"แบตเตอรี่ 3" คาดครึ่งปีหลังราคาตะกั่วที่มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น บริษัทอาจทบทวนเสนอไปยังก.พาณิชย์ ขอปรับขึ้นราคาขายแบตเตอรี่ภายในประเทศ
นายวีรวัฒน์ ขอไพบูลย์ รองประธานอาวุโส บริษัท ไทยสโตเรจ แบตเตอรี่ (BAT-3K) กล่าวว่า สิ้นปีนี้บริษัทจะมีผลประกอบการที่กำไรใกล้เคียงกับงวดเดียวกันปีก่อน จากงวดครึ่งปีแรกขาดทุน 1.95 ล้านบาท ซึ่งบริษัทประสบภาวะขาดทุนจากการบริหารสินค้าคงคลัง ทำให้ต้องแก้ไขปัญหาโดยลดสินค้าคงคลังให้มีจำนวนน้อยลง และปรับระยะเวลาให้เหลือ 20 วันจากเดิมมีสต็อก 60 วัน รวมทั้งราคาตะกั่ว ซึ่งเป็นวัตถุดิบในช่วงครึ่งแรกมีความผันผวนแรง
"แนวโน้มผลประกอบการงวดครึ่งปีหลังจะดีขึ้น หลังจากที่บริษัทแก้ไขปัญหาเรื่องสินค้าคงคลังได้แล้ว และเข้าสู่ฤดูกาลหน้าหนาวที่ต่างประเทศ จะมีการเตรียมแบตเตอรี่ไว้ใช้ ทำให้ความต้องการสินค้ามากขึ้นบริษัทในฐานะเป็นผู้ส่งออก 50% ก็น่าจะได้รับประโยชน์ด้วย" รองประธานอาวุโสกล่าว
เขากล่าวว่า แนวโน้มราคาตะกั่ว ซึ่งเป็นต้นทุนหลักในการผลิตแบตเตอรี่ ช่วงครึ่งปีหลัง มีโอกาสปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น โดยสิ้นปีจะแตะระดับ 2.3 พันดอลลาร์ต่อตัน จากปัจจุบันที่ 2.15 พันดอลลาร์ต่อตัน ส่วนราคาตะกั่วเฉลี่ยไตรมาส 2 อยู่ที่ประมาณ 2,000 ดอลลาร์ต่อตัน
นายวีรวัฒน์ กล่าวอีกว่า กรณีค่าเงินบาทที่แข็งค่า บริษัทไม่ได้รับผลกระทบถึงแม้จะมีสัดส่วนการส่งออกสูงถึง 50% แต่ขณะเดียวกัน มีการนำเข้าวัตถุดิบในการผลิตสูงเช่นกัน จึงทำให้หักล้างได้ในระดับหนึ่ง
รวมทั้งการเปิดตัวสินค้าใหม่ประเภทแบตเตอรี่ชนิดที่ไม่ต้องบำรุงรักษา (Seald Maintenance Free หรือ SMF) จะเปิดตัวในเดือน ก.ย.นี้ โดยจะเจาะกลุ่มลูกค้าตลาดยุโรปและสหรัฐ ซึ่งน่าจะทำให้ในปีนี้บริษัทมีผลกำไร และสินค้าใหม่มีสัดส่วนยอดขายรวมปีนี้ 20%
นายวีรวัฒน์ กล่าวถึง รายได้ในปี 2553 ว่า บริษัทยังคงเป้ารายได้ไว้ที่ 4.5 พันล้านบาท เติบโต 10% ตามเป้า ทั้งนี้ คาดสินค้าใหม่ SMF ที่เปิดตัวในเดือน ก.ย. นี้ จะได้รับการตอบรับที่ดี โดยคาดว่าจะมียอดขายเฉลี่ยเดือนละ 50,000 ลูกต่อเดือน จากปัจจุบันที่มียอดขายแบตเตอรี่ประมาณ 300,000 ลูกต่อเดือน
เขากล่าวว่า ครึ่งปีหลังราคาตะกั่วที่มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น ทำให้บริษัทอาจต้องกลับมาทบทวนว่า จะเสนอไปยังกระทรวงพาณิชย์ เพื่อขอปรับขึ้นราคาขายแบตเตอรี่ภายในประเทศ หากราคาตะกั่วปรับขึ้นเกิน 2,300 ดอลลาร์ต่อตัน เนื่องจากราคาดังกล่าวถือเป็นต้นทุนที่ค่อนข้างสูง และตรึงตัวมากเกินไป
ขณะนี้ บริษัทยังไม่ได้มีการยื่นขอไปยังกระทรวงพาณิชย์ โดยราคาตะกั่วปัจจุบันที่ 2,150 ดอลลาร์ต่อตัน ยังเป็นต้นทุนที่บริษัทพอรับได้ และยังคงให้ความร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์ในการตรึงราคาขายแบตเตอรี่ต่อไป
ทั้งนี้ ราคาขายในต่างประเทศ บริษัทได้มีการปรับขึ้นราคาขายรายเดือน เพื่อให้สะท้อนต้นทุนวัตถุดิบในตลาด จึงไม่มีปัญหาเรื่องราคาขายในต่างประเทศ
Tags : วีรวัฒน์ ขอไพบูลย์ • แบตเตอรี่ 3 เค

ความคิดเห็นของข่าวนี้
เพื่อแสดงความคิดเห็น