กระทรวงการคลัง แนะ อสมท ส่งเรื่องรับผลประโยชน์เพิ่มเติมช่อง 3 มูลค่า 405 ล้านบาท จากสัญญาส่วนที่สอง เข้าคณะกรรมการ มาตรา 13 พ.ร.บ.ร่วมทุน
นายสุรพล นิติไกรพจน์ ประธานกรรมการ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตัวแทนบอร์ด อสมท ได้รายงานการดำเนินงานตามสัญญาระหว่าง อสมท และบริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนท์เม้นต์ จำกัด หรือบีอีซี คู่สัญญาบริหารสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ซึ่งสัญญาส่วนแรก 20 ปีจะจบในวันที่ 25 มี.ค.2553 และสัญญาส่วนที่สองอีก 10 ปี ระหว่างปี 2553-2563 มีมูลค่าตอบแทนรวม 2,002 ล้านบาท
ทั้งนี้ บอร์ด อสมท ได้มีการเจรจากับ บีอีซี เพื่อให้ บีอีซี เพิ่มผลประโยชน์ตอบแทนในการดำเนินสัญญาส่วนที่สองอีก 10 ปี ให้กับ อสมท เนื่องจากเห็นว่าปัจจุบันสถานการณ์เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศนั้นปรับตัวดีขึ้น อีกทั้งในส่วนของ บีอีซี เองก็มีผลประกอบการที่ปรับตัวดีขึ้นเช่นกัน อีกทั้งเห็นว่าการแก้สัญญาครั้งที่ 3 เมื่อ 20 ปีที่แล้วนั้น บอร์ด อสมท มองว่าเป็นเรื่องที่ อสมท เสียประโยชน์ และไม่เป็นธรรมกับ อสมท จึงต้องการให้ บีอีซี คืนความเป็นธรรม ให้ อสมท ในวาระการดำเนินสัญญาส่วนที่สองในปีนี้
ทั้งนี้ บีอีซี ได้เสนอผลประโยชน์เพิ่มเติมให้เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 405 ล้านบาท ให้กับ อสมท ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับสัญญาเดิมที่บีอีซี ยืนยันว่า มีผลสมบูรณ์แล้ว คือ บีอีซีเป็นผู้ดำเนินงานช่อง 3 แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนแรก 20 ปี ระหว่างปี 2533-2553 และส่วนที่สอง 10 ปี ระหว่างปี 2553-2563
ดังนั้นเมื่อวันจันทร์ที่ 8 มี.ค.ที่ผ่านมา ตัวแทนบอร์ด อสมท ได้เข้ารายงานผลการดำเนินงานสัญญาบีอีซี ส่วนที่สองอีก 10 ปี และการรับผลประโยชน์เพิ่มเติม 405 ล้านบาทจาก บีอีซี ต่อกระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นหน่วยงานต้นสังกัดของ บมจ.อสมท ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ อสมท ซึ่งเป็นไปตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ.2535
นายสุรพล กล่าวว่า หลังจากเข้ารายงานดังกล่าวแล้ว ทางกระทรวงการคลัง ได้สั่งการให้ อสมท นำเรื่องการรับผลประโยชน์เพิ่มเติมจาก บีอีซี อีก 405 ล้านบาท เข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการดำเนินโครงการตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานฯ หรือคณะกรรมการตามมาตรา 13 ซึ่งมีหน้าที่ กำหนดเงื่อนไข TOR โครงการการลงทุนของคู่สัญญารัฐและเอกชน และหน้าที่เจรจาผลประโยชน์ตอบแทน
สำหรับกรณีของ อสมท และ บีอีซี ซึ่งเป็นสัญญาเดิม ไม่มีการลงทุนใหม่ ดังนั้นคณะกรรมการ มาตรา 13 มีหน้าที่พิจารณา ผลประโยชน์ ตอบแทนที่ช่อง 3 เสนอให้ ว่าเหมาะสมหรือไม่
ดังนั้นขั้นตอนต่อจากนี้ คณะทำงาน อสมท จะส่งเรื่องการรับผลประโยชน์บีอีซี 405 ล้านบาท ไปให้ คณะกรรมการตามมาตรา 13 พิจารณา หากคณะกรรมการเห็นว่าเป็นตัวเลขเหมาะสมแล้ว ก็จะส่งเรื่องไปยังกระทรวงการคลัง ให้ความเห็นชอบ และหากกระทรวงการคลัง เห็นว่าเป็นเรื่องปกติของคู่สัญญา ในการดำเนินงาน ก็จะเห็นชอบให้ อสมท รับเงินดังกล่าว คาดว่าช่วงเวลาการรับเงินจำนวน 405 ล้านบาท จากบีอีซี จะรับรู้รายได้ของ อสมท ในไตรมาส 2 ปีนี้
แต่หากเห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญ ก็จะนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี เพื่อขอมติ ครม. ถึงแนวทางการปฏิบัติต่อไป