วัฒนธรรมบอกไปเฉยๆ ไม่เกิดอะไรเลย ต้องสื่อสาร ทำให้เกิดความเข้าใจ และตอกย้ำต่อเนื่อง ซึมซับตลอดไปอย่างเข้าใจ
แมคไทยหยิบเอาวัฒนธรรม STEP UP มาเป็นตัวล้อมรั้วอาณาจักรการสร้างคนของแมคโดนัลด์ ไม่ต่างอะไรกับกระดาษห่อแฮมเบอร์เกอร์ ที่หอมกรุ่นจนยั่วน้ำลาย
ยิ่งแฮมเบอร์เกอร์ร้อนๆ เชิญชวนให้รีบเปิดห่อมากเท่าไร ความเป็น STEP UP ก็ร้อนแรงพอกัน ในอันที่จะดึงดูดคนรุ่นใหม่ให้อยากมาร่วมงาน
ถึงปีที่แล้วบริษัทจะสอบไม่ติด 1 ใน 10 องค์กรนายจ้างดีเด่น (best employers) ที่จัดโดยบริษัทที่ปรึกษา “ฮิววิท”
แต่ “จิระวัฒน์ แต่งเจนกิจ” ผู้อำนวยการฝ่าย HR บริษัท แมคไทย จำกัด ผู้บริหารกิจการแมคโดนัลด์ในประเทศไทย ก็ยังคงมองโลกในแง่ดีอย่างเสมอต้นเสมอปลายว่า เป็นโอกาสอันดีที่บริษัทจะได้ปรับปรุงตัวเอง และเดินหน้าต่อไปตามวิถีเติบโต
วัฒนธรรม STEP UP มีเป้าหมายเพื่อหลอมรวมผูกพันพนักงานให้เป็นหนึ่งเดียวกับองค์กร ตาม 3 หลักการของ best employers ที่บอกว่า ยิ่งพนักงานรู้สึกดีกับองค์กรมากเท่าไร ก็จะพูดถึงด้วยความชื่นชม (say) พอยิ่งอยู่ก็ยิ่งรัก ไม่อยากจากกันไปไหน (stay) และกลายเป็นความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าที่จะทำงานเพื่อให้องค์กรประสบความสำเร็จ (strive)
“การเดินทางของแมคจากนี้ ตั้งแต่ปี 2008-2011 เรามีทิศทางชัดเจนว่าเราจะไปไหน และเราจะทำอะไร โดยเป้าหมายการสร้างคนจะโฟกัส 3 อย่าง คือ ทำอย่างไรให้พนักงานมีความสุข ทำอย่างไรให้พนักงานอยู่กับเราไปนานๆ และช่วยสร้างความสำเร็จให้ธุรกิจด้วยกัน”
เขามองว่า ความสุขของพนักงานจะสร้างให้เกิดได้ ต้องมาจากความผูกพัน คำง่ายๆ สั้นๆ คำนี้ แต่มีนัยแฝงอยู่มากมาย อย่างเช่น คนกับแต่ละตำแหน่งงาน ลักษณะของงานที่ทำ โอกาสความก้าวหน้า ความสมดุลในชีวิต กระบวนการทำงาน และระบบการจ่ายค่าตอบแทน
การทำให้คนมีความสุข ไม่ใช่เพียงแค่รอยยิ้ม แต่ต้องผนวกรวมเอาปัจจัยแวดล้อมเหล่านี้ มาทำให้ผู้คนรู้สึกดี ทุกวันนี้ถึงแมคโดนัลด์จะไม่ใช่ผู้นำที่จ่ายค่าตอบแทนสูงสุดในตลาด แต่ด้วยกระบวนการสร้างสรรค์ความสุขที่บริษัทจัดวาง เขาเชื่อว่าเป็นระบบที่เป็นธรรม และสามารถดึงดูดคนใหม่และผูกใจคนเก่า ให้มากอดคอร่วมกันทำงาน
แมคโดนัลด์จัดวางตัวเองอยู่ในธุรกิจผู้คน (people business) ไม่ใช่ธุรกิจแฮมเบอร์เกอร์ (hamburger business) การให้ความสำคัญกับคนซึ่งก็คือพนักงานและคู่ค้า จึงถือเป็นเรื่องต้นน้ำที่สำคัญ
องค์กรแห่งนี้ทุกคนล้วนแล้วแต่ต้องทำงานหนัก แต่ทัศนคติที่ดีให้สนุกกับงานที่ทำ ภายใต้การเติบโตเป็นทีม เป็นสิ่งที่บริษัทหวังใจว่าจะไปสร้างแรงกระเพื่อมให้กับปลายน้ำซึ่งก็คือผู้บริโภค ยิ่งรู้สึกดีๆ กับการให้บริการเหนือความคาดหวัง
“เราไม่ใช่แค่ต้องการให้ลูกค้าคาดหวัง ต้องลึกลงไปกว่านั้น ตั้งแต่ก้าวแรกที่ลูกค้าเดินมาหาพนักงานที่เคาน์เตอร์ ต้องสร้างความประทับใจได้ตั้งแต่แรกเริ่ม”
เขายืนยันว่า แมคโดนัลด์เป็นระบบธุรกิจที่ให้ความเป็นธรรมกับพนักงาน เพราะเป็นการมองเป้าหมายร่วมกันระหว่างคนกับธุรกิจ ยิ่งบริษัทไปถึงเป้าหมายที่วางไว้ได้มากเท่าไร การลงทุนลงแรงทั้งหมดก็จะคืนกลับมาในรูปของค่าตอบแทนให้กับพนักงาน
และยิ่งเมื่ออยู่ในธุรกิจให้บริการจานด่วน ทั้งคนและองค์กรต่างต้องเร็วต่อการเปลี่ยนแปลง เพราะมีคู่แข่งล้อมหน้าล้อมหลังเต็มไปหมด ถ้าเพียงแต่หยุดอยู่กับที่ คนข้างๆ ก็ไปยืนอยู่ข้างหน้าเราแล้ว
“การเปลี่ยนแปลงมากมาย ทำให้เราต้องแน่ใจว่าคนที่จะเดินเข้ามาในธุรกิจนี้ ต้องเข้าใจธรรมชาติของธุรกิจ ว่าแข่งขันสูง เปลี่ยนแปลงเร็ว และต้องอยู่ร่วมกันเป็นทีม แค่เก่งและดีไม่ได้ แต่ต้องฟิตกับงานที่ทำ ถ้าไม่สนุกกับงาน แมคโดนัลด์อาจจะไม่ใช่คำตอบของการเข้ามาแล้วเติบโต”
ถึงจะเหนื่อย ถึงจะอึด และต้องทำงานอย่างยิ้มสู้ จิระวัฒน์ก็ยืนยันว่า การเปิดรับสมัครคนทำงานในจ๊อบแฟร์แต่ละครั้ง ปริมาณใบสมัครก็ยังมากกว่าอัตราที่รับได้หลายเท่าตัว และบริษัทก็ยังเป็นแชมป์ที่คนอยากสมัครเข้ามาทำงานด้วยมากที่สุดในหลายตลาดนัดแรงงาน
“ใบสมัครแมคเยอะสุด 2,700 ใบ แต่เรารับได้เพียง 400-500 ตำแหน่งเท่านั้น จากจำนวนสาขาที่มีอยู่ 120 แห่งทั่วประเทศเวลานี้”
การสร้างให้ STEP UP ไม่ใช่เพียงแนวคิดที่ดูดีไปวันๆ แมคไทยใช้หมากทุกกระดานที่เกี่ยวเนื่องกับการพัฒนาคน (development) ฝึกอบรม (performance and career) ระบบรางวัลจูงใจที่แข่งขันได้ (competitive reward for performance) การดูแลคนอย่างทั่วถึงเป็นธรรม (fairness) วัฒนธรรมองค์กร (culture) และการจ้างมืออาชีพภายนอก (resourcing) มาเป็นกรอบความคิดหลักในการตบคนเข้าระบบ
ภายใต้กระบวนการสื่อสารแบบย้ำแล้วย้ำอีก ทำแล้วทำอีก เพื่อให้แน่ใจว่า การเป็น STEP UP ทำให้ทุกคนได้ก้าวขึ้นไปและเติบโตต่อไปข้างหน้าได้
“วัฒนธรรมคือ การประพฤติปฏิบัติเสมอ จนกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน วัฒนธรรมบอกไปเฉยๆ ไม่เกิดอะไรเลย ต้องสื่อสาร ทำให้เกิดความเข้าใจ และตอกย้ำต่อเนื่อง ซึมซับตลอดไปอย่างเข้าใจ ให้หยั่งรากลึก เราเชื่อว่าเรารับคนถูกต้อง และฟูมฟักขึ้นมาอย่างเป็นเรื่องเป็นราว สิ่งที่แมคไทยกำลังทำคือ เราสร้างความผูกพันให้กับพนักงาน ไม่ใช่ทำแต่งาน”
ผลสำรวจล่าสุดของแมคไทย ในชิ้นที่ชื่อว่า people survey ด้วยการตั้งคำถามเดียวว่า “คุณยินดีจะแนะนำเพื่อนให้มาทำงานกับแมคไทยไหม?” เพื่อเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จในการสร้างคน ตัวเลขที่ได้ 91% เป็นสิ่งที่จิระวัฒน์บอกว่า ถึงจะพลาดจากรางวัลองค์กรนายจ้างดีเด่น แต่ตัวเลขระดับนี้ก็สะท้อนเป็นนัยๆ ถึงการดูแลคนเป็นอย่างดีไม่น้อยหน้าอุตสาหกรรมเดียวกัน
เป้าหมายจากนี้เขามองว่าน่าจะเป็นองค์กรแสนดีจนพนักงานอยากบอกต่อ จากผลสำรวจ 91% ขยับขึ้นเป็น 95% โดยตัวเลขที่เหลือถือเป็นธรรมชาติของทุกบริษัท ที่ต้องมีพนักงานชอบและไม่ชอบ
และสำหรับภารกิจของผู้ชายคนนี้ในอีกสองปีข้างหน้า ก็คือ ความเพียรพยายามทุกทางเพื่อให้คนนอกมองว่า แมคไทยเป็นอีกองค์กรนายจ้างดีเด่น
และน่าทำงานด้วยเป็นที่สุด
Tags : จิระวัฒน์ แต่งเจนกิจ • แมคไทย • HR • แมคโดนัลด์

ความคิดเห็นที่ 3
คนคนนึง , 30 พฤศจิกายน 2553 15:49
กราบเรียนท่านผู้บริหารแมคโดนัล
ข้าพเจ้าได้เคยสมัครในตำแหน่ง ผู้จัดการฝึกหัด และผ่านการสัมภาษณ์และได้ผ่านการทดลองงาน3 วันเป็นที่เรียบร้อย และได้ถูกนัดสัมภาษณ์รอบสอง ผลปรากฏว่าคนที่สัมภาษณ์บอกว่าให้รอ 5 วัน (คนที่ชื้อปราโมทย์) หลังจากนั้นข้าพเจ้าได้โทรไปหาพี่เปิ้ล แต่เค้าไม่ได้รับข้าพเจ้าเลยส่งข้อความไป และพี่เปิ้ลได้ส่งกลับมาว่า ข้าพเจ้าไม่ได้เพราะข้าพเจ้าเป็นทอม อยากถามว่าคนที่เป็นเพศที่ 3ไม่สามารถทำงานได้เลยใช่มั้ย ถ้าตัดสินแค่นี้ เวลาประกาศรับสมัครพนักงานกรุณาระบุว่า ไม่รับ ทอม ตุ๊ด กระเทย หรือคนอ้วน คนเพศที่3จะได้ไม่ต้องมาสมัคร และถ้าคุณจำกัดคนประเภทนี้บางครั้งคุณอาจต้องเสียลูกค้ากลุ่มนี้ไป ที่มาโพสไม่ต้องการอะไรแค่อยากคนที่รับพนักงานเข้าไป จิตใจของคุณอย่าคับแคบ ขอบคุณนะคะ
ความคิดเห็นที่ 2
aom , 22 พฤศจิกายน 2553 12:50
ฉันเห็นด้วยกับข้อความด้านบนนะคะ
เพราะฉันก็เป็นคนหนึ่งที่ไม่ชอบดื่มน้ำอัดลม
จะเน้นน้ำเปล่ามากกว่า และดิฉันคิดว่าคงไม่คนจำนวนไม่น้อยที่คิดอย่างดิฉัน
ถ้าแมคทำสัญญาผูกติดกับโค้ก ทำไมไม่ลองเปลี่ยนข้อตกลงกันหใม่บ้างละค่ะ แค่คุณนำน้ำเปล่ามาจำหน่ายภายในร้านเป็นเครื่องดื่มทางเลือกอีกประเภทสำหรับคนรักสุขภาพ
คุณก็จะสามารถทำการตลาดกับคนกลุ่มนี้ได้เพิ่มขึ้น
เพราะยังสินค้าทดแทน เช่น KFC ที่มีน้ำเปล่าบริการฟรี แต่แมคไม่ต้องถึงขั้นฟรี จำหน่ายด็ดีแล่วค่ะ
เพราะครั้งแรกที่ใช้บริการดิฉันก็ไม่เข้าไปอีกเลย
ความคิดเห็นที่ 1
sirirat , 29 กรกฎาคม 2552 14:01
จำได้ว่าเมื่อตอนที่แมคโดนัลด์ไทยถูกบริหารโดยกลุ่มลงทุนกลุ่มใหม่ ที่มีธุรกิจโรงภาพยนตร์ในไทย ได้ไปทานไก่ทอดที่ร้านแมคโดนัลด์สาขาเซ็นทรัลพระราม 3 แล้วก็พบว่า ทางร้านไม่มีบริการน้ำดื่มให้อีกแล้ว ต้องซื้อ และเป็นน้ำแร่เท่านั้น และพนักงานก็ตอบว่าไม่มีให้แล้ว เหตุการณ์นี้น่าจะปีกว่าแล้ว ขณะที่อีกร้านยังมีให้จนถึงทุกว้นนี้ หลังจากนั้นก็ไม่เคยเหยียบเข้าร้านแมคโดนัลด์อีกเลย นี่นะหรือวัฒนธรรมที่คุณกำลังจะสร้าง คนทานแฮมเบอร์เกอร์หรือไก่ทอดซึ่งมันก็ไม่ดีต่อสุขภาพอยู่แล้ว และถ้าเขาไม่อยากดื่มน้ำอัดลมอีก จากที่แมคฯ เคยบริการน้ำดื่มให้ฟรี กลายเป็นว่าต้องเสียเงิน นี่คือสิ่งที่ไม่ใช่วัฒนธรรมไทย สังเกตุแล้วก็เหมือนกับการบริหารโรงภาพยนตร์ของเครือนี้ ที่ไม่เคยมองว่าภาพยนตร์คือศิลปะ ภาพยนตร์ดี ๆ หลาย ๆ เรื่อง ที่คนแสดงอาจจะไม่โด่งดัง หรือไม่ใช่ลงทุนสร้างมโหฬารจากฮอลลีวู้ด ไม่เคยได้รับการเจียดโรงฉายในสถานที่ชุมชน จะมีแต่รัชโยธิน ซึ่งก็น้อยมาก ทำให้ปัจจุบันเลือกที่จะดูเฉพาะเรื่องที่อยากดูจากโรงภาพยนตร์นี้ที่ใกล้บ้านเท่านั้น ติดตามดูรายการภาพยนตร์ที่จัดฉายจากเครือนี้มาตลอด แล้วก็ผิดหวังมากขึ้นเรื่อย ๆ