กรุงเทพธุรกิจ

ธุรกิจ : Coporate Movement

วันที่ 30 กรกฎาคม 2553 13:45

ราชบุรีโฮลดิ้งเผยเร่งศึกษา10โครงการธุรกิจไฟฟ้า

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

ไฟฟ้าราชบุรี ประกาศเดินหน้าลงทุนธุรกิจไฟฟ้า เผยอยู่ระหว่างศึกษา 10 โครงการ กำลังการผลิต 2,000 เมกะวัตต์

นายนพพล มิลินทางกูร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง กล่าวว่า ในครึ่งปีแรกของปี 2553   บริษัทฯ มีความคืบหน้าในการพัฒนาและขยายการลงทุนทั้งโครงการขนาดใหญ่และโครงการพลังงานทดแทนเป็นที่น่าพอใจ โดยโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนหงสา ซึ่งบริษัทฯ ร่วมถือหุ้น 40% ในบริษัท ไฟฟ้า หงสา จำกัด มีความก้าวหน้าในการจัดหาเงินกู้เพื่อนำมาใช้สำหรับการพัฒนาโครงการเป็นอย่างมาก และคาดว่าจะสรุปผลได้ในเร็วๆ นี้

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้เข้าลงทุนซื้อหุ้น 60% ของบริษัท ยันฮี โซล่า เพาเวอร์ จำกัด ผู้พัฒนาโครงการผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ขนาดกำลังผลิตติดตั้ง 3 เมกะวัตต์ ซึ่งกำหนดจะเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ในเดือนตุลาคมนี้ และถือเป็นโครงการนำร่องที่จะขยายต่อเนื่องอีกประมาณ 30 เมกะวัตต์ในอนาคตอันใกล้นี้   

สำหรับในครึ่งปีหลังนี้  โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ-น้ำงึม 2 ใน สปป.ลาว กำลังผลิตติดตั้ง 615 เมกะวัตต์ สามารถกักเก็บน้ำในอ่างเก็บน้ำถึงระดับ 326 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล หรือคิดเป็นปริมาณน้ำ 1,234 ล้านลูกบาศก์เมตร และมีกำหนดทดสอบเดินเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้าระหว่างเดือนสิงหาคมถึงพฤศจิกายน  คาดว่าจะเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ในเดือนธันวาคม ศกนี้

นอกจากนี้  โครงการโรงไฟฟ้าเซเปียน-เซน้ำน้อย ใน สปป.ลาว กำลังผลิตติดตั้ง 390 เมกะวัตต์ คาดว่าจะได้ลงนามบันทึกความเข้าใจราคารับซื้อไฟฟ้า (Tariff MOU) กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ในเร็วๆนี้ หลังจากที่โครงการฯ ได้รับมติจากคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติแล้ว  ส่วนการลงทุนโครงการในต่างประเทศ ขณะนี้การเจรจามีความคืบหน้าเป็นอย่างมาก คาดว่าจะสามารถสรุปผลการเจรจาได้ภายในปีนี้

สำหรับโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ไทรเสนา จ.พระนครศรีอยุธยา กำลังผลิต 3 เมกะวัตต์ ซึ่งบริษัทฯ ได้ลงทุนผ่าน บริษัท ราชบุรีพลังงาน จำกัด มีมูลค่าโครงการ 356 ล้านบาท ขณะนี้โครงการมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับ  การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.)และได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) โดยโครงการนี้จะสามารถสร้างรายได้แก่บริษัทฯ ได้ทันทีที่เดินเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้าได้ในเดือนตุลาคม ศกนี้            

ทั้งนี้  บริษัทฯ เชื่อมั่นว่าโครงการนี้จะนำไปสู่การขยายการลงทุนโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ในอนาคตได้อีกประมาณ 30 เมกะวัตต์ ขณะที่โครงการพลังงานลมจะขยายการลงทุนได้อีกประมาณ 50 เมกะวัตต์

“บริษัทฯ ยังคงเดินหน้ามองหาโอกาสการลงทุนในธุรกิจไฟฟ้าและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยมุ่งหวังที่จะสร้างความเติบโตทั้งด้านกำลังผลิตติดตั้งและผลกำไรอย่างต่อเนื่อง โดยเรามีโครงการที่อยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ทั้งในและต่างประเทศกว่า 10 โครงการ  มีกำลังการผลิตติดตั้งประมาณ 2,000 เมกะวัตต์ โดยมีโครงการพลังงานทดแทนในประเทศไม่ต่ำกว่า 100 เมกะวัตต์” นายนพพล กล่าว

สำหรับผลการดำเนินงานของบริษัทฯ และบริษัทย่อยในไตรมาส 2 ประจำปี 2553 ฉบับก่อนสอบทาน มีกำไรสุทธิ 1,524.92 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้าจำนวน 531.66 ล้านบาท หรือลดลง 25.85% โดยมีรายได้รวม 12,521.54 ล้านบาท ประกอบด้วย รายได้จากการขายและการให้บริการเดินเครื่องจำนวน 11,999.84 ล้านบาท รายได้ค่าบริการการจัดการจำนวน 33.06 ล้านบาท ดอกเบี้ยและรายได้อื่นๆ รวม 80.84 ล้านบาท

นอกจากนั้น บริษัทฯ ยังรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในกิจการที่ควบคุมร่วมกันอีกจำนวน 407.80 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ในไตรมาสนี้ บริษัทฯ มีรายได้รวมสูงกว่าไตรมาสเดียวกันของปีก่อน เป็นจำนวน 2,868.66  ล้านบาท เนื่องจากรายได้ค่าพลังงานไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้น 61.77% เพราะโรงไฟฟ้าราชบุรีมีการหยุดเดินเครื่องตามความต้องการของระบบ (Reserve Shutdown) และหยุดเดินเครื่องเพื่อบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าน้อยกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน  ในขณะที่รายได้ค่าความพร้อมจ่ายในไตรมาสนี้ต่ำกว่าไตรมาสเดียวกันของปีก่อนเป็นจำนวน 319.30 ล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามอัตราค่าความพร้อมจ่ายที่กำหนดไว้ในสัญญาซื้อขายไฟฟ้า

ด้านส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในกิจการที่ควบคุมร่วมกันในไตรมาสที่ 2 ปีนี้ มีจำนวน 407.80 ล้านบาท ลดลงจำนวน 198.38 ล้านบาท คิดเป็น 32.73% สาเหตุหลักมาจากผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อน จำนวน 222.33 ล้านบาท

ส่วนต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายรวมในไตรมาสนี้ มีจำนวน 10,996.62 ล้านบาท ประกอบด้วย ต้นทุนขายจำนวน 10,174.58 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการบริหารและค่าใช้จ่ายอื่นๆ จำนวน 220.79 ล้านบาท ในขณะที่ต้นทุนทางการเงิน (ดอกเบี้ยจ่าย) มีจำนวน 164.74 ล้านบาท ลดลงจาก ไตรมาสที่ 2 ปี 2552 (227.03 ล้านบาท) จำนวน 62.29 ล้านบาท หรือ 27.44% จากการชำระคืนเงินต้นทุกไตรมาส รวมทั้งอัตราดอกเบี้ยจ่ายที่ต่ำกว่างวดเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ภาษีเงินได้ จำนวน 436.51 ล้านบาท ซึ่งสูงขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน (291.40 ล้านบาท) จำนวน 145.11 ล้านบาท เป็นผลจากโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมราชบุรีทั้ง 3 ชุด ได้ครบกำหนดการยกเว้นภาษีเงินได้จากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน และเริ่มเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล ตั้งแต่วันที่ 18 เมษายน 2553

Tags : ไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง โรงไฟฟ้า

ความคิดเห็นของข่าวนี้

เพื่อแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

advertisement

advertisement

advertisement