กรุงเทพธุรกิจ

ธุรกิจ : Coporate Movement

วันที่ 10 มีนาคม 2553 20:00

กฟผ.เผยยอดการใช้ไฟฟ้าเดือนก.พ.พุ่ง 14%

สุทัศน์ ปัทมสิริวัฒน์

สุทัศน์ ปัทมสิริวัฒน์

TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

กฟผ.เผยสถิติการใช้ไฟฟ้าเดือนก.พ.เพิ่มขึ้น 14% ผลจากสภาพอากาศร้อนเร็วกว่าปกติ และแนวโน้มศก.ฟื้นตัวต่อเนื่อง คาดการใช้ไฟฟ้าทั้งปีเพิ่มกว่า 5%

นายสุทัศน์ ปัทมสิริวัฒน์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวว่า สถิติการใช้ไฟฟ้าของประเทศเดือนกุมภาพันธ์ 2553 มีปริมาณการใช้ไฟฟ้ารวม 12,354 ล้านหน่วย ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 1,482 ล้านหน่วย หรือคิดเป็นร้อยละ 13.64 เป็นผลจากสภาพอากาศที่เริ่มร้อนอบอ้าวเร็วกว่าปกติ มาตั้งแต่สัปดาห์ที่ 2 ของเดือน และแนวโน้มเศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัวขึ้นต่อเนื่อง และภาคอุตสาหกรรมมีการผลิตเพิ่มขึ้น
 
ส่วนแนวโน้มการใช้ไฟฟ้าในเดือนมีนาคมนี้ ยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เห็นได้จากความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด หรือพีค ทำลายสถิติสูงสุดในรอบ 2 ปีที่ผ่านมาถึง 4 ครั้ง ซึ่งเดิมการใช้ไฟฟ้าสูงสุดจะเกิดขึ้นในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม ดังนั้น กฟผ.จะเฝ้าติดตามสถานการณ์การใช้ไฟฟ้าของประเทศอย่างใกล้ชิด หากเกิดพีคพุ่งสูงขึ้นในช่วงหลังจากนี้อีก 2 เดือน เพื่อดูแลความมั่นคงในระบบไฟฟ้า

โดยเฉพาะช่วงระหว่างวันที่ 23 มีนาคม - 1 เมษายน ที่ ปตท.จะหยุดจ่ายก๊าซธรรมชาติจากแหล่งในพม่าปริมาณ 1,070 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ซึ่งทาง กฟผ.จะเดินเครื่องเสริมด้วยน้ำมันเตาจากโรงไฟฟ้าพลังความร้อนบางปะกง พระนครใต้ จ.ราชบุรี และเดินเครื่องน้ำมันดีเซลของโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมราชบุรี ไตรเอนเนอยี่ และราชบุรีพาวเวอร์ เข้ามาทดแทน

นอกจากนี้ ยังมีก๊าซธรรมชาติจากแหล่งพัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย หรือเจดีเอ B17 เข้ามาเพิ่มเติมอีก 300 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน และโรงไฟฟ้าน้ำเทิน 2 อีกส่วนหนึ่ง
 
สำหรับพีคในเดือนเมษายน 2553 คาดว่าจะอยู่ที่ 23,600 เมกะวัตต์ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 1,600 เมกะวัตต์ ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าการใช้ไฟฟ้าทั้งปี 2553 น่าจะเติบโตมากกว่าร้อยละ 5 ซึ่งเป็นการเติบโตที่สอดคล้องกับการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศที่คาดการณ์จะเติบโตร้อยละ 4.5     
 
นายสุทัศน์ กล่าวว่า ในช่วง 1-2 เดือนข้างหน้า ในหลายพื้นที่ของประเทศจะประสบปัญหาภัยแล้ง โดยพบว่าปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำของเขื่อนทุกแห่งน้อยกว่าปีที่ผ่านมา มีปริมาณรวม 40,261 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 64.57 ของความจุอ่างทั้งหมด โดยเฉพาะปริมาณน้ำในเขื่อนทางภาคเหนือ ได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ และเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล จะลดระดับลงเหลือ 40 ถือว่าอยู่ในระดับที่น่าเป็นห่วง เนื่องจากเกิดปัญหาฝนทิ้งช่วง ทำให้พื้นที่นอกเขตชลประทานที่อาศัยน้ำฝนเป็นหลักประสบปัญหาภัยแล้งรุนแรง

โดยล่าสุดมีพื้นที่ประสบปัญหาภัยแล้งแล้ว 29 จังหวัด ในส่วนของ กฟผ.จะให้ความช่วยเหลือประชาชนด้านน้ำอุปโภค-บริโภคที่ได้รับความเดือดร้อนจากภัยแล้งทั่วประเทศ ด้วยการให้เขื่อนต่าง ๆ เตรียมรถบรรทุกน้ำจำนวน 30 คัน ให้บริการประชาชนที่ประสบปัญหาภัยแล้ง ครอบคลุมถึงหน่วยงานราชการ โรงเรียน ชุมชน และวัด
 
นอกจากนี้ กฟผ.ยังร่วมกับกรมชลประทานวางแผนระบายน้ำให้กับพื้นที่ชลประทานที่ประสบปัญหาภัยแล้ง คาดว่าจะสามารถจัดสรรน้ำให้กับพื้นที่ดังกล่าวอย่างเพียงพอ พร้อมขอความร่วมมือจากประชาชนทุกคนใช้น้ำอย่างประหยัด เพราะฤดูฝนปีนี้อาจมีปริมาณน้ำฝนไม่มาก และอาจต้องเผชิญฤดูแล้งยาวนานกว่าปกติ

Tags : สุทัศน์ ปัทมสิริวัฒน์ การใช้ไฟฟ้า กฟผ.

advertisement

advertisement

advertisement