ่ยที่มีคุณภาพเสียงเทียบเสียงสากลด้วย โดยครูขลุ่ยให้แง่คิดว่า "การเล่นดนตรีที่ประสบความสำเร็จ ควรเล่นจากการอยากเล่น และเล่นด้วยความสุข ถ้าเล่นเพราะอยากดังอยากรวย ถือว่ามาผิดทาง เพราะสุดท้ายอาจทำไปแบบไม่มีความสุข"
ทั้งนี้ผู้ที่สนใจการเป่าขลุ่ยแนวใหม่สามารถเรียนเป่าขลุ่ยฟรีกับ อ.ธนิสร์ ได้ทุกวันอาทิตย์เวลา 14.00-16.00 น. ที่วัดบางปลา อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ดูข้อมูลส่วนตัว อ.ธนิสร์ เพิ่มเติมได้ที่ www.thaniss.com
Tags : เพลงขลุ่ยบทใหม่ • ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี • ขลุ่ยไทยแนวใหม่ • ขลุ่ยคอมโพสิต
