จากนี้องค์กรธุรกิจจะประกอบไปด้วยคนที่มีแบล็คกราวน์ที่หลากหลาย ทั้งด้านเชื้อชาติ ศาสนาและภาษา รวมไปถึงศักยภาพความพร้อมที่ไม่เท่าเทียมกัน
ผลพวงของการค้าเสรี ทำให้เกมการแข่งขันธุรกิจร้อนแรงมากขึ้น เสี่ยงมากขึ้น ตรงกันข้ามแนวโน้มธุรกิจที่ปรึกษากลับทวีความแจ่มใส โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ปรึกษาด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์ ด้วยกรณีที่มีการเคลื่อนไหวอย่างเสรีของคนทำงาน
จากนี้ไปในองค์กรธุรกิจจะประกอบไปด้วยคนที่มีแบล็คกราวน์ที่หลากหลาย ทั้งด้านเชื้อชาติ ศาสนาและภาษา รวมไปถึงศักยภาพความพร้อมที่ไม่เท่าเทียมกัน
เพราะคน คือเรื่องใหญ่ ด้วยความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจไม่ว่าจะเป็นทางด้านใดก็ตาม ทั้ง สินค้า บริการ เทคโนโลยี นวัตกรรม ฯลฯ ล้วนแล้วเกิดขึ้นจาก ฝีมือของคนทั้งสิ้น
แต่ใช่ว่ามันจะเป็นโอกาสทองของทุกคน เพราะโลกเสรีก็จำกัดโอกาสให้กับบางคนเท่านั้น
ดร.สุรพิชย์ พรหมสิทธิ์ ประธานกรรมการ บริษัท บางกอก เทรนนิ่ง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (Bangkok Training International หรือ BTR) กล่าวถึงโลกเสรีและมุ่งเน้นประชาคมอาเซียน (ASEAN Community หรือ AEC) ที่กำลังจะเกิดขึ้นว่าเสมือนเป็นการเปิดประตูบ้านรับการแข่งขัน ธุรกิจที่ปรึกษาหรือไม่ว่าธุรกิจใดก็คงถอยหนีไม่ได้ ต้องกัดฟันวิ่งสู้ฟัดไปข้างหน้าสถานเดียว
ประเด็นก็คือ เขามองว่าธุรกิจที่ปรึกษาสัญชาติไทยถ้ารับมือด้วยกลยุทธ์เชิงรุกคงจะไม่พลาดพลั้ง ทว่าถ้าเป็นเชิงรับแล้วอาจยังไม่มีความพร้อม
"เราอยู่ในโหมดธุรกิจบริการที่ดูเหมือนจะได้เปรียบ ในความเป็นจริงมันมีความอ่อนไหวมาก และเคลื่อนย้ายได้ง่ายที่สุด ยอมรับว่าเรามีข้อเสียเปรียบอยู่หลายเรื่อง"
โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิงคโปร์หนึ่งในประเทศสมาชิก AEC นั้นได้รับความยอมรับว่าเป็นจอมยุทธ์แห่งธุรกิจที่ปรึกษามายาวนานแล้ว
ทำอย่างไรจึงจะประสบความสำเร็จทั้งรุกและรับ ?
ดร.สุรพิชย์ บอกว่าในเชิงรุก BTR ได้มองตลาดเพื่อนบ้านโดยโฟกัสกลุ่มประเทศ CLMV ได้แก่ พม่า ลาว กัมพูชา เวียดนาม ซึ่งเขาเชื่อมั่นในศักยภาพของที่ปรึกษาคนไทย ในลูกทีมของเขา ขณะที่ในเชิงรับยอมรับว่าคงต้องหันมามุ่งมั่นพัฒนาตัวเองให้มากยิ่งขึ้น
" กับสิงคโปร์แล้วเรายังด้อยในแง่รู้เขารู้เรา จึงเป็นจุดที่เราต้องสังวรว่า ระบบ เครื่องมือ นวัตกรรม การจัดการความรู้หรือ KMและความเชี่ยวชาญของคนของเราต้องตามเขาให้ทัน เรื่องนวัตกรรมเป็นเรื่องที่จำเป็นที่สุด ในที่นี้หมายถึง เราต้องศึกษางานวิจัยใหม่ๆ ถึงเทรนด์และเครื่องมือใหม่ๆ ในการบริหารทรัพยากรมนุษย์ "
ซึ่งข้อมูลและผลงานวิจัยที่ศึกษา ดร.สุรพิชย์เฉลยว่า ส่วนใหญ่สืบค้นจากอินเตอร์เน็ต และที่ใช้มากคือฮาร์วาร์ด บิสิเนส รีวิว ซึ่งมีผลงานวิจัยใหม่ๆ โดยเฉพาะเรื่ององค์กร เป็นที่ยอมรับในระดับโลก อย่างไรก็ดีเขาก็แอบกระซิบว่าในเวลาเดียวกันที่ปรึกษาสัญชาติสิงคโปร์ปัจจุบันสามารถสร้างผลงานวิจัยที่มีคุณภาพได้เองจำนวนมาก
" การจัดการความรู้ หรือ KM ของเราต้องชัดเจนเป็นรูปธรรม คนของเราต้องมีความรู้ความเข้าใจเป็นอย่างดีในข้อมูลที่มีอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อมูลในเรื่องโลคัล ที่เราจะต้องเก่งกว่าสิงคโปร์"
แน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลย ทั้งนี้อุปสรรคของธุรกิจที่ปรึกษาก็คือ กำลังขาดแคลนคนเก่ง และจะปั้นคนให้เก่งก็ทำได้ยาก ดร.สุรพิชย์ บอกว่า ธุรกิจที่ปรึกษาก็เหมือนกับธุรกิจอื่นๆ ที่บ่อยครั้งมักไม่ได้คนสำเร็จรูป ได้คนไม่พร้อมใช้ แต่อาศัยการปั้น (Grooming)
"ถามว่ามีคนอยากเป็นที่ปรึกษาเยอะมั้ย ตอบว่าเยอะ แต่กว่าจะพัฒนาได้ถึงขั้นเป็นมืออาชีพ ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ต้องใช้เวลาปั้นนานถึง2 ปี แต่ในแง่ของธุรกิจแล้วอยากให้สำเร็จเสร็จสิ้นเพียง 2 เดือนเท่านั้น "
คำถามก็คือแล้วทำอย่างไรจึงจะปั้นคนเสร็จภายใน 2 เดือนให้ได้เยอะๆ เขาบอกว่า เบื้องต้นคนที่จะเข้ามาอยู่ในวงการนี้ต้องเป็นคนที่เปิดรับ ชอบการเรียนรู้เสียก่อน จากนั้นค่อยฝึกสอนในลักษณะของการฝึกอบรมในงาน (On the Job Training) ก็เพื่อผลลัพท์ Work Smart ที่ปลายทาง
หลักการก็คือจะแนะนำลูกค้าให้ Work Smart ผู้แนะนำต้อง Work Smart มากกว่าเสียอีก
BTR จะเติบใหญ่ได้อย่างมั่นคงในวันข้างหน้านอกจากกลยุทธ์ที่กล่าวมาแล้ว ดร.สุรพิชย์บอกว่าต้องพ่วงในเรื่องของ Lean ทำตัวให้เล็กแต่พิชิตคู่แข่งได้เช่นเดียวกับนิทาน แจ็คผู้ฆ่ายักษ์ รวมไปถึงหลักคิดที่ว่า อย่ายึดติดความสำเร็จของวันนี้ เพราะไม่มีอะไรหรือการกระทำใดๆ ที่เป็นเลิศที่สุด แต่จะมีอะไรที่ดีกว่ามาหักล้างอยู่เสมอ
อนาคตเป็นของไม่แน่นอน ดังนั้นอย่าหยุดนิ่ง อย่าหยุดคิด
Tags : ชนิตา ภระมรทัต

ความคิดเห็นของข่าวนี้
เพื่อแสดงความคิดเห็น