เอไอจี เร่งปรับโครงสร้างธุรกิจเอไอเอ ปกป้องธุรกิจหลัก พร้อมปรับบริษัทในเครือเป็นองค์กรอิสระในการบริหารธุรกิจ ย้ำเอไอเอยังแกร่งทำกำไรได้ดี
อเมริกันอินเตอร์แนชชั่นแนล กรุ๊ป อิงค์ (เอไอจี) ได้เปิดเผยว่า ขณะนี้เอไอจีกำลังหารือกับผู้บริหารของธุรกิจหลักในเครือ เพื่อวางกรอบการดำเนินงานและการกำกับดูแลธุรกิจ พร้อมโครงสร้างเงินทุนให้เหมาะสม
ทั้งนี้ ธุรกิจบางประเภทที่อยู่ระหว่างการเสนอขายก็ยังคงดำเนินการต่อไป สำหรับบางธุรกิจจะยังรักษาไว้เพื่อเสนอขายในอนาคต ส่วนบางธุรกิจ เช่น เอไอเอ และบริษัท อเมริกัน ไลฟ์ อินชัวรันส์ จำกัด (อลิโก) กำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณาทางเลือกต่างๆ และอาจรวมถึงการนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เพื่อเสนอขายให้ประชาชนทั่วไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาวะตลาด
เอไอจีมีเจตจำนงที่จะโอนหุ้นทุนของเอไอเอและอลิโกเข้าไปในนิติบุคคลเฉพาะกิจ (Special Purpose Vehicle – SPV) เพื่อแลกกับหุ้นบุริมสิทธิ์และหุ้นสามัญของนิติบุคคลเฉพาะกิจดังกล่าว
"แผนการปรับโครงสร้างนี้จะส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐ (หรือกองทุนบริหารสินทรัพย์ที่ตั้งขึ้นเพื่อบริหารผลประโยชน์ของธนาคารกลางสหรัฐ) ได้รับหุ้นบุริมสิทธิ์ เพื่อเป็นการชำระคืนเงินสินเชื่อบางส่วนที่ธนาคารกลางสหรัฐได้อนุมัติให้แก่เอไอจี โดยจำนวนหุ้นบุริมสิทธิ์นั้นจะคำนวณจากอัตราร้อยละของมูลค่าตลาดที่แท้จริงของเอไอเอและอลิโกตามวิธีการประเมินมูลค่าที่ธนาคารกลางสหรัฐเห็นชอบ"
ทั้งนี้ เอไอจีจะยังคงเป็นผู้ถือหุ้นสามัญในนิติบุคคลเฉพาะกิจดังกล่าว โดยข้อตกลงนี้จะช่วยลดภาระหนี้สินและดอกเบี้ยที่เอไอจีจะต้องชำระให้แก่ธนาคารกลางสหรัฐ ในขณะเดียวกัน เอไอจีจะยังคงได้รับประโยชน์ที่เกิดจากหุ้นสามัญในนิติบุคคลเฉพาะกิจนี้ และเอไอเอจะยังคงเป็นบริษัทในเครือของเอไอจีโดยยังมีรายงานผลประกอบการรวมอยู่ในรายงานงบการเงินของเอไอจีจนกว่าจะมีการปรับโครงสร้างธุรกิจในอนาคต
“เอไอเอและอลิโกนับเป็นธุรกิจที่มีความสำคัญในการชำระหนี้แก่รัฐบาลสหรัฐ บริษัทเห็นว่าแนวทางในการปรับโครงสร้างดังกล่าวถือเป็นทางออกที่เหมาะสมที่สุดเพื่อรักษาไว้ซึ่งมูลค่าทางธุรกิจของเอไอเอและอลิโก ทั้งยังจะเป็นการส่งผลดีต่อการสร้างความเจริญเติบโตของบริษัททั้งสองในอนาคต” มร. เอ็ดเวิร์ด ลิดดี้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเอไอจี ระบุ
“แผนปรับโครงสร้างธุรกิจดังกล่าวจะประสบความสำเร็จได้ก็ต่อเมื่อธุรกิจในเครือที่มีความโดดเด่นของเอไอจีจะยังคงสามารถดำเนินต่อไปได้ด้วยตนเอง แม้ว่าการดำเนินการตามแผนดังกล่าวอาจต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะประสบผลสำเร็จ แต่บริษัทคาดว่าในที่สุดแล้ว บริษัทจะสามารถสร้างธุรกิจให้มีความมั่นคงและแข็งแกร่งยิ่งขึ้น มีมูลค่าทางธุรกิจที่สามารถสร้างความเชื่อมั่นในกลุ่มนักลงทุน รวมทั้งลูกค้าและหน่วยงานภาครัฐที่กำกับดูแล ทั้งนี้ บริษัทใคร่ขอขอบคุณในความร่วมมือและการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากลูกค้า พันธมิตรทางธุรกิจ รวมถึงรัฐบาลสหรัฐ และหน่วยงานภาครัฐที่กำกับดูแลในประเทศต่างๆด้วย” มร. ลิดดี้ กล่าวเสริม
มร. มาร์ค วิลสัน ประธานเอไอเอ กล่าวว่า การปรับโครงสร้างธุรกิจดังกล่าว และการแยกเอไอเอออกเป็นนิติบุคคลเฉพาะกิจจากเอไอจี นับเป็นก้าวสำคัญยิ่งสำหรับเอไอเอ อันจะช่วยส่งเสริมความแข็งแกร่งของเอไอเอให้คงฐานะบริษัทประกันชีวิตอันดับหนึ่งในภูมิภาคเอเชียต่อไป
นอกจากนี้ เอไอจียังเปิดเผยอีกว่า บริษัทได้รับข้อเสนอในการซื้อหุ้นทั้งหมดหรือบางส่วนของเอไอเอ ทั้งนี้ ข้อเสนอดังกล่าวยังเป็นเพียงข้อเสนอในเบื้องต้น ซึ่งบริษัทจะดำเนินการพิจารณาโดยละเอียดต่อไป พร้อมกับเปรียบเทียบทางเลือกในการดำเนินการนำหุ้นทั้งหมดหรือบางส่วนของเอไอเอเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เพื่อเสนอขายให้แก่ประชาชนทั่วไป
นอกจากนี้เอไอจียังตัดสินใจที่จะดำรงความเป็นเจ้าของฟิแลมไลฟ์ (ซึ่งเป็นบริษัทประกันชีวิตของเอไอจีในฟิลิปปินส์) โดยรวมการบริหารงานอยู่ภายใต้เอไอเอ
“เราจะยังคงพิจารณาทางเลือกในการปรับโครงสร้างในเชิงกลยุทธ์ต่างๆสำหรับเอไอเอ และประเมินข้อเสนอของนักลงทุนที่มีศักยภาพในการระดมทุนได้ตามมูลค่าที่เหมาะสม" มร. วิลสันกล่าว
“ความสามารถของเอไอเอในการปรับตัวภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน และยังคงความสามารถในการสร้างกำไรได้อย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของการดำเนินงานของเอไอเอ ความเชื่อมั่นของผู้ถือกรมธรรม์ และการสนับสนุนอย่างเต็มที่ของพันธมิตรทางธุรกิจ เอไอเอยังคงสามารถรักษาฐานลูกค้า และประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจ อันเป็นเครื่องยืนยันได้เป็นอย่างดีถึงความหลากหลายของผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัท รวมถึงความสัมพันธ์อันเหนียวแน่นกับลูกค้า ทั้งนี้ จำนวนเงินเอาประกันภัยและผลประโยชน์ของผู้ถือกรมธรรม์ของเอไอเอจะไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด โดยจะยังคงอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานรัฐในแต่ละประเทศ”
