"เอสโซ่" ประกาศทุ่มงบประมาณกว่า 1.3 หมื่นล้านบาทลงทุนโครงการปรับปรุงคุณภาพน้ำมันที่โรงกลั่นน้ำมันศรีราชา คาดใช้เวลาก่อสร้าง 15 เดือน
นายโรเบิร์ต ไมเคิล คูเปอร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) แจ้งตลาดหลักทรัพย์ว่าที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 15 ก.ค.2553 มีมติอนุมัติการลงทุนในโครงการปรับปรุงคุณภาพน้ำมัน ณ โรงกลั่นน้ำมันศรีราชาซึ่งเป็นโครงการที่จำเป็นเพื่อให้เป็นไปตามกฎระเบียบของประเทศไทยที่กำหนดขึ้น เพื่อแก้ไขปรับปรุงข้อกำหนดลักษณะและคุณภาพของน้ำมันเบนซินและน้ำมันดีเซล
ทั้งนี้ภายหลังจากได้รับอนุมัติการทำรายการจากที่ประชุมคณะกรรมการในวันที่ 15 ก.ค.2553 บริษัทจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างและลงทุนในโครงการปรับปรุงคุณภาพน้ำมันอย่างเต็มรูปแบบ โดยคาดว่าจะมีระยะเวลาก่อสร้างประมาณ 15 เดือน นับจากวันที่ได้รับอนุมัติการทำรายการและมีกำหนดเริ่มดำเนินการในเชิงพาณิชย์ (โดยมีผลิตภัณฑ์ในตลาดซื้อขาย) ภายในวันที่ 1 ม.ค.2555
เขากล่าวว่า รัฐบาลได้กำหนดลักษณะและคุณภาพของน้ำมันเชื้อเพลิงขึ้นใหม่โดยกำหนดให้ปรับลดปริมาณกำมะถันและสารเบนซีนในน้ำมันเบนซิน และปรับลดปริมาณกำมะถันในน้ำมันดีเซลซึ่งบริษัทจะต้องปฏิบัติตามมาตรฐานที่กำหนดขึ้นใหม่ดังกล่าวภายในวันที่ 1 ม.ค.2555 เพื่อให้บริษัทยังคงสามารถขายน้ำมันเบนซินละน้ำมันดีเซลในตลาดภายในประเทศได้
หน่วยกลั่นนี้ตั้งอยู่ที่โรงกลั่นน้ำมันของบริษัทในปัจจุบันที่อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี โดยโครงการนี้จะประกอบไปด้วยการปรับปรุงหน่วยกำจัดกำมะถันในน้ำมัน (Hydrotreating Unit) ที่มีอยู่แล้วให้สามารถปรับลดปริมาณกำมะถันของน้ำมันเบนซินและน้ำมันดีเซลลง เหลือในระดับไม่เกิน 50 ส่วนในล้านส่วน (ppm) และการก่อสร้างหอกลั่นแยกสารเบนซีนจากน้ำมัน (benzene heart-cut tower) ขึ้นใหม่เพื่อลดปริมาณสารเบนซีนของน้ำมันเบนซินลงให้เหลือไม่เกินร้อยละ 1 โดยปริมาตร นอกจากนี้แล้วยังรวมถึงการปรับปรุงบริเวณรอบนอกและสาธารณูปโภคที่เกี่ยวข้องด้วย
บริษัท คาดว่าจะใช้เงินลงทุนในโครงการปรับปรุงคุณภาพน้ำมันทั้งสิ้นประมาณ 394 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 1.3 หมื่นล้านบาท โดยการชำระเงินจะเป็นไปตามข้อกำหนดและเงื่อนไขของสัญญา
สำหรับเงินที่ใช้ในโครงการ จะมาจากกระแสเงินสดและโครงการตั๋วแลกเงินซึ่งได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ซึ่งมีวงเงินรวมสูงสุดจำนวน 1.2 หมื่นล้านบาท หรือประมาณ 360 ล้านดอลลาร์ และเงินกู้ ซึ่งได้รับจากธนาคารพาณิชย์ไทย และต่างประเทศและบริษัทในเครือเอ็กซอนโมบิลจำนวนรวมทั้งสิ้นประมาณ 7.6 หมื่นล้านบาท หรือ 2,300 ล้านดอลลาร์
เอสโซ่ ประกาศผลประกอบการงวดไตรมาสที่ 1 สิ้นสุด 31 มี.ค.2553 มีกำไรสุทธิ 248.68 ล้านบาท หรือ 0.07 บาทต่อหุ้น ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 1,825 ล้านบาท หรือ 0.53 บาทต่อหุ้น
Tags : เอสโซ่
ความคิดเห็นของข่าวนี้
เพื่อแสดงความคิดเห็น