กรุงเทพธุรกิจ

ad a1

ธุรกิจ : HR Management

วันที่ 30 กันยายน 2554 13:18

กลยุทธ์รุก-รับ ศึกอาเซียน ธุรกิจที่ปรึกษา

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

จากนี้องค์กรธุรกิจจะประกอบไปด้วยคนที่มีแบล็คกราวน์ที่หลากหลาย ทั้งด้านเชื้อชาติ ศาสนาและภาษา รวมไปถึงศักยภาพความพร้อมที่ไม่เท่าเทียมกัน

ผลพวงของการค้าเสรี ทำให้เกมการแข่งขันธุรกิจร้อนแรงมากขึ้น เสี่ยงมากขึ้น  ตรงกันข้ามแนวโน้มธุรกิจที่ปรึกษากลับทวีความแจ่มใส   โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ปรึกษาด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์  ด้วยกรณีที่มีการเคลื่อนไหวอย่างเสรีของคนทำงาน


 จากนี้ไปในองค์กรธุรกิจจะประกอบไปด้วยคนที่มีแบล็คกราวน์ที่หลากหลาย ทั้งด้านเชื้อชาติ ศาสนาและภาษา รวมไปถึงศักยภาพความพร้อมที่ไม่เท่าเทียมกัน 


 เพราะคน คือเรื่องใหญ่  ด้วยความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจไม่ว่าจะเป็นทางด้านใดก็ตาม ทั้ง  สินค้า บริการ เทคโนโลยี นวัตกรรม ฯลฯ  ล้วนแล้วเกิดขึ้นจาก ฝีมือของคนทั้งสิ้น


 แต่ใช่ว่ามันจะเป็นโอกาสทองของทุกคน เพราะโลกเสรีก็จำกัดโอกาสให้กับบางคนเท่านั้น


 ดร.สุรพิชย์ พรหมสิทธิ์ ประธานกรรมการ บริษัท บางกอก เทรนนิ่ง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด  (Bangkok Training International หรือ BTR)   กล่าวถึงโลกเสรีและมุ่งเน้นประชาคมอาเซียน (ASEAN Community หรือ AEC) ที่กำลังจะเกิดขึ้นว่าเสมือนเป็นการเปิดประตูบ้านรับการแข่งขัน  ธุรกิจที่ปรึกษาหรือไม่ว่าธุรกิจใดก็คงถอยหนีไม่ได้ ต้องกัดฟันวิ่งสู้ฟัดไปข้างหน้าสถานเดียว


 ประเด็นก็คือ เขามองว่าธุรกิจที่ปรึกษาสัญชาติไทยถ้ารับมือด้วยกลยุทธ์เชิงรุกคงจะไม่พลาดพลั้ง  ทว่าถ้าเป็นเชิงรับแล้วอาจยังไม่มีความพร้อม


 "เราอยู่ในโหมดธุรกิจบริการที่ดูเหมือนจะได้เปรียบ ในความเป็นจริงมันมีความอ่อนไหวมาก และเคลื่อนย้ายได้ง่ายที่สุด ยอมรับว่าเรามีข้อเสียเปรียบอยู่หลายเรื่อง"


 โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิงคโปร์หนึ่งในประเทศสมาชิก AEC นั้นได้รับความยอมรับว่าเป็นจอมยุทธ์แห่งธุรกิจที่ปรึกษามายาวนานแล้ว


 ทำอย่างไรจึงจะประสบความสำเร็จทั้งรุกและรับ ?


 ดร.สุรพิชย์  บอกว่าในเชิงรุก   BTR  ได้มองตลาดเพื่อนบ้านโดยโฟกัสกลุ่มประเทศ CLMV ได้แก่ พม่า ลาว กัมพูชา เวียดนาม  ซึ่งเขาเชื่อมั่นในศักยภาพของที่ปรึกษาคนไทย ในลูกทีมของเขา ขณะที่ในเชิงรับยอมรับว่าคงต้องหันมามุ่งมั่นพัฒนาตัวเองให้มากยิ่งขึ้น


 " กับสิงคโปร์แล้วเรายังด้อยในแง่รู้เขารู้เรา จึงเป็นจุดที่เราต้องสังวรว่า ระบบ  เครื่องมือ  นวัตกรรม การจัดการความรู้หรือ KMและความเชี่ยวชาญของคนของเราต้องตามเขาให้ทัน  เรื่องนวัตกรรมเป็นเรื่องที่จำเป็นที่สุด ในที่นี้หมายถึง เราต้องศึกษางานวิจัยใหม่ๆ ถึงเทรนด์และเครื่องมือใหม่ๆ ในการบริหารทรัพยากรมนุษย์ "


 ซึ่งข้อมูลและผลงานวิจัยที่ศึกษา ดร.สุรพิชย์เฉลยว่า ส่วนใหญ่สืบค้นจากอินเตอร์เน็ต และที่ใช้มากคือฮาร์วาร์ด บิสิเนส รีวิว  ซึ่งมีผลงานวิจัยใหม่ๆ โดยเฉพาะเรื่ององค์กร เป็นที่ยอมรับในระดับโลก   อย่างไรก็ดีเขาก็แอบกระซิบว่าในเวลาเดียวกันที่ปรึกษาสัญชาติสิงคโปร์ปัจจุบันสามารถสร้างผลงานวิจัยที่มีคุณภาพได้เองจำนวนมาก


  "  การจัดการความรู้ หรือ KM ของเราต้องชัดเจนเป็นรูปธรรม  คนของเราต้องมีความรู้ความเข้าใจเป็นอย่างดีในข้อมูลที่มีอยู่  โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อมูลในเรื่องโลคัล ที่เราจะต้องเก่งกว่าสิงคโปร์"  


 แน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลย  ทั้งนี้อุปสรรคของธุรกิจที่ปรึกษาก็คือ กำลังขาดแคลนคนเก่ง และจะปั้นคนให้เก่งก็ทำได้ยาก ดร.สุรพิชย์ บอกว่า ธุรกิจที่ปรึกษาก็เหมือนกับธุรกิจอื่นๆ ที่บ่อยครั้งมักไม่ได้คนสำเร็จรูป ได้คนไม่พร้อมใช้ แต่อาศัยการปั้น (Grooming)


 "ถามว่ามีคนอยากเป็นที่ปรึกษาเยอะมั้ย ตอบว่าเยอะ  แต่กว่าจะพัฒนาได้ถึงขั้นเป็นมืออาชีพ ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ต้องใช้เวลาปั้นนานถึง2 ปี แต่ในแง่ของธุรกิจแล้วอยากให้สำเร็จเสร็จสิ้นเพียง 2 เดือนเท่านั้น "

 
 คำถามก็คือแล้วทำอย่างไรจึงจะปั้นคนเสร็จภายใน 2 เดือนให้ได้เยอะๆ  เขาบอกว่า เบื้องต้นคนที่จะเข้ามาอยู่ในวงการนี้ต้องเป็นคนที่เปิดรับ ชอบการเรียนรู้เสียก่อน จากนั้นค่อยฝึกสอนในลักษณะของการฝึกอบรมในงาน (On the Job Training)   ก็เพื่อผลลัพท์  Work Smart ที่ปลายทาง


 หลักการก็คือจะแนะนำลูกค้าให้   Work Smart  ผู้แนะนำต้อง Work Smart มากกว่าเสียอีก


  BTR   จะเติบใหญ่ได้อย่างมั่นคงในวันข้างหน้านอกจากกลยุทธ์ที่กล่าวมาแล้ว  ดร.สุรพิชย์บอกว่าต้องพ่วงในเรื่องของ Lean  ทำตัวให้เล็กแต่พิชิตคู่แข่งได้เช่นเดียวกับนิทาน แจ็คผู้ฆ่ายักษ์   รวมไปถึงหลักคิดที่ว่า อย่ายึดติดความสำเร็จของวันนี้  เพราะไม่มีอะไรหรือการกระทำใดๆ ที่เป็นเลิศที่สุด แต่จะมีอะไรที่ดีกว่ามาหักล้างอยู่เสมอ 


 อนาคตเป็นของไม่แน่นอน ดังนั้นอย่าหยุดนิ่ง อย่าหยุดคิด 

 

 

Tags : ชนิตา ภระมรทัต

ความคิดเห็นของข่าวนี้

เพื่อแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

advertisement

advertisement

AD Position a2 2

advertisement

advertisement

advertisement