หลังไฟไหม้ ศูนย์การค้าเซ็นเตอร์กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง แปลงโฉมตัวเองครั้งใหญ่โดย "คำนึงถึงความต้องการลูกค้า" เป็นที่ตั้ง
รัชพล ไกรจิรโชติ บอกว่า เหตุการณ์ที่ผ่านมาถือว่าเป็นโอกาสให้เซ็นเตอร์วันปรับปรุงศูนย์การค้าให้ดีขึ้นกว่าเดิม หลังจากที่เปิดให้บริการมา 15 ปี นับจากปี 2538
กลับมาเฉิดฉายบนสตรีทแฟชั่นอีกครั้งสำหรับเซ็นเตอร์วัน ชอปปิง พลาซ่า (Center One) ศูนย์การค้าเสื้อผ้า เครื่องประดับ และอีกหลากสินค้าในย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ หลังจากผ่านมรสุมการเมืองจากกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงบุกเผาศูนย์การค้าเมื่อปีผ่านมา จนต้องปิดไปนาน 6-7 เดือน เพื่อก่อสร้างและปรับปรุงใหม่ในบางส่วน
รัชพล ไกรจิรโชติ กรรมการผู้จัดการศูนย์การค้าเซ็นเตอร์วัน ชอปปิง พลาซ่า กล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้มท่ามกลางกลุ่มผู้ค้ารายย่อยที่มารอฟังข่าวการเปิดตัวอีกครั้งของเซ็นเตอร์วัน ผิดไปจากครั้งก่อนที่ศูนย์การค้าแห่งนี้ต้องปิดตัวลงเพราะไฟไหม้ว่า ดีใจที่ศูนย์การค้าแห่งนี้กลับมาเปิดให้บริการประชาชนได้อีกครั้ง โดยเขามองโลกในแง่ดีว่าเหตุการณ์ที่ผ่านมาถือว่าเป็นโอกาสให้ เซ็นเตอร์วันได้ปรับปรุงศูนย์การค้าให้ดีขึ้นกว่าเดิม หลังจากที่เปิดให้บริการมา 15 ปี นับจากปี 2538
“การกลับมาในครั้งนี้ของเรา เป็นเหมือนการตกตะกอนความคิดของเราเองด้วย ให้กลับมาทบทวนว่าลูกค้าที่เข้ามาชอปปิงในย่านนี้ต้องการอะไรมากกว่าที่จะทำอะไรที่ตามกระแสแฟชั่น ผมดีใจมากที่เซ็นเตอร์วัน จะเปิดให้บริการเต็ม 100% ได้ในเดือนกุมภาพันธ์นี้ คิดว่าคงจะมีความคึกคักเหมือนเดิม” เขาเชื่อมั่น
ในช่วงที่ศูนย์การค้าแห่งนี้ปิดให้บริการ 6-7 เดือน เขาบอกว่า ถือเป็นช่วงเวลาที่สั้นมากสำหรับการวางรูปแบบ วางผังร้านค้าภายใน แต่รัชพลบอกว่าอย่างไรก็ต้องเร่งเปิดให้บริการ เพราะยังมีผู้ประกอบการร้านค้าย่อยอีกหลายร้อยร้านที่รออยู่ โดยในช่วง 2-3 เดือนแรกหลังปิดให้บริการจะหนักไปในเรื่องของการ "ระดมความคิด" กันว่าตกลงแล้วรูปแบบของเซ็นเตอร์วันจะออกมามีหน้าตาอย่างไร
ในที่สุดก็สรุปได้ว่าศูนย์การค้าแห่งนี้ควรจะมี "เอกลักษณ์" เฉพาะตัว ไม่ตามกระแสแฟชั่นมากนัก โดยช่วงที่ปิดซ่อมแซมก็ได้สำรวจความต้องการของลูกค้าไปพร้อมกัน จนสุดท้ายเห็นว่าคนที่เข้ามาเดินที่นี่ มีความเป็นตัวของตัวเองสูงมาก ต้องการสินค้าที่ตอบโจทย์ความต้องการ สะท้อนความเป็นตัวเองเช่นกัน
นี่จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เซ็นเตอร์วัน พลิกโฉมจากเดิมค่อนข้างมาก เพื่อพร้อมรับการแข่งขันทางธุรกิจในปัจจุบัน สะท้อนให้เห็นจากรูปแบบการตกแต่งภายในและภายนอกอาคาร
"ลูกค้าที่เข้ามาชอปปิงส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงที่มีบุคลิก และฉลาด ที่นี่ยังเป็นศูนย์การค้าที่คนมาบ่อยและมาเป็นจำนวนมาก จึงเกิดแนวคิดการออกแบบเชิงภาพลักษณ์ขึ้น โดยภายในอาคารจะสร้างบรรยากาศที่แตกต่างกันในแต่ละโซน เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ
การสร้างความแตกต่าง ยังทำให้การวางผังของแต่ละร้านค้าหาได้ง่าย เพราะถ้าศูนย์การค้าที่มีร้านค้าจำนวนมาก หากแต่ละโซนมีหน้าตาคล้ายกัน จะทำให้เดินหาร้านค้ายากมาก"
ส่วนภายนอกอาคาร รัชพลบอกว่า จะมีรูปทรงที่เรียบง่ายแต่มีความร่วมสมัย เน้นการผสมผสาน การเล่นสีเพื่อสร้างบุคลิก โดยสีขาวมุกถือเป็นตัวแทนของทุกยุคสมัย สีทองสื่อถึงความคุ้มค่า และสีม่วงหมายถึงผู้หญิงที่มีบุคลิกโฉบเฉี่ยว เป็นตัวของตัวเองสูง
“แม้ว่าที่เซ็นเตอร์วันจะเปลี่ยนแปลงตัวเองไปมาก แต่สิ่งหนึ่งที่เราพยายามคงไว้คือ การที่มีร้านค้าย่อยๆ จำนวนมากถึง 350 ร้านค้า ตรงนี้ถือเป็นเสน่ห์ที่สำคัญที่สุดของเรา คนที่เข้ามาเดินชอปปิงที่นี่เพราะชอบในความที่มีร้านค้าย่อยเยอะ” รัชพล เผย
สำหรับศูนย์การค้าแห่งนี้ได้ทยอยเปิดไปแล้วเป็นบางส่วน ได้แก่ ชั้น G จำนวน 140 ร้านค้า และที่เหลือตั้งแต่ชั้นที่ 1-3 จะเปิดในเดือนกุมภาพันธ์ 2554 คาดว่าจะเป็นช่วงวันวาเลนไทน์ หรือตรุษจีน รวมทั้งหมด 350 ร้านค้า รัชพลบอกว่า ยังจะมีการเพิ่มจำนวนร้านค้าขนาดใหญ่รวมทั้งร้านอาหารและเครื่องดื่ม เพื่อให้ที่นี่กลายเป็นแหล่งนัดพบสังสรรค์ โดย 40% ของพื้นที่จะเป็นร้านอาหารและเครื่องดื่ม จากพื้นที่ทั้งหมด 5,000 ตารางเมตร
นอกจากนี้ การพัฒนาเซ็นเตอร์วันยุคใหม่ จะมาพร้อมกับการจัดอีเวนท์ต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นการวางแผนการตลาดอย่างหนึ่งของบริษัท เพื่อกระตุ้นให้คนเข้ามาจับจ่ายซื้อสินค้าภายในศูนย์การค้ามากขึ้น เช่น ในช่วงปีใหม่ที่ผ่านมามีการจัดรายการ Happy Hours Happy Day เพื่อลดราคาสินค้า โดยสามารถซื้อสินค้า 2 ชิ้นภายในห้างได้ในราคา 50 บาทในช่วงเวลา 17.00-18.00 น. ตั้งแต่วันที่ 17 - 31 ธ.ค.2553
เขาบอกว่า นอกเหนือจากในเรื่องของการทำมาร์เก็ตติ้งที่เริ่มจะบุกหนักขึ้นแล้ว เซ็นเตอร์วันยังปรับตัวในเรื่องระบบรักษาความปลอดภัย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย เช่น การทำประกันอัคคีภัย และที่ขาดไม่ได้คือการทำประกันภัยการก่อวินาศกรรมหรือการก่อการร้าย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจากับบริษัทรับทำประกันภัยรายหนึ่ง
"ก่อนหน้านั้นเราไม่เคยทำประกันภัยเรื่องก่อการร้ายหรือวินาศกรรมไว้เลย เพราะประเทศเราไม่เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้มาก่อนกำลังดูอยู่ว่าบริษัทประกันที่ไหนจะให้บริการกับเราได้ครอบคลุมในเรื่องนี้ได้บ้าง ส่วนประเด็นความช่วยเหลือจากภาครัฐนั้น ผมเข้าใจว่ามันเกินกำลังที่รัฐบาลจะให้ความช่วยเหลือเราได้ แต่ผมก็กำลังคุยในเรื่องนี้อยู่คาดว่าจะได้ข้อสรุปในเร็วๆ นี้"
ส่วนการปรับปรุงในเรื่องความปลอดภัยให้ร้านค้านั้น รัชพลบอกว่าได้เพิ่มประตูที่เป็นแผงเหล็กให้กับร้านค้าย่อย จากเดิมที่เป็นเพียงกระจกเท่านั้น รวมทั้งการติดตั้งเครื่องดับเพลิงและสปริงเกิล เมื่อเกิดควันจะพ่นน้ำออกมาดับไฟทันที ตลอดจนการเพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ซึ่งคุยกับบริษัทที่ทำงานด้านนี้อยู่ว่าเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นเจ้าหน้าที่ควรจะรับมืออย่างไร
สำหรับการลงทุนเพื่อการปรับโฉมเซ็นเตอร์วันในครั้งนี้ รัชพลบอกว่า ใช้งบประมาณ 160 ล้านบาท และจากการประเมินความเสียหายหลังจากที่ต้องปิดให้บริการพบว่า รายได้หายไปราว ๆ 100 ล้านบาท
ส่วนในปี 2554 เซ็นเตอร์วันจะเพิ่มงบการตลาดเป็น 3-5 ล้านบาท และมีแผนจะลงทุนก่อสร้างที่จอดรถเพิ่มเติมอีก 100 คัน คาดว่าจะใช้งบประมาณ 100 ล้านบาท เพื่อเพิ่มที่จอดรถให้ได้เป็น 300 คัน
นอกจากนี้ในปัจจุบันเซ็นเตอร์วัน ได้ปรับขึ้นค่าเช่าพื้นที่อีก 10% หลังจากที่คงค่าเช่าเดิมไว้มานานกว่า 3 ปี โดยห้องขนาดปกติ 7-8 ตารางเมตร คิดค่าเช่าเพิ่มเป็น 10,000 บาทต่อเดือน จากเดิมอยู่ที่ประมาณ 8,000-9,000 บาทต่อเดือน ส่วนรายได้ของศูนย์การค้าแห่งนี้ก็อยู่ประมาณ 10 ล้านบาทต่อเดือน เฉลี่ยในแต่ละวันจะมีคนหมุนเวียนเข้ามาชอปปิงภายในห้างราวๆ 20,000 คนต่อวัน
ก่อนที่จะจบการสนทนา รัชพลบอกว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของเซ็นเตอร์วัน นอกจากเป็นการปรับภาพลักษณ์ให้กับตัวศูนย์การค้าแล้ว ยังถือเป็นการปรับการทำงานของกลุ่มผู้บริหารไปด้วยในตัว โดยเฉพาะการวางกลยุทธ์เพื่อต่อกรกับห้างสรรพค้า หรือศูนย์การค้าที่ปัจจุบันผุดขึ้นมากมาย นับว่าเป็นงานท้าทายที่รออยู่ข้างหน้า
ส่วนความกังวลที่ว่าเหตุการณ์ไฟไหม้จะกลับมาซ้ำรอยเดิมอีกหรือไม่นั้น เขายิ้มและบอกว่า ไม่มีความกังวล เพราะคิดว่าหลายฝ่ายคงเห็นแล้วว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทยและเศรษฐกิจไทยโดยรวม คงไม่มีใครกล้าซ้ำเติมประเทศไทยอีก
ผมห่วงแต่เรื่องภาวะเศรษฐกิจโลกที่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิกฤติการเงินในยุโรปและอเมริกา "รัชพล" บอก
Tags : รัชพล ไกรจิรโชติ • เซ็นเตอร์วัน

ความคิดเห็นของข่าวนี้
เพื่อแสดงความคิดเห็น