กรุงเทพธุรกิจ

ธุรกิจ : HR Management

วันที่ 9 มิถุนายน 2552 05:21

เจาะลึก HR หัวใจบริการ ที่แอสคอทท์

ภาคภูมิ ชินเมธีพิทักษ์  ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ กลุ่มแอสคอทท์ อินเตอร์เนชั่นแนล ประจำประเทศไทย

ภาคภูมิ ชินเมธีพิทักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ กลุ่มแอสคอทท์ อินเตอร์เนชั่นแนล ประจำประเทศไทย

TOOLS
คอลัมน์อื่นๆ

ความท้าทายของธุรกิจบริการคือ ความสม่ำเสมอ ไม่ว่าวันนี้หรือวันไหนพนักงานต้องบริการแบบเดียวกันด้วยความรู้สึกดีๆ ที่ออกมาจากใจ

หากดูตำแหน่งงานและด้วยวัยที่หนุ่มแน่น ถือได้ว่านี่เป็นอีกหนึ่งซัคเซสสตอรี่ สำหรับ ภาคภูมิ ชินเมธีพิทักษ์ คือ ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ กลุ่มแอสคอทท์ อินเตอร์เนชั่นแนล ประจำประเทศไทย

ไม่ว่าจะเป็นใบหน้าที่ยิ้มแย้ม การศึกษาเพียบพร้อมคือเก่งเรื่องภาษาและเรียนจบสายตรงทางด้านบริหารทรัพยากรมนุษย์ อีกทั้งประสบการณ์อันยาวนานนับสิบปีกับสายงานนี้ในธุรกิจโรงแรม เรียกว่าคุณสมบัติดีๆ ไม่มีตกหล่น

ต่างออกไปที่เขามีมุมมองต่อเรื่องนี้ว่า "คนเรานั้นไม่อาจประสบสำเร็จด้วยตัวของตัวเอง  แต่ขึ้นอยู่กับการโน้มน้าวและบริหารคนรอบข้างให้สนับสนุนเป้าหมายของตัวเราเอง"

ไม่เช่นนั้นคงไม่เกิดกรณี "ดาวรุ่ง" จากองค์กรหนึ่งจะกลายเป็น "ดาวร่วง" ในอีกองค์กรหนึ่ง การเปลี่ยนแปลงข้ามไปอยู่ในวัฒนธรรมองค์กรที่แตกต่าง จากเดิมเป็นคนเก่งก็อาจ "แป้ก" ได้ และบ่อยครั้งด้วย

ยิ่งธุรกิจภาคบริการซึ่งหลายคนอาจบอกกับตัวเองว่า "ให้ตายเสียยังดีกว่า" จะต้องไปเอาอกเอาใจคน อีกทั้งเป็นธุรกิจที่ต้องห้ำหั่นแข่งขันกันอย่างดุเดือดและเข้มข้นด้วยแล้ว สมองกับหัวใจคงสั่งให้ใบหน้าปั้นยิ้มไม่ได้แน่

แต่ก็คงจะไม่ใช่ภาคภูมิที่บอกว่ารอยยิ้มและความคิดบวกกลายเป็นนิสัยไปเสียแล้ว และไม่ต้องเสียเวลาประดิษฐ์เพราะมันออกมาจากภายในหรือ Gut

ภาคภูมิผ่านงานบริหารทรัพยากรมนุษย์ (HR) จากโรงแรมที่เป็นแบรนด์ชั้นนำไม่ว่าจะเป็นโนโวเทล แชงกรี-ลา และโฟร์ซีซั่นส์ ตามลำดับ และมาหยุดที่แอสคอทท์เมื่อมกราคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการก้าวจากธุรกิจโรงแรมมาอยู่ธุรกิจเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ แต่ก็ล้วนเป็นธุรกิจบริการ

เหตุผลก็คือต้องการเก็บเกี่ยวประสบการณ์ดีๆ ให้กับตัวเอง เพราะกลุ่มแอสคอทท์ถือเป็นหนึ่งในผู้นำของธุรกิจนี้ (กลุ่มนี้ยังประกอบด้วยแบรนด์ซัมเมอร์เซ็ท และซิทาดีนด้วย )

เชื่อหรือไม่ว่าสมัยเป็นเด็กนั้นเขาคนนี้สนใจงานด้านสถาปัตย์มากกว่า แต่พอพิจารณาไปมาหลายตลบกลับพบว่าตัวเองไม่ชอบนั่งเงียบ ๆ ทำอาชีพเฉพาะทางตรงกันข้ามกลับสนใจงานธุรกิจมากกว่า

นอกจากค้นพบตัวตนเร็วแล้ว ความโชคดีสำหรับเขาอีกเรื่องก็คือการที่พ่อแม่ตระหนักถึงความสำคัญของภาษาอังกฤษและได้นำเสนอโอกาสไปเรียนต่อต่างประเทศ

"ผมเลือกไปนิวซีแลนด์ซึ่งมีทั้งความปลอดภัยและมีคุณภาพการศึกษา ผมเลือกเรียนด้านบริหารและการตลาด หลังจากนั้นผมก็ไปเรียนโททางด้านบริหารทรัพยากรมนุษย์ที่อังกฤษ"

แน่นอนด้วยดีกรีและความสามารถทางภาษา ภาคภูมิจึงสามารถสตาร์ทชีวิตทำงานด้วยตำแหน่งผู้จัดการเทรนนิ่ง ที่แชงกรี-ลา

เขามองว่าการศึกษาและภาษาอาจนำชีวิตให้ก้าวกระโดดโดยไม่ต้องรอลำดับขั้น แต่ที่สุดแล้วผลลัพธ์นั้นขึ้นอยู่กับการกระทำของตัวเองทั้งสิ้น

"ประสบการณ์ที่ทำงานด้านเอชอาร์มา ผมเชื่อว่าไม่ว่าจะเรียนสายอะไรมาทุกคนสามารถทำงานได้ทั้งหมด มันขึ้นอยู่กับความตั้งใจ ความขยัน และความใฝ่รู้มากกว่า"

ตำราเรียนกับชีวิตจริงมันคนละเรื่อง ในความเป็นจริงนั้นการทำงานมักประสบพบเจอตัวแปรมากมายหลายหลาก แต่เทคนิคที่ภาคภูมิแนะก็คือ การให้ผู้บริหารช่วยสอนงานซึ่งจะทำให้ได้ความรู้ในระดับหนึ่ง รวมถึงการลงไปพูดคุยกับบุคลากรองค์กรทุกๆ ระดับ

"ไอเดียใหม่ๆ มักจะเกิดได้จากการที่เราหมั่นไปพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดกับคนอื่น  ซึ่งหมายถึงมันต้องเผชิญด้วยตัวของตัวเอง"

เขาบอกว่า HR ต้องอย่าลืมบทบาทการเป็น "คนกลาง" คือต้องเข้าใจพนักงาน  ขณะที่ต้องเข้าตาของผู้บริหารด้วย

สำคัญที่สุดคือต้องไม่เซย์ "เยส" เท่านั้น ต้องเซย์ "โน" ด้วย สำหรับฝั่งพนักงาน HR ต้องพยายามทำให้พวกเขาทุ่มเททำงานเพื่อองค์กร โดยมีผลตอบแทนที่ดีกลับคืนให้ขณะที่ก็ต้องมีบทลงโทษด้วยถ้ามีกรณีแหกคอก

ส่วนวิธีปฏิบัติต่อฝั่งบริหารก็คือ ต้องรู้จุดยืนซึ่งกันและกัน และไม่จำเป็นที่ HR ต้องทำตามเบอร์หนึ่งทุกอย่างหากนโยบายใดที่มองว่าไม่เหมาะไม่ดีก็ควรนำเสนอโซลูชั่นที่คิดว่าดีกว่าขึ้นไปและแม้ว่าเป็นเรื่องยากก็ต้องพยายามจนสุดความสามารถ

และภาคภูมิยังมองว่าพนักงานทุกตำแหน่งงานล้วนก็เป็นแบ็คโบนขององค์กรทั้งสิ้น เหมือนกับร่างกายของคนหากมีแต่สมอง มีแต่แขน มีแต่ขาเท่านั้นก็คงจะเป็นมีชีวิตต่อไปไม่ได้

อย่างไรก็ดีธุรกิจนี้ยังขาดแคลนเฉพาะแต่คนเก่งสำหรับตำแหน่งสำคัญๆ เพราะคนเก่งสามารถเลือกงานได้มากกว่า ซึ่งเขาบอกว่าควรใช้วิธีพัฒนาคนในก่อนเป็นลำดับแรก

"การเตรียมเบอร์สองในแต่ละฝ่ายแต่ละแผนกให้มีความพร้อม ให้เติบโตแทนเบอร์หนึ่งเป็นซัคเซสชั่นแพลนที่ต้องทำอยู่แล้ว โดยให้เบอร์หนึ่งเป็นโค้ช  และฝึกให้เบอร์สองรับผิดชอบมากขึ้น แต่ก็ต้องดูว่าเบอร์สองตั้งใจหรือเปล่า เพราะคนบางคนไม่ต้องการการเติบโตแค่อยากอยู่แบบสบายๆ มีความมั่นคงก็พอแล้ว" 

อีกทั้งไม่สนับสนุนการ "ฉก" คนจากอ้อมอกคู่แข่ง เพราะหากมั่นใจว่าแบรนด์องค์กรดีมีชื่อเสียงที่สุดก็จะดึงดูดคนเก่งๆ ให้เข้ามาหาเอง

"มันเป็นเรื่องจริยธรรมทางธุรกิจ และเรายังมีการแชร์ข้อมูลกันด้วยพวกเราจะรู้กันในวงการว่าในตำแหน่งงานระดับนี้ระดับเงินเดือนควรเป็นเท่าไหร่ ในธุรกิจเดียวกันต้องร่วมมือกันเพื่อไม่ให้เกิดค่าใช้จ่ายที่สูงเกินไป"

ภาคภูมิยอมรับว่าธุรกิจบริการที่มีแรงกดดันสูง ต้องรองรับอารมณ์ ความคาดหวังของลูกค้า จำเป็นต้องหาคนที่ "ใช่" ตั้งแต่ต้นน้ำ  คือต้องเป็นคนที่ชอบการบริการนอกจากนั้นแล้วองค์กรก็ต้องเทรนนิ่งเพิ่มทักษะการบริการอย่างต่อเนื่อง

"ความท้าทายของธุรกิจนี้คือ ความสม่ำเสมอ วันนี้บริการอีกแบบพรุ่งนี้อีกแบบไม่ได้ หัวหน้างานต้องใกล้ชิดลูกน้อง ต้องทั้งตักเตือนและให้กำลังใจ องค์กรต้องปลูกฝังจิตสำนึกเพื่อให้พวกเขาบริการด้วยความรู้สึกที่ดีจากใจของเขาเอง"

เป้าหมายของกลุ่มแอสคอทท์นั้นต้องการเป็นผู้นำธุรกิจระดับโลก เป็นแบรนด์ที่สร้างความเชื่อมั่นเป็นที่ไว้วางใจของลูกค้า ซึ่งภาคภูมิคอนเฟิร์มว่าขึ้นอยู่กับพนักงานที่ดีและด้วยบริการที่เป็นเลิศเท่านั้น

Tags : ภาคภูมิ ชินเมธีพิทักษ์ HR

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2

เห็นด้วยครับ
ความแตกต่างหรือความหลากหลาย เป็นเรื่องดีในบ้างเรื่อง แต่ HR ต้องทำความเข้าใจ และมีความสามารถในการสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งคุณสมบัติแบบนี้ มีเฉพาะกลุ่มผู้บริหารเท่านั้น HR ระดับปฏิบัติการ ค่อนข้างถูกกดดันให้รับผิดชอบในเรื่องนี้

1. แผนและไม่มีแผน (Plan and Unplanned)
2. ความแน่นอน และความไม่แน่นอน (Certainty and Uncertainty)
เป็นสิ่งที่ผมใช่ปลูกทีมงาน HR ให้เข้าใจจุดยืนและก้าวต่อไป ของ HR รวมถึงใช้สอนหัวหน้างาน Line Manager หรือผู้บริหารต้นสังกัด

ความคาดหวังใหม่ของ HR เป็น strategic partner เป็นความท้าทาย ที่นำระบบบริหารผลงาน PMS กับการพัฒนาองค์กร OD มาเริ่มใช้ทันที และหากเชื่อโยงกับ HR mind set ได้ ก็จะทำงานได้ราบรื่นครับ
ทำอะไรได้หรือไม่ได้ จด list ไว้ แล้วจัดลำดับความเร่งด่วน ความสำคัญ....

เปลี่ยนแปลงง่ายๆ ด้วยระเบียบฯ คู่มือปฏิบัติงาน work flow, form and record
HR อ้างอิงตามกฎหมายเป็นหลักครับ ส่วนอ้างอิงอื่นๆ แล้วแต่มาตรฐาน ข้อกำหนดของแต่ละธุรกิจ/อุตสาหกรรม ทำตัวเป็น Integrated system อย่างเดียวครับ เพียงแค่นี้ก็ทำงานไม่ทันแล้ว

ต่อไป ฝากเรื่อง HR Agenda และ HR strategic partner ไว้ในทุกเว๊ปด้วยครับ เพื่อผลัดดันการทำงานของ HR ต่อไป

HRDD, we are menber of HR value Club

HR and GA Director

"we manage corporate valuation." แนวคิดเรื่อง valuation management

ความคิดเห็นที่ 1

การจัดการ HR เป็นเรื่องไม่ยากในองค์ที่เป็นปกติ
แต่มันจะอยากมากในองค์กรที่ไม่ปกติ
องค์กรใดที่แตกแยกกันโดยฌฉพาะผลประโยชน์
การจัดการHR เป็นเรื่องที่สนุกชวนลาออก
ไม่เชื่อลองดู

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement