"ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง ในยุคจากนี้ไปฟิลิปส์มองว่ามหานครทั่วโลกกำลังแข่งขันกันแต่งหน้าทาปาก เพื่อให้เมืองดูดีไม่มีที่ติ
ขณะที่กลุ่มธุรกิจไฟฟ้าและอุปกรณ์แสงสว่างของฟิลิปส์เอง ก็กำลังขะมักเขม้นเติมเต็มกลยุทธ์ ที่ไม่ต่างจากไฮไลต์บนเส้นผม เพื่อช่วยขับบุคลิกทันสมัยของเมือง ให้เปล่งประกายชวนมอง
ในมุมของ โอลิเวอร์ พิกโคลิน (Olivier Piccolin) รองประธานอาวุโส และผู้จัดการทั่วไป กลุ่มธุรกิจอุปกรณ์แสงสว่างฟิลิปส์ ประจำภาคพื้นเอเชียแล้ว เมืองใหญ่ไม่ได้มีไว้แค่รองรับผู้คนที่จะโยกย้ายถิ่นฐานเข้ามาทำมาหากิน แต่ต้องมีองค์ประกอบที่ตอบโจทย์ทั้งความต้องการพื้นฐาน และตอบโจทย์ความต้องการเชิงคุณค่าในเวลาเดียวกัน
ทุกวันนี้เราอยู่ในโลกที่สลับซับซ้อน ยากเกินกว่าจะเข้าใจได้หมด แต่ละปีจะมีผู้คนทั่วโลก ย้ายเข้ามาอาศัยในเมือง 60 ล้านคน และสหประชาชาติ (UN) ก็คาดการณ์ว่า ในอีก 20 ปีข้างหน้า (พ.ศ. 2573) ประชากรจะเพิ่มขึ้นเป็น 5 พันล้านคน จากที่มีอยู่เวลานี้เกือบ 3 พันล้านคน
ช่วงเวลาการขยายตัวดังกล่าว จะทำให้ความต้องการใช้พลังงานเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า ขณะที่ประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป คาดว่าจะมีสัดส่วน 22% ในปี 2593 หรือเท่ากับ 2 พันล้านคน
การขยายตัวของเมืองและการโยกย้ายถิ่นฐานดังกล่าว นำไปสู่ความต้องการเกี่ยวกับสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีมากขึ้น ภายใต้ภาวะความกดดัน
พิกโคลินวิเคราะห์ทิศทางเติบโตของเมืองในอนาคต ที่กลายมาเป็นโอกาสทางธุรกิจฟิลิปส์ ว่า การเปลี่ยนแปลงของสังคมเมือง นำไปสู่ 4 ประเด็นหลักคือ 1. ในแง่ของความเป็นเมือง ต้องมีความปลอดภัยและวางแผนป้องกัน ให้คำแนะนำผู้คนและเตรียมอุปกรณ์ช่วยเหลือ ตลอดจนบริหารจัดการแหล่งมลภาวะ 2. ให้คุณค่ากับความเป็นมนุษย์มากขึ้น ภายใต้สุนทรียภาพของสภาพแวดล้อม สร้างเสริมประสบการณ์ เชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกัน โดยการสร้างธรรมชาติสอดแทรกไปกับความเป็นเมือง
3. ใส่ใจวิกฤติพลังงานและดูแลสภาพแวดล้อม ทำให้ผู้คนตระหนักถึงคุณค่าพลังงาน และเรียกร้องจิตสำนึก และ 4. บริหารการตลาดความเป็นเมือง (city marketing) สร้างแรงดึงดูดจากการท่องเที่ยว ระบุตัวตนที่เป็นบุคลิกของเมือง ความคิดสร้างสรรค์ และสร้างเมืองให้เคลื่อนไหวตลอดเวลา
ด้วยโจทย์เหล่านี้จึงเป็นที่มาของการกำหนดกลยุทธ์ในกลุ่มธุรกิจที่ให้ความส่องสว่าง
“การปฏิวัติเพื่อการเปลี่ยนแปลง เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง เพราะโลกกำลังเปลี่ยน ทั้งในเรื่องของสภาพแวดล้อม การขยายตัวของเมือง และไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคก็กำลังเปลี่ยนแปลงไป”
หลังจากฟิลิปส์กำหนดยุทธศาสตร์การเติบโต มุ่งเน้นไปที่ธุรกิจสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี ธุรกิจแสงสว่างจึงเป็นหนึ่งในสามขา ที่มุ่งจะพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คน ด้วยนวัตกรรมแสงสว่าง
“เพราะโลกยังต้องการนวัตกรรมที่มีความหมาย และสามารถเติมเต็มชีวิตให้ผู้คน ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นตลอดเวลา” เขาว่าอย่างนั้น
บริษัทเน้น 3 แนวทางหลักเอามาผลักดันธุรกิจคือ 1. People Focused : เข้าใจในความต้องการของผู้บริโภคในประเด็นที่แตกต่างหลากหลาย เช่น ต้องการประสิทธิภาพ ความปลอดภัย ความรู้สึกดีๆ และแรงบันดาลใจ
2. Partners in innovation : พันธมิตรทางธุรกิจที่แข็งแกร่งย่อมนำผลลัพธ์ไปสู่ความยิ่งใหญ่ อย่างเช่น คิดไปข้างหน้าด้วยกัน การทำธุรกิจอย่างคุ้มทุน การสร้างความสามารถในการปฏิบัติงาน และการปรับปรุงไปสู่สิ่งที่ดีกว่า
และ 3. Meaningful Solution : การสร้างโซลูชั่นที่มีความหมายต่อธุรกิจ และปรับปรุงคุณภาพในองค์รวม เช่น ช่วยเพิ่มมูลค่า ทำให้ผลิตผลงอกเงย ส่งเสริมการเรียนรู้ และช่วยสร้างตัวตน
ภายใต้กรอบของความเป็นสังคมเมืองที่มีผู้คนเป็นศูนย์กลาง บริษัทพยายามจับมือกับภาครัฐและเอกชนให้ช่วยกันสร้างเมืองที่น่าอยู่ ภายใต้ชุมชนที่ยั่งยืน ผ่านพลังงานแสงสว่างในอาคารสำนักงานและไฟถนนริมทาง
“เราต้องลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ 25% เพื่อที่จะไม่ทำให้สถานการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาวะอากาศเลวร้ายลงไปกว่านี้ ขณะที่โซลูชั่นแสงสว่างที่ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ก็เป็นหนึ่งในแนวทางที่สามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ และการวิจัยจากหลายสำนักก็ชี้ให้เห็นว่า ผู้บริโภคต้องการเปลี่ยนมาใช้โซลูชั่นที่ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นโดยเฉพาะกับพลังงานที่ให้แสงสว่าง”
ปัจจุบันเมืองต่างๆ ใช้พลังงานประมาณ 75% ของการใช้พลังงานทั้งหมดทั่วโลก ในส่วนของอาคารสำนักงานและหน่วยงานราชการ ใช้พลังงานไฟฟ้าแสงสว่างมากถึง 60% ขณะที่อีก 15% เป็นการใช้หมดไปกับไฟริมทาง เรื่องน่าเศร้าคือ 75% ของการใช้ระบบแสงสว่างยังจมอยู่กับเทคโนโลยีแบบเดิม ที่ไม่ประหยัดพลังงาน ดังนั้น การถือกำเนิดของเทคโนโลยีแบบใหม่ อย่าง LED และ Solar ที่เพิ่มศักยภาพช่วยประหยัดพลังงาน จึงเป็นอนาคตใหม่ของธุรกิจแสงสว่างที่ใครๆ ต่างก็วิ่งเข้าหา
พิกโคลิน กล่าวว่า การใช้พลังงานทั่วโลก 19% มาจากการใช้พลังงานเพื่อกำเนิดแสงสว่าง หากเมืองทั่วโลกเปลี่ยนมาใช้เทคโนโลยีประหยัดพลังงานแบบใหม่ จะช่วยลดการใช้พลังงานได้ถึง 40% ขณะเดียวกันแสงสว่างก็ไม่ใช่เพียงอุปกรณ์ที่ส่องสว่างเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่ช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้กับเมืองให้ดูน่าอยู่และสวยงามมากยิ่งขึ้น
ตัวอย่างนี้เห็นได้ชัดจากไฟรอบหอไอเฟล ฝรั่งเศส ที่ทำให้ปารีสกลายเป็นเมืองแห่งสัญลักษณ์และดูมีชีวิตชีวา ขณะที่หลายประเทศในเอเชียอย่างจีน เกาหลี ฮ่องกง และสิงคโปร์ ก็พยายามใช้แสงสว่างมาเป็นจุดขายดึงดูดเงิน
"ภูมิภาคเอเชียคาดว่าจะมีประชากรเพิ่มขึ้นอีก 200 ล้านคน ในอีก 20 ปีข้างหน้า ทุกวันนี้เมืองต่างพากันแข่งขัน เพื่อทำให้เมืองเป็นที่น่าสนใจ และดึงดูดสายตาผู้คนทั่วโลก แนวคิดของ city marketing โดยใช้แสงสว่างเป็นองค์ประกอบ เป็นเรื่องของดีไซน์ที่จะบอกว่า บุคลิกของเมืองแต่ละแห่งนั้นเป็นอย่างไร”
ก่อนหน้านี้ฟิลิปส์เข้าไปเป็นผู้สนับสนุนหลักในงานสัมมนา World Cities Summit 2010 ซึ่งจัดขึ้นปลายเดือนมิ.ย. ที่ผ่านมา ณ ประเทศสิงคโปร์ เพื่อระดมความคิดหลักสำหรับการวางกลยุทธ์บริหารและพัฒนาความเป็นเมือง ในประเด็นของ การเปลี่ยนแปลงสภาวะอากาศ การใช้พลังงาน ความปลอดภัยในน้ำและอาหาร ตลอดจนการบริหารจัดการเพื่อลดการสูญเสีย
ไม่ว่าแต่ละเมืองจะนิยามสีสันชีวิตยามค่ำคืนไว้อย่างไร การจัดวางองค์ประกอบที่ลงตัว ทั้งมิติผู้คน ชุมชน สังคม ธุรกิจ และสิ่งแวดล้อม จะเป็นทางสายหลักที่พัฒนาไปสู่ความยั่งยืน
Tags : ฟิลิปส์

ความคิดเห็นของข่าวนี้
เพื่อแสดงความคิดเห็น