จำครั้งสุดท้ายที่คุณลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยจิตใจและมีความรู้สึกที่อยากไปทำงานได้มั้ย ว่าเกิดขึ้นเมื่อไร?
สำหรับ "ฟีลิกซ์ เดวาคูมารัน ไมเคิล" กรรมการผู้จัดการ บริษัท สตาร์บัคส์ คอฟฟี่ (ประเทศไทย) จำกัด นับตั้งแต่เข้ามาทำงานแทน แอนดรูว์ เนธัน เมื่อเดือนกรกฎาคม 2549 และได้ร่วมงานที่สตาร์บัค ไม่มีวันไหนที่เขาไม่อยากลุกจากเตียงเพื่อตื่นมาทำงานแม้แต่ครั้งเดียว
ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับผู้ชายคนหนึ่ง ที่ทำงานกับบริษัทเดิมมานานกว่า 19 ปี ต้องตัดสินใจเปลี่ยนงาน แต่เมื่อวันหนึ่งเขาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกเบื่อหน่ายกับสิ่งคุ้นเคยรอบตัว พร้อมๆ กับความรู้สึกที่ต้องแสวงหาโอกาสในการเรียนรู้ใหม่เข้ามาแทนที่
เป็นสัญญาณบ่งบอกในทันทีว่า เขาต้องเริ่มต้นสิ่งใหม่อีกครั้ง และ "สตาร์บัคส์" เป็นจุดหมายปลายทางที่เขาตัดสินใจเดินไปหา
"เมื่อคุณทำงานที่ใดที่หนึ่งมานานถึง 19 ปี คุณจะรู้สึกได้เองเลยว่า คุณรู้อะไรมากมายแล้วเกี่ยวกับองค์กรและความรับผิดชอบ แต่สตาร์บัคส์ได้เปิดโอกาสให้คุณในการเรียนรู้สิ่งใหม่"
ฟีลิกซ์บอกว่าเขาเชื่อมั่นเสมอว่าบริษัทควรมีส่วนร่วมกับชุมชนที่ทำธุรกิจ ซึ่งสตาร์บัคส์ทำแบบนี้มาตลอด
"ในทุกพื้นที่ที่เราเข้าไปทำงาน เราทำธุรกิจในรูปแบบที่เรียกว่า Sustainable Way โดยเราต้องเข้าไปสานสัมพันธ์กับชุมชน สตาร์บัคส์เป็นหนึ่งในบริษัทที่อนุญาตให้พนักงานได้ทำตามความรู้สึกและความต้องการของตัวเอง ซึ่งความต้องการของพนักงาน คือ การช่วยเหลือคนอื่นเพื่อให้โลกน่าอยู่ขึ้น
ผมเองก็เป็นคนที่ชอบช่วยเหลือผู้อื่นอยู่แล้ว นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ผมตัดสินใจร่วมงานกับสตาร์บัคส์"
การเริ่มต้นใหม่ของฟีลิกซ์กับสตาร์บัคส์ไม่ใช่เรื่องยาก
แม้ว่าคอร์สการฝึกเพียงแค่ 3 เดือนที่ซีแอตเติล สำนักงานใหญ่ของสตาร์บัคส์ อาจดูน้อยเมื่อเทียบกับสิ่งที่เขาต้องพยายามเรียนรู้ ทั้งในเรื่องของกาแฟที่ต้องแยกแยะความแตกต่างให้ได้ เรื่องของแบรนด์ ที่ไม่ใช่มีเพียงแค่โลโก้ และในเรื่องของวัฒนธรรมองค์กร ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของสตาร์บัคส์
แต่ด้วยความมุ่งมั่นที่มีอยู่ ตั้งแต่ตัดสินใจเข้าทำงานกับการเรียนรู้สิ่งใหม่ และการช่วยเหลือผู้คน ทำให้เขาเรียนรู้ทุกองค์ประกอบของสตาร์บัคส์ได้อย่างรวดเร็ว
"ผมคิดว่า การเรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมไม่ใช่เรื่องยาก เพราะตัวผมเองก็เป็นคนที่ชอบพบปะผู้คนอยู่แล้ว ผมมองว่าคน คือ ทรัพย์สินที่มีค่า ซึ่งสตาร์บัคส์ก็เปิดโอกาสให้ตรงจุดนี้ ไม่ใช่แค่การทำงานร่วมกันกับเพื่อนร่วมงาน แต่รวมถึงกับคนนอกองค์กร ชุมชน ชาวไร่กาแฟ มันทำให้ผมรู้สึกสนุกสนานกับการทำงานที่นี่มาก"
ในระยะเวลาการฝึกฝนเพียงเท่านี้ แต่ผลลัพธ์สามารถหลอมให้ฟีลิกซ์มีแนวคิดไม่ต่างจากพนักงานสตาร์บัคส์คนอื่นในทุกระดับ
การหล่อหลอมคนของสตาร์บัคส์ให้ออกมาภายใต้วัฒนธรรมและจิตวิญญาณเดียวกัน เป็นคีย์ซัคเซสอย่างหนึ่งของสตาร์บัคส์ที่ช่วยรักษามาตรฐานของร้านไว้ได้ ไม่ว่าจะเป็นร้านสตาร์บัคส์ในอังกฤษ อเมริกา สิงคโปร์ จีน หรือไทย แม้ว่าภาษาที่ใช้ในการสื่อสารแตกต่างกันออกไป แต่นั่นไม่ใช่เรื่องสำคัญ
เพราะ "หัวใจ" และ "จิตวิญญาณ" ของสตาร์บัคส์ มี 2 อย่างประกอบเข้าด้วยกัน คือ "กาแฟ" และ "พนักงาน"
"ไม่ว่าคุณจะพบเจอสตาร์บัคส์ที่ไหนบนโลกใบนี้ หัวใจและวิญญาณของสตาร์บัคส์มีอยู่ 2 อย่าง คือ กาแฟ และพนักงาน ทุกอย่างที่เราทำ เราโฟกัสไปยังกาแฟและพนักงานของเรา และกลายเป็นมาตรฐานทั่วโลก นั่นช่วยให้การส่งต่อวัฒนธรรมไม่ใช่เรื่องยาก
จุดสำคัญของสตาร์บัคส์ คือ คุณต้องเข้าใจวัฒนธรรมขององค์กร ผมมักพูดกับคนอื่นเสมอว่า คุณอาจจะมีพนักงานที่ดีที่สุด หรือมีเครื่องมือที่เปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพสูงสุด แต่วัฒนธรรมองค์กร คือ สิ่งเดียวที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ"
สำหรับฟีลิกซ์เองก็มีนิยามวัฒนธรรมของสตาร์บัคส์ในแบบส่วนตัวของเขาเช่นเดียวกัน
Taking Ordinary Moments and Making Them Extraordinary คือ ความหมายของวัฒนธรรมสตาร์บัคส์ที่เขาได้สัมผัสจากการทำงานกับองค์กรแห่งนี้มาตลอด 3 ปี จากการสังเกตความสุขที่ลูกค้าได้รับระหว่างใช้บริการที่สตาร์บัคส์
"เราสอนพนักงานของเราว่า เมื่อลูกค้าเดินเข้ามาในร้าน พวกเขาคิดแค่ว่าเดินมาที่เคาน์เตอร์เพื่อจ่ายเงิน และเขาก็จะได้กาแฟหนึ่งถ้วยโปรดในแบบที่พวกเขาชื่นชอบ แต่สำหรับเราต้องสร้างสายสัมพันธ์ให้เกิดขึ้น เช่น การชวนคุย ถามเขาว่าวันนี้เป็นอย่างไรบ้าง พร้อมรอยยิ้ม แค่นี้ก็ช่วยสร้างความพิเศษให้เกิดขึ้นได้ในช่วงเวลาธรรมดา
สำหรับผมก็ทำแบบเดียวกัน เมื่อผมมาที่ทำงาน ผมมักถามตัวเองเสมอว่ามีอะไรบ้างที่ผมสามารถทำให้กับพนักงานของเราได้บ้าง บางครั้งแค่การยิ้มให้กัน หรือแหย่เล่นกันบ้างในเวลาทำงาน ก็เป็นความสุขเพียงเล็กน้อยที่สามารถเปลี่ยนช่วงเวลาปกติให้กลายเป็นความพิเศษได้"
และนี่ คือ ประสบการณ์ที่ "มากกว่า" ของฟีลิกซ์ ซึ่งได้รับจากสตาร์บัคส์
Tags : สตาร์บัคส์ • ฟีลิกซ์ เดวาคูมารัน ไมเคิล

ความคิดเห็นที่ 1
POP , 3 เมษายน 2552 16:58
แพงโคตร!!!!@@@@