กรุงเทพธุรกิจ

ad a1

ธุรกิจ : HR Management

วันที่ 20 สิงหาคม 2553 01:00

เลโก้ธุรกิจ 'กรีนเดย์'

ชัยรัตน์ คงศุภมานนท์ รองประธานกรรมการ บริษัท กรีนเดย์ โกลบอล จำกัด

ชัยรัตน์ คงศุภมานนท์ รองประธานกรรมการ บริษัท กรีนเดย์ โกลบอล จำกัด

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

ทุกจุดเริ่มต้นของธุรกิจ ไม่ต่างอะไรกับตัวต่อของเล่น “เลโก้” ต้องเอามาเชื่อมต่อกัน และคิดไปข้างหน้าว่า แล้วจะออกมาหน้าตาเป็นอย่างไร

แม้แต่การสร้างโลกทั้งใบก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ ขอเพียงแต่มองเห็นในจินตภาพให้ได้ว่า ไม่ใช่เพียงแค่อยากสร้างโลก แต่จะทำอย่างไรให้โลกเลโก้ใบนี้หมุนรอบตัวเอง

ชัยรัตน์ คงศุภมานนท์ รองประธานกรรมการ บริษัท กรีนเดย์ โกลบอล จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายขนมขบเคี้ยวเพื่อสุขภาพตรา “กรีนเดย์” มองว่า การทำธุรกิจคือการประกอบตัวต่อเลโก้ จะสร้างโมเดลอย่างไรให้ตรงใจกับความต้องการของตลาด และสำคัญที่สุดของเลโก้ก็คือ คน ที่ต้องใช้แรงกายแรงใจและแรงสมอง ทำให้เศษชิ้นเล็กชิ้นน้อยของเลโก้ กลายเป็นโลกธุรกิจที่พร้อมเดินหน้าได้ตลอดเวลา

เขาเติบโตในธุรกิจห้างหุ้นส่วน กับกิจการซื้อมาขายไปของสินค้าประเภท ผัก ผลไม้แช่แข็ง และของแห้งทุกชนิด ส่งไปขายตลาดต่างประเทศ ทุกวันจะมีผักและผลไม้ถูกคัดทิ้ง กลายเป็นอาหารไร้ค่า ให้เขานั่งมองได้ทุกวัน

ในโลกยุคใหม่ที่แม้แต่ขยะก็ยังมีโอกาสแปลงสภาพเป็นทองคำ ฉะนั้นแล้วการทำให้เศษผักผลไม้มีราคาค่างวดขึ้นมาได้ ก็ต้องเข้าสู่กระบวนการแปรรูป เพื่อให้มูลค่าติดตัวมา

และกลายเป็นจุดเปลี่ยนของธุรกิจจากซื้อมาขายไป “ห้างหุ้นส่วนจำกัด เอ เอส เวิลด์ เทรดดิ้ง” มาเป็นธุรกิจสร้างมูลค่าเพิ่ม “กรีนเดย์ โกลบอล” จับแนวโน้มกระแสสุขภาพมาเป็นทิศทางการขับเคลื่อน

“ผมเคยไปฟังบรรยายของเจ้าสัว 2 คนคือ ธนินท์ เจียรวนนท์ กับ เจริญ สิริวัฒนภักดี พูดเหมือนกันว่า เวลากับโอกาสเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ถ้าโอกาสพร้อม และเวลามาถึง ที่เหลือก็ขึ้นกับคนแล้ว”

เขาบอกว่า ถ้าธุรกิจกรีนเดย์ถือกำเนิดขึ้นเมื่อสิบปีที่แล้ว กับการเปิดตัวแนวคิดผักผลไม้ทอดเพื่อสุขภาพด้วยระบบสุญญากาศ การตอบรับของตลาดคงไปไม่ได้ไกล ด้วยภาระต้นทุนที่สูงกว่าคู่แข่ง ในยุคที่ขนมแป้งและน้ำตาลขึ้นรูป หรือมันฝรั่งทอด กำลังเบียดเสียดกันจนไม่มีที่ให้ยืน

แต่ห้าปีหลังที่แนวโน้มธุรกิจสุขภาพกำลังมาแรง ผู้คนเริ่มห่วงใยตัวเองและกลัวตายมากขึ้น การหยิบเอาของทานเล่นประเภททอดที่ยังอยู่ในความนิยม มาเปลี่ยนกระบวนการทอดที่ควบคุมปริมาณน้ำมันในผลิตภัณฑ์ให้เหลือเพียง 2% จากการทอดปกติของขนมขบเคี้ยวในตลาดที่อยู่ที่ 30% เป็นสิ่งที่กรีนเดย์มองว่า คือการเติมเต็มความต้องการของตลาดที่หายไป

“กุญแจความสำเร็จของกรีนเดย์ เรามองอยู่ 2 เรื่อง อย่างแรกเลยก็คือ การให้ความรู้ความเข้าใจกับลูกค้าถึงคุณค่าของผลิตภัณฑ์ อธิบายได้ว่า ถ้าทานไปแล้วสิ่งที่ได้คืออะไร หรือขอเพียงให้ได้ลองชิม รับรองลูกค้าจะติดใจอยากซื้ออีก ถัดมาคือ ประสิทธิภาพการผลิตต้องให้ได้คุณภาพ ได้การยอมรับจากผู้บริโภคจริงๆ ว่า กรีนเดย์เป็นสแน็กเพื่อสุขภาพ สามารถเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคกลุ่มหนึ่งได้จริงๆ ว่า เรามีโอกาสเลือกของทานเล่นที่ไม่จำเป็นต้องทำลายสุขภาพตัวเอง หรือต้องยอมอ้วน เราสามารถทานได้ และมีสุขภาพดีได้ด้วย”

ชัยรัตน์ เป็นนักธุรกิจรุ่น Gen Y (อายุต่ำกว่า 30 ปีลงมา) ที่เข้ามาสวมต่อแนวคิดดั้งเดิมของธุรกิจครอบครัว การเรียนจบสาขาเอกวิทยาศาสตร์อาหาร จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถือเป็นจุดแข็งที่ทำให้เขาเข้าใจทุกขั้นตอนของกระบวนการผลิต ขณะที่ความรู้ทางด้านบริหารจัดการและการทำตลาด เป็นสิ่งที่เขามองว่า ในโลกของการเรียนรู้วันนี้ ไม่ได้จำกัดอยู่ในห้องเรียน หรือการศึกษาต่อระดับปริญญาโท

หลายปีก่อนเขาเคยเรียนเอ็มบีเอ เพื่อต่อเติมความรู้ในการทำธุรกิจ แต่พอเรียนไปได้เพียงเทอมเดียว ก็ตัดสินใจเลิกเรียน ด้วยความรู้สึกที่ว่า การไปเรียนอะไรหลากหลายร้อยอย่าง ถึงเวลาที่เกิดปัญหาในการทำงาน ยากที่จะรู้ว่าต้องใช้ทฤษฎีไหนก่อนหลัง แต่ถ้าเลือกที่จะกระโดดมาทำธุรกิจเต็มตัว พอเจออุปสรรคอะไร ก็วิ่งหาข้อมูล ถามผู้รู้ และรู้ให้หนักแน่นจริงจัง ก็มากพอที่จะดำเนินธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ

“อย่างการทำธุรกิจกรีนเดย์ โจทย์ที่เรามองคือ ต้องเข้าใจลูกค้าให้ได้ สิ่งที่เราผลิตให้ผู้บริโภค เขาต้องรู้สึกได้ว่าสะอาด ปลอดภัย และอร่อย เหมือนกับที่เราผลิตแล้วอยากทานเอง ขณะเดียวกันต้องผลิตสินค้าให้ได้คุณภาพ”

การผลิตเพื่อให้ได้คุณภาพ ไม่ใช่เพียงแค่ความเสมอต้นเสมอปลายของผลิตภัณฑ์ แต่หมายรวมถึงสรรพคุณและคุณค่าที่ผู้บริโภคจะได้รับจากการบริโภคสินค้านั้นจริงๆ ดังกรณีความสำเร็จของสินค้ารุ่นใหม่หลายยี่ห้อ ที่สามารถเติบโตขึ้นมาได้ จากการสร้างความเชื่อและการยอมรับในผลิตภัณฑ์ เช่น ทานสาหร่ายแล้วทำให้ผมดกดำ หรือดื่มเครื่องดื่มผสมคอลลาเจนแล้วทำให้ผิวสวย

เขามองว่า จุดยืนของกรีนเดย์ในธุรกิจสุขภาพ ด้วยการนำเสนอผักและผลไม้ทอดกรอบที่สามารถหาได้ในประเทศ อย่าง มะม่วง มันเทศ กระเจี๊ยบ กล้วย และสับปะรด ถือเป็นเรื่องที่อยู่ในกระแสหลักอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องสร้างกระแสขึ้นมาใหม่ เพียงแต่จากนี้ไปยังต้องใช้เวลาเพื่อตอกย้ำจุดขายว่า การทานผักและผลไม้ช่วยเพิ่มไฟเบอร์ได้จริง แม้จะอยู่ในรูปของสแน็ก

“ครั้งหนึ่งโออิชิเคยเกือบเสียแชมป์ ให้กับคู่แข่งขันที่บอกว่าผลิตภัณฑ์ตัวเองดื่มแล้วช่วยในการขับถ่าย แต่เมื่อดื่มแล้วไม่จริงตามนั้น สุดท้ายแชมป์ก็ยังเป็นแชมป์ได้ต่อไป”

ห้าปีของธุรกิจกรีนเดย์ เป็นช่วงเวลาสำคัญของการได้ลองผิดลองถูก และเติบโตทางความคิด สำหรับชัยรัตน์แล้ว เขามองว่า การทำงานไม่ใช่เพียงแค่ให้ธุรกิจมีกำไร หรือต้องมาทำงานแล้วได้เงินใส่กระเป๋ามากๆ แต่การทำงานที่ดี ต้องทำให้ครอบครัวมีความสุข ทำให้คนในองค์กรรักกัน สุดท้ายก็ต้องดูแลตัวเองให้มีความสมดุลในชีวิต “การทำงานคือการปฏิบัติธรรม เราต้องทำงานให้ดีที่สุด โดยไม่ต้องมาคิดว่าจะได้กำไรเท่าไร”

บริษัทเดินมาถึงจุดที่ธุรกิจกำลังเติบโตติดลมบน จากยุคแรกๆ ที่เขาสามารถทำอะไรได้ทุกอย่างด้วยตัวเอง ถึงจุดหนึ่งที่ธุรกิจเติบโต การเป็นฮีโร่ดูจะไม่ทันกาลเสียแล้ว ต้องสร้างคน ต้องให้โอกาสคน ด้วยการสร้างภาวะผู้ประกอบการ คนทุกคนอยู่ในวงล้อเดียวกัน เพื่อให้ทุกอย่างเดินไปข้างหน้าได้ง่ายขึ้น

การเปิดทางให้คนได้ไปฝึกอบรม ได้เรียนรู้ในสิ่งที่อยากจะเรียน โดยบริษัทออกเงินให้ และให้ไปหาเวลาเรียนเอาเองภายใน 1 ปี หรือแม้แต่ไปเข้าหลักสูตรปฏิบัติธรรมเป็นเวลา 10 วัน ก็เป็นสิ่งที่เขามองว่า ล้วนแล้วแต่สร้างพลังงานเชิงบวกให้แก่องค์กร

“ธรรมะทำให้คนทะเลาะกันน้อยลง โฟกัสในงานมากขึ้น ฝึกคิดบวก สร้างความเป็นปึกแผ่น โอกาสทางธุรกิจมาแล้ว ถ้าเรามีทีมไม่พร้อม เราก็ไปไม่ถึงฝั่ง ต้องวางแผนให้พนักงานทุกคนรักองค์กรและรู้จักงานในหน้าที่ตัวเอง ผมอยากสร้างองค์กรภายใต้การประสานหลากหลาย เพิ่มมุมมองใหม่ๆ สร้างองค์กรที่คนอยากมาทำงาน ดึงคนเก่ง ขยัน และดีเข้ามา อยากสร้างองค์กรที่มีความสุขในการทำงาน ถ้าเก่งแต่ไม่ดี ก็ถือว่าน่ากลัวที่สุด เราไม่เน้นกำไรมาก ให้โอกาสพนักงานที่มีศักยภาพขึ้นเงินเดือนได้ทุกไตรมาส ทุกคนทำผิดได้ ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ ไม่มีใครมีจุดแข็งไปหมดทุกอย่าง”

เพราะแม้แต่โมเดลเลโก้เอง ต่อไปได้ครึ่งทางแล้วรับน้ำหนักไม่ได้ตามส่วน ก็ยังต้องรื้อทิ้ง แล้วสร้างมันขึ้นมาใหม่ ด้วยแรงงานคน มันสมอง และประสบการณ์    

 

Tags : กรีนเดย์

ความคิดเห็นของข่าวนี้

เพื่อแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

advertisement

advertisement

advertisement