กรุงเทพธุรกิจ

ad a1

ธุรกิจ : HR Management

วันที่ 6 กันยายน 2553 06:06

โลจิสติกส์ ในทศวรรษที่ท้าทาย

Mr. Thomas den Hertog อดีต CEO of CRC Royal Ahold Thailand (หรือท็อปส์ซูเปอร์มาร์เก็ต  ประเทศไทย)

Mr. Thomas den Hertog อดีต CEO of CRC Royal Ahold Thailand (หรือท็อปส์ซูเปอร์มาร์เก็ต ประเทศไทย)

Mr. Chan Seng Kit  Managing Director of K-Farm Sdn Bhd, Malaysia

Mr. Chan Seng Kit Managing Director of K-Farm Sdn Bhd, Malaysia

ไพบูลย์ พลสุวรรณา  ประธานกรรมการบริษัท ธารสมุทรฟู้ด จำกัด

ไพบูลย์ พลสุวรรณา ประธานกรรมการบริษัท ธารสมุทรฟู้ด จำกัด

ภาพประกอบข่าว
TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

ยุคที่ไอโฟนครองโลก ซึ่งนอกเหนือการตอบโจทย์ด้านการสื่อสารและบันเทิงแล้วผู้คนยังใช้มันตรวจสอบคุณภาพสินค้าได้อีกด้วย

เพียงแค่สแกนตรงบาร์โค้ด ก็จะเห็นรายละเอียดสินค้าทั้งหมดอย่างง่ายดาย...นี่เป็นเพียงแค่โจทย์ข้อเดียวเท่านั้น

ในความเป็นจริงมีโจทย์อีกมากมายจนนับไม่ถ้วนที่กำลังท้าทายการบริหารจัดการระบบโลจิสติกส์อยู่

Dr. Wee Kheng Soon Rodney Chief Executive/Principal Consultant, Asia  Cold Chain Centre (Singapore) กล่าวว่าปัจจุบันโลจิสติกส์มีปัญหาหลักอยู่ 2 เรื่อง  คือ เรื่องของคน  ซึ่งโยกย้ายเปลี่ยนงานกันค่อนข้างสูง และเรื่องที่ดินทำกินที่ลดน้อยลงเนื่องจากการขยายตัวของเมืองเพิ่มมากขึ้น

ขณะที่ยังมีปัญหาอื่นที่ก่อให้เกิดผลกระทบทางอ้อม อาทิ ความพร้อมด้านสาธารณูปโภคของแต่ละประเทศ  ความรู้ความเข้าใจของบุคลากรเกี่ยวกับการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อคงคุณภาพใหม่และสดของสินค้า รวมถึงกฎข้อบังคับต่างๆ เช่น EUREPGAP , ISO ซึ่งที่แท้คือการกีดกันทางการค้านั่นเอง

"ต้องอาศัยการวางแผน กระบวนการจัดการที่ดี คำนึงถึงการบูรณาการสินค้าจากต้นน้ำ (upstream) มาสู่ปลายน้ำ  (downstream) เพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ของการผสมผสานปัจจัยหลายๆ อย่างเข้าด้วยกัน"

และโลจิสติกส์เป็นศาสตร์ที่ไม่รู้จบ  แต่แน่นอนคือต้องคำนึงถึงลูกค้าอยู่เสมอซึ่งมีความต้องการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

"ที่ฉุกคิดก็คือ  พวกเราส่วนใหญ่มักเรียนจบจากสถาบันเดียวกัน วิชาเดียวกัน หนังสือเล่มเดียวกัน ข้อผิดพลาดก็เลยเหมือนกัน นั่นเป็นเพราะเราแก้ปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นโดยการปฏิบัติตามหนังสือซึ่งเขียนในเวลาที่ได้ผ่านเลยไปแล้ว"

Mr. Thomas den Hertog อดีต CEO of CRC Royal Ahold Thailand (หรือท็อปส์ซูเปอร์มาร์เก็ต  ประเทศไทย) มองว่าผู้บริโภคคือ ความท้าทายสำคัญ  ด้วยข้อมูลข่าวสารผ่านเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำในปัจจุบันส่งผลให้พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปมาก 

"มันส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบโลจิสติกส์ที่ต้องหันมาตอบสนองความต้องการส่วนบุคคล (individual)  เช่น เพียงแค่สถานีรถไฟแห่งเดียวในกรุงอัมสเตอร์ดัมมีซูเปอร์มาร์เก็ตเล็กๆ ถึง 3 แห่ง เนื่องจากคนยุคใหม่นิยมแวะซื้อระหว่างเดินทางกลับบ้าน  ดังนั้นเราควรมองหาความต้องการของผู้บริโภคว่าเขาต้องการอะไร และเมื่อทราบก็อย่ารอที่จะทำให้เกิดจุดเด่นเป็นข้อแตกต่าง"

"ตัวผมเองเป็นทั้งผู้ซื้อ และผู้ขาย จึงเห็นด้วยกับการปฏิรูประบบทั้งหมด เราไม่ควรที่จะหยุดคิด แต่ควรจะหาทางเพิ่มคุณค่าให้กับสินค้ามากกว่าแค่มี คุณภาพดีเท่านั้น เพราะในวันหนึ่งลูกค้าอาจเปลี่ยนใจจากเรา "

ผู้ประกอบการต้องกระตือรือร้น  อย่าคิดว่าทำแค่นี้ก็ดีอยู่แล้ว  แต่ให้จินตนาการว่ากำลังมีฉลามไล่กวดอยู่ตลอดเวลาซึ่งจะไม่ทำให้เกิดการหยุดนิ่งอยู่กับที่

ด้าน Mr. Chan Seng Kit  Managing Director of K-Farm Sdn Bhd, Malaysia  มองว่าปัญหาหลักเป็นเรื่องของต้นทุนเชื้อเพลิง หรือ น้ำมันที่ดูเหมือนว่าจะแพงขึ้นทุกวัน และคงต้องแก้กันที่ประสิทธิภาพของการจัดส่ง และพึ่งนวัตกรรมที่ช่วยลดขั้นตอนการขนส่งจากต้นทางให้ถึงปลายทางโดยเร็วที่สุด

"ผมรู้สึกกังวลว่า ที่สุดระบบซัพพลายเชนจะตกอยู่ในกำมือของบริษัทรายใหญ่เท่านั้น  ขณะที่เกษตรกรรายย่อยกลับไม่สามารถสร้างระบบขนส่ง หรือระบบโลจิสติกส์ได้เอง ต้องตกเป็นเครื่องมือและถูกครอบงำโดยนายทุนใหญ่  ดังนั้นแม้เป็นเรื่องยากแต่เราจะไม่หยุดความพยายามสอนงานให้กับเกษตรกรอย่างเต็มที่ อย่างน้อยในการสอน 10 คน มีเพียง 1 คนที่เข้าใจและปฏิบัติได้ถูกต้องก็ถือเป็นความสำเร็จที่ช่วยให้เขาเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น"

เขาบอกว่าประเด็นสำคัญของระบบโลจิสติกส์นั้นไม่ได้มีแค่เรื่องรถบรรทุก และคลังเก็บสินค้า แต่คือการเชื่อมโยงเครือข่ายของทุกส่วนที่เกี่ยวข้องใน  ซัพพลายเชน  และตรงกันข้ามที่ผู้วางนโยบายมักจะผิดพลาดบ่อยครั้ง

และมองประเด็นเขตการค้าเสรีระหว่างประเทศว่าไปได้สวยกว่า เพราะต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์ คือได้ในสิ่งที่ต้องการ ไม่เหมือนกับข้อตกลงพหุภาคี  สำหรับเขาแล้วการที่มีผู้ซื้อที่ต่างกันไม่น่าจะเป็นผลดีเท่าไหร่

"มนุษย์ต้องใช้เวลาในการเรียนรู้ที่จะเปลี่ยนแปลง แต่ท้ายที่สุดเราต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับสิ่งที่มี และใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เราเป็นเพียงแค่ประเทศเล็กๆ และจะอยู่รอดได้ด้วยการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน สร้างนวัตกรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเพราะมันคือหัวใจของการทำซัพพลายเชน"

ไพบูลย์ พลสุวรรณา  ประธานกรรมการบริษัท ธารสมุทรฟู้ด จำกัด  ให้ข้อคิดว่าอาจยังเร็วเกินไปที่วันนี้จะพูดถึงปัญหา  เพราะระบบการจัดการโลจิสติกส์ในประเทศไทยยังไม่ได้ก้าวหน้าเท่าไหร่นัก

"คนไทยยังรู้สึกว่าถ้าหากซื้อสินค้ามาแล้วใช้ไม่ได้ก็แค่เพียงทิ้งมันไป  ประสิทธิภาพมันจะเกิดขึ้นได้ต้องอาศัยการผลักดันของรัฐบาล การเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นได้จากการที่ภาครัฐและเอกชนทำงานคู่ขนานกันไป "

อย่างไรก็ดีภาคเอกชนคงไม่สามารถรอได้ ธุรกิจไม่อาจหยุดคิดและรอได้   ความเป็นจริงก็คือในการจัดทำร่างนโยบายนั้นนักการเมืองโดยมากต้องการสร้างผลงานให้ได้ภายใน 1-2 ปี   ตรงกันข้ามที่ระบบโลจิสติกส์ต้องรอเวลาถึง 6 ปี จึงจะเห็นผล

เขาเองก็มองว่าระบบโลจิสติกส์ควรปรับเปลี่ยนให้ทันต่อพฤติกรรมผู้บริโภค   ตัวอย่างเช่น หลักการซูเปอร์มาร์เก็ตคอนเทนเนอร์ที่เริ่มมีบทบาทมากขึ้น สาเหตุหนึ่งเป็นเพราะลูกค้าไม่ต้องการรับภาระสินค้าคงคลัง  จนเกิดความคิดที่ว่าเป็นไปได้หรือไม่หากจะสั่งสินค้าที่มากกว่า 1 ชนิดใน 1 ตู้คอนเทนเนอร์ แทนการสั่งซื้อสินค้าเพียงชนิดเดียว เป็นต้น และเชื่อว่ามันจะแพร่หลายภายในอีกไม่กี่ปีนี้

สำหรับประเด็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนนั้น เขามองว่าเป็นวิธีรับมือกับประเทศยักษ์ใหญ่ในการสร้างอำนาจการต่อรอง โดยต้องสร้างความเป็นหุ้นส่วนระหว่างกัน และสร้างประโยชน์สูงสุดจากเสรีทางการค้า เสรีทางการลงทุน และเสรีทางการเงินที่เกิดขึ้นจากการรวมตัวในครั้งนี้
----------------------
ล้อมกรอบ

  เรียบเรียงจากหัวข้อสัมมนา  "Challenges of Logistics Management for Agribusiness in the next decade" ภายในงาน Logistics Management-Best Practices of Agribusiness ซึ่งจัดโดยองค์การเพิ่มผลผลิตแห่งเอเชีย (Asian Productivity Organization : APO) สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ และมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย 

 

Tags : โลจิสติกส์

ความคิดเห็นของข่าวนี้

เพื่อแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

advertisement

advertisement

advertisement