กรุงเทพธุรกิจ

ad a1

ธุรกิจ : Global Corporate

วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2555 10:10

กัมพูชาปัดฝุ่นโครงการสร้างตึกระฟ้า

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

ประชากรรุ่นใหม่ของกัมพูชา อัตราค่าแรงต่ำ และภาคการเกษตรที่มีอนาคตสดใส จะเป็นปัจจัยสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงในช่วงหลายปีนับจากนี้

กรุงพนมเปญ เมืองหลวงของกัมพูชา ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในเมืองสำคัญเพียงไม่กี่เมืองของเอเชีย ที่ปลอดจากอาคารสูงระฟ้า แต่ช่วงกลางทศวรรษที่แล้ว เมืองหลวงแห่งนี้เคยเข้าสู่ยุคเฟื่องของการก่อสร้างตึกสูง ทว่าโครงการต่างๆ ต้องหยุดชะงักไปเนื่องจากวิกฤติการเงินโลกเมื่อปี 2551-2552

มีตึกสูงเพียงไม่กี่แห่งที่ก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ รวมถึง "คานาเดีย แบงก์ ทาวเวอร์" ซึ่งมีทั้งหมด 32 ชั้น บนความสูงประมาณ 114 เมตร ขณะที่โครงการอื่นๆ เช่น การสร้างตึกสูงประมาณ 555 เมตร ที่จะกลายเป็นตึกสูงที่สุดในเอเชียในขณะนั้น ไม่ได้แม้แต่เริ่มต้นการก่อสร้าง

อย่างไรก็ตาม นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในกัมพูชาเริ่มปัดฝุ่นแผนการอันทะเยอทะยานอีกครั้ง เมื่อข้อมูลจากธนาคารโลกบ่งชี้ว่า กัมพูชาฟื้นตัวจากวิกฤติการเงินโลกแล้ว เมื่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ปี 2553 ขยายตัวในอัตรา 6% หลังจากเพิ่มขึ้น 0.1% เมื่อปี 2552

นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เหล่านั้นเดิมพันว่า กัมพูชาจะกลายเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการลงทุนแห่งใหม่ของเอเชีย แม้ขณะนี้ ยังห่างไกลจากความชัดเจนว่า ประเทศเล็กๆ แห่งนี้จะสามารถค้ำจุนโครงการก่อสร้างตึกสูงอย่างยั่งยืนหรือไม่
หนึ่งในโครงการก่อสร้างที่โดดเด่นที่สุดของกัมพูชา ได้แก่ "วัททานัค แคปิตอล ทาวเวอร์" อาคาร 39 ชั้น ความสูง 187 เมตร มูลค่า 170 ล้านดอลลาร์ ซึ่งจะมีทั้งสำนักงาน ร้านแบรนด์เนมหรูหรา และเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ระดับ 5 ดาว

วัททานัค พรอพเพอร์ตีส์ เจ้าของโครงการ ระบุว่า อาคารหลังนี้ควรเสร็จสมบูรณ์ภายในสิ้นปี ภายในอาคารจะเต็มไปด้วยความสะดวกสบาย มีลิฟต์บริการ 29 ตัว กลุ่มเป้าหมายผู้เช่าจะเน้นไปที่บริษัทหลักทรัพย์ หลังจากตลาดหลักทรัพย์กัมพูชาเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อปีที่แล้ว แม้ว่ายังไม่มีบริษัทใดพร้อมเข้าจดทะเบียน แต่คาดว่าตลาดจะขยายตัวในปีนี้

วัททานัค แซม อัง ผู้อำนวยการบริหาร วัททานัค พรอพเพอร์ตีส์ กล่าวว่า บริษัทเชื่อว่าทิศทางจะไปในทางบวก อานิสงส์จากการที่กัมพูชาอยู่กึ่งกลางระหว่างไทยและเวียดนาม พร้อมยืนยันว่า โครงการวัททานัค แคปิตอล ทาวเวอร์ ได้รับการอุดหนุนเงินทุนพอเพียงที่จะก่อสร้างจนแล้วเสร็จ

ตึกสูงแห่งนี้มีชื่อเสียงในเรื่องของการออกแบบ ขณะที่ตึกส่วนใหญ่ในกรุงพนมเปญมักเป็นตึกเตี้ยๆ สไตล์โคโลเนียล ชั้นล่างใช้ประกอบธุรกิจ ส่วนชั้นบนใช้เป็นที่พักอาศัย

รูปทรงของ วัททานัค แคปิตอล ทาวเวอร์ มีลักษณะคล้ายรองเท้าบูตขนาดยักษ์ ประกอบด้วยเหล็กและกระจก ได้รับการออกแบบโดยทีมสถาปนิกของ ทีเอฟพี ฟาเรลส์ ซึ่งมีสำนักงานอยู่ในกรุงลอนดอน และฮ่องกง บริษัทนี้มีผลงานการออกแบบอาคารสำนักงานใหญ่ของ ไชน่า เนชั่นแนล ปิโตรเลียม คอร์ป ในกรุงปักกิ่ง และสถาปัตยกรรมโดดเด่นหลายแห่ง

คณะผู้ออกแบบกล่าวว่า รูปทรงของตึกสูงหลังนี้สมมติให้เป็นเหมือนหลังมังกร อันเป็นสัญลักษณ์ของโชคลาภและความมั่งคั่ง ส่วนตึกใหม่อื่นๆ ในกรุงพนมเปญ รวมถึงตึกสูง 20 ชั้น ที่จะเป็นศูนย์การประชุมและที่พักอาศัย พร้อมด้วยศูนย์การค้า

ขณะนี้ อยู่ระหว่างการก่อสร้างบนที่ดิน 140,000 ตารางเมตร ใกล้แม่น้ำโขง ภายในตึกจะมี โซกา โฮเต็ล เครือโรงแรมท้องถิ่นชื่อดังของ โซคิเม็กซ์ บริษัทน้ำมันรายใหญ่ของกัมพูชา และคอนโดมิเนียมแบบหรูหรา

ตึกสูง 12 ชั้น ของ โรงแรมโซฟิเทลและสปา ก็เพิ่งเปิดให้บริการเมื่อเร็วๆ นี้ ถือเป็นโรงแรม 5 ดาวแห่งใหม่แห่งแรกในรอบกว่าทศวรรษ ส่วนอาคารสำนักงาน ฮุนได พนมเปญ ทาวเวอร์ ความสูง 22 ชั้น ก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อปีที่แล้ว ขณะที่โครงการก่อสร้างอาคารสูงหลังอื่นๆ อยู่ระหว่างก่อสร้าง

อาคารใหม่ๆ ในกรุงพนมเปญ เป็นเครื่องย้ำเตือนว่า กัมพูชาเข้ามาอยู่ในกระแสหลักของการลงทุนแล้ว หลังฟื้นตัวจากความยุ่งเหยิงทางการเมือง และสงครามกลางเมือง ที่กินเวลายาวนานหลายทศวรรษ รวมถึงช่วงที่อยู่ภายใต้การปกครองของเขมรแดงเมื่อทศวรรษ 2513 ซึ่งมีชาวกัมพูชาล้มตายกว่าล้านราย ซึ่งนักลงทุนหวังว่า ประชากรรุ่นใหม่ของกัมพูชา อัตราค่าแรงต่ำ และภาคการเกษตรที่มีอนาคตสดใส จะเป็นปัจจัยสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงในช่วงหลายปีนับจากนี้

อย่างไรก็ตาม กัมพูชามีประชากรเพียง 15 ล้านคน ขณะที่อินโดนีเซีย ซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีประชากรถึง 245 ล้านคน อีกทั้งกัมพูชายังมีปัญหาโครงสร้างพื้นฐานไม่มีประสิทธิภาพ และชื่อกระฉ่อนในเรื่องการฉ้อฉล โดยอยู่ที่อันดับ 164 จากทั้งหมด 183 ประเทศ ในดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์การคอร์รัปชัน ขององค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ

ที่ผ่านมา โครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่หลายโครงการในกรุงพนมเปญ มีอันต้องหยุดชะงักเนื่องจากขาดแคลนเงินทุนหรือปัญหาอื่นๆ หนึ่งในโครงการที่ล้มเหลวที่สุด ได้แก่ ตึกสูง 42 ชั้น ในชื่อ "โกลด์ ทาวเวอร์ 42" ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากนักลงทุนเกาหลีใต้ ตึกหลังนี้สร้างค้างไว้ที่ชั้น 30 ทำให้ชาวบ้านเรียกกันเล่นๆ ว่า "บราวน์ ทาวเวอร์ 31"

ผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์ท้องถิ่น กล่าวว่า ตึกสูงในตัวเมืองต้องใช้เวลาสักระยะกว่าจะมีผู้เช่าเต็ม ตัวอย่างเช่น คานาเดีย ทาวเวอร์ ที่กลายเป็นสำนักงานใหญ่ของ คานาเดีย แบงก์ ในปี 2552 ขณะนี้ มีผู้เช่าประมาณ 90%

แดเนียล พาร์เคส ผู้เชี่ยวชาญอสังหาริมทรัพย์ในกรุงพนมเปญ ที่เพิ่งรับตำแหน่งผู้จัดการประจำกัมพูชา ของ ซีบี ริชาร์ด เอลลิส กล่าวว่า เมืองหลวงของกัมพูชามีตลาดสำหรับตึกสูงที่เป็นอาคารสำนักงาน และโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อื่นๆ แม้ว่าจะต้องใช้เวลากว่าจะตลาดเติบโตเต็มที่

พาร์เคส ชี้ว่า ผู้เช่าสำนักงานหลายรายที่อยู่ในอาคารเตี้ยแบบเก่า ต้องจ่ายค่าจ้างพนักงานรักษาความปลอดภัย และเครื่องปั่นไฟเอง คนกลุ่มนี้จะต้องการย้ายไปอยู่ในอาคารทันสมัยในที่สุด

ไม่ว่าอย่างไร พาร์เคส มองว่า การก่อสร้างตึกสูงอย่าง วัททานัค แคปิตอล ทาวเวอร์ ไม่ใช่ปรากฏการณ์ที่จะเกิดขึ้นเพียงชั่วคราว กัมพูชายังขาดแคลนพื้นที่สำนักงานเกรดเอ ห้างสรรพสินค้าหรูหรา และอาคารที่พักอาศัยโออ่าแบบในกรุงเทพฯ หรือกรุงฮานอย

พาร์เคส ย้ำว่า ตราบใดที่กัมพูชายังพัฒนาต่อไป ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ก็จะไม่กลับไปเป็นเหมือนเดิมอย่างแน่นอน

Tags : กัมพูชา

ความคิดเห็นของข่าวนี้

เพื่อแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

advertisement

advertisement

AD Position a2 2

advertisement