เวทีทั่วไปไม่เอื้อสามัญชนคนธรรมดาแต่พิจารณาแต่บริษัทเงินถุงเงินถัง ในแต่ละปีรางวัลนวัตกรรมก็มักแจกซ้ำให้กับองค์กรหน้าเดิม ๆ
รางวัลด้านนวัตกรรมที่ บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้รับจากหลากหลายเวที การันตีว่าองค์กรนี้เป็น ตัวจริง อย่างไรก็ตาม ในความเชื่อของ ทรู คอร์ปอเรชั่น ก็คือ ธุรกิจไม่อาจยืนอยู่เพียงลำพัง ธุรกิจจะเติบโตได้อย่างยั่งยืน ต้องคืนกลับสู่สังคมด้วย
"ชุมชนไม่โตแต่เราโตคงเป็นไปไม่ได้ ชุมชนต้องโตด้วย เราอยู่ในประเทศไทย ประเทศไทยก็ต้องโตด้วย และนี่คือหลักการ 3 ประโยชน์ ประเทศชาติ ประชาชน และบริษัท ของท่านประธานธนินท์ เจียรวนนท์" เกษม กรณ์เสรี ผู้อำนวยการสายงานพัฒนาองค์กร ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าว
หมายความว่า ทรู คอร์ปอเรชั่น ไม่อาจเดินเดี่ยวโดยปราศจากเพื่อนร่วมทางบนเส้นทางสายนวัตกรรม เมื่อทรู คอร์ปอเรชั่น ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยก็ต้องพาคนไทย และสังคมไทยร่วมเดินไปพร้อม ๆ กัน
ซึ่งที่ผ่านมาเวทีต่างๆ ที่ช่วยสร้างและสนับสนุนนวัตกรรมในประเทศไทยล้วนมีข้อจำกัด ที่สำคัญไม่เอื้อต่อสามัญชนคนธรรมดาแต่มักพิจารณาแต่บริษัทรายใหญ่มีเงินถุงเงินถัง เป็นเหตุผลให้ในแต่ละปีรางวัลก็มักแจกซ้ำให้กับองค์กรหน้าเดิม ๆ
เข้าทำนอง 'กระจุก' แต่ไม่ 'กระจาย'
ตรงกันข้ามหากต้องการขยายผลนวัตกรรมในวงกว้างจำเป็นต้องสร้างแรงบันดาลใจออกไปให้กับคนในวงกว้างด้วย จึงเป็นที่มาของ "ทรู อินโนเวชั่น อวอร์ดส์" ด้วยแคมเปญ "เชื่อเถอะ คนไทยทำได้" ซึ่งจัดเป็นครั้งที่ 2 ในปีนี้
"เราต้องการสร้างรางวัลที่ไม่มีเงื่อนไข เพื่อใครก็ได้ ต้องการสร้างเวทีเพื่อชื่นชมและส่งเสริมให้คนมีความคิดที่จะคิดค้น สร้างแรงบันดาลใจ เพราะมนุษย์เราคิดแตกต่างกันได้ทุกวัน และเป็นคนธรรมดาที่ไม่จำเป็นว่าจะต้องทำงานอยู่ในองค์กรขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ "
รางวัลนี้ทรู คอร์ปอเรชั่น ก็ไม่ได้ทำเดี่ยวแต่ร่วมกับหลักสูตรเทคโนโลยีและการจัดการนวัตกรรม บัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสำนักข่าวต่างประเทศ CNBC ซึ่งความร่วมมือในรายหลังเกิดจากก็เพื่อจะรองรับประชาคมอาเซียนที่จะเกิดขึ้นในเร็ววัน ประเทศไทยจะไร้พรมแดน
โครงการปั้นคนพันธ์นวัตกรรมของ ทรู คอร์ปอเรชั่น จะมีลักษณะของการสร้างบันไดทีละขั้น ๆ
เริ่มต้นด้วยการป่าวประกาศให้คนร่วมส่งผลงานประกวด ซึ่งจะแบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ประเภท Idea Seed ซึ่งยังอยู่ในรูปของไอเดียความคิด ยังไม่ได้ลงมือปฏิบัติ และประเภท Inno Tree ที่ประดิษฐ์ออกมาเป็นชิ้นงานสามารถสัมผัสจับต้องได้จริง
และภายหลังการประกวด ทรู คอร์ปอเรชั่นได้สร้างบันไดขั้นที่สองด้วยการจัดหลักสูตรอบรมเป็นระยะเวลา 36 ชั่วโมง โดยสอนทางด้านความคิดสร้างสรรค์ เทคโนโลยี การตลาด ฯลฯ ซึ่งให้นักธุรกิจตัวจริงเสียงจริงที่ตั้งต้นจากศูนย์มาแชร์ประสบการณ์ความคิดให้ฟังว่าทำไมเขาจึงทำได้
อาจจะเรียกได้ว่าหลักสูตรนี้สอนจิตวิญญานของความเป็นผู้ประกอบการให้กับนวัตกร
อย่างไรก็ดี แม้จะมีไอเดียและสามารถแปลงออกมาเป็นสิ่งประดิษฐ์ได้จริงๆ แล้วก็ตาม หากแต่ถึงระยะหนึ่งเส้นทางของนวัตกรรมก็จะเริ่มแคบเข้า เริ่มยากขึ้น เพราะความสำเร็จของนวัตกรรม หมายถึง ความคิดที่ขายได้จริง เป็นธุรกิจได้จริง
บันไดขั้นต่อไปจึงถือว่ายังเป็นขั้นแห่งความหวังของ ทรู คอร์ปอเรชั่น ในการทำหน้าที่เชื่อมโยงนักลงทุนใจถึงมาช่วยทุ่มเงินให้กับโครงการของนวัตกร
"แม้จะยาก เแต่คีย์ซัคเซสการทำงานของเราคือ ความคั้งใจ ซึ่งเรามีความเชื่อมั่น มุ่งมั่น ทำจริง ถามว่าทรู คอร์ปอเรชั่น ทำไปทำไม ทำไปแล้วได้อะไรกลับมา บอกตรงๆ เราไม่ได้แหลเลยไม่ได้นะ แต่เพราะเราเชื่อว่า ทำอย่างนี้จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้คนไทย "
เขายอมรับว่าในวันนี้ ทรู คอร์ปอเรชั่น เองมีเม็ดเงินสนับสนุนนวัตกรรมเพียงเล็กน้อย เพียง 15-20 ล้านบาทต่อปี ทำให้เกิดคำถามว่านี่คือการคาดหวังที่เกินเลยไปหรือไม่เมื่อเทียบกับบางประเทศ อาทิ เยอรมันที่รัฐบาลสนับสนุนในเรื่องนี้เป็นเงินถึง 7 พันล้านยูโร หรือประมาณกว่า 3 แสนล้านบาทต่อปี ได้รับคำตอบว่า "ต้องเชื่อในสิ่งที่กำลังทำ และทำในสิ่งที่เชื่อ" ทั้งยืนยันว่าองค์กรนี้ขยันชกและบ้าเลือดเรื่องนวัตกรรมกว่าใคร ๆ
เมื่อให้เกษมประเมินผลงานโครงการนี้ในรอบปีที่ผ่านมา เขาบอกว่าเหนือความคาดหมาย เพราะมีคนส่งผลงานเข้าประกวดถึง 700 โครงการ ขณะที่ในปีนี้ส่งมาราว 1,300 โครงการ ซึ่งมาจากคนทุกระดับชั้นในสังคม
" ในใจผมอยากให้รางวัลนี้ยิ่งใหญ่ในใจของนักวิทยาศาตร์ตัวจริง ให้เขามีความสนใจส่งผลงานเข้าประกวด ซึ่งในความเป็นจริงนักวิทยาศาตร์ยังมองเวทีของเราเด็กๆ เทียบไม่ได้กับรางวัลใหญ่ๆ ระดับโลก เพราะคนเหล่านี้เขาไม่ได้ต้องการเม็ดเงินแต่ต้องการความยอมรับมากกว่า"
เวทีนี้ในปีที่สองจึงถูกทำให้น่าสนใจและเข้มข้นขึ้นด้วยคอนเซ็ปต์ 'เรียลลิตี้' ด้วยคอนเซ็ปต์ 'ไอเดียของคุณจะถูกออกอากาศ ให้คนทั่วประเทศได้ตื่นเต้นกับสิ่งที่คุณคิด' โดยให้ผู้เข้าแข่งขันนำเสนอไอเดียและแสดงผลงานจริงออกอากาศให้คนประเทศได้ชมผ่าน True X-Zyte (ทรูวิชั่นส์ช่อง 62)
ซึ่งหวังว่าจะช่วยสร้างทั้งความยอมรับและสร้างแรงบันดาลใจ
เกษมทิ้งท้ายว่า ถ้าคนไทยมีความคิดเยี่ยงนวัตกรได้ตั้งแต่ยังตัวกะเปี๊ยก เชื่อว่าไม่ว่าวันนี้หรือวันไหนประเทศไทยไม่มีวันแพ้ใครอย่างแน่นอน
-----------------------
เมล็ดพันธุ์ + ต้นไม้
ทรู อินโนเวชั่น อวอร์ดส์ แบ่งเป็น 2 ประเภท หนึ่ง Inno Tree ได้แก่ รางวัล Gold จำนวน 1 รางวัลๆ ละ 500,000 บาท, Silver จำนวน 4 รางวัลๆ ละ 50,000 บาท, Bronze จำนวน 5 รางวัลๆ ละ 10,000 บาท
สอง Idea Seed ได้แก่ รางวัล Gold จำนวน 1 รางวัลๆ ละ 200,000 บาท, Silver จำนวน 4 รางวัลๆ ละ 20,000 บาท, Bronze จำนวน 5 รางวัลๆ ละ 5,000 บาท นอกจากนี้ยังมี รางวัลพิเศษ ได้แก่ รางวัล Popular Vote จำนวน 2 รางวัลๆ ละ 10,000 บาท และรางวัล Best Inspiration จำนวน 2 รางวัลๆ ละ 10,000 บาท โดยผู้ได้รับรางวัลยังจะได้รับสิทธิประโยชน์ อื่นๆ จากกลุ่มทรู เช่น การเข้าร่วมโครงการเสริมสร้างผู้ประกอบการใหม่, โครงการบ่มเพาะธุรกิจการสื่อสาร และโอกาสต่อยอดธุรกิจร่วมกับทรูอีกด้วย สามารถดูรายละเอียดที่ www.trueinnovationawards.com
Tags : ทรู คอร์ปอเรชั่น

ความคิดเห็นของข่าวนี้
เพื่อแสดงความคิดเห็น