สมิติเวชตั้งทีมซากุระรองรับคนไข้ญี่ปุ่นหลังพบยอดผู้ใช้บริการเพิ่ม 1.8 หมื่นคน ในปีที่ผ่านมา หวังปั้นโรงพยาบาลให้เป็นเหมือนเพื่อนคนไข้
นายเรมอนด์ ฌอง กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สมิติเวช จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารโรงพยาบาลสมิติเวช กล่าวว่า ปัจจุบันคนไข้ที่เป็นชาวญี่ปุ่นของสมิติเวชมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นทุกปี ซึ่งหากพิจารณาจากตัวเลขที่คนไข้ญี่ปุ่นมาใช้บริการที่สมิติเวชเมื่อปี 2549 มีประมาณ 1.4 หมื่นคน และในปีที่ผ่านมาเป็น 1.8 หมื่นคน เพิ่มขึ้นเกือบ 30% และหากพิจารณาจากสัดส่วนของคนไข้ชาวต่างชาติทั้งหมด ปรากฏว่าเป็นคนญี่ปุ่นถึงครึ่งหนึ่ง หรือคิดเป็น 50% ซึ่งถือว่าสูงมาก ดังนั้นเพื่อรองรับกับปริมาณคนไข้ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทางโรงพยาบาลจึงได้ตั้งทีม "ซากุระ" ขึ้น
สำหรับทีมซากุระเบื้องต้นมีทั้งหมด 10 คน โดยทาง รพ.ได้ทำการคัดเลือกพยาบาลที่มีความเชี่ยวชาญในการให้บริการด้านสุขภาพ และทักษะด้านภาษาญี่ปุ่น มาคอยให้การบริการด้านการแพทย์และการบริการด้านอื่นๆ สำหรับกลุ่มลูกค้าญี่ปุ่นโดยเฉพาะ รวมทั้งคอยเชื่อมโยงกับระบบงานและการบริการในส่วนต่างๆ ให้มีความคล่องตัวและรวดเร็วขึ้น
"วันนี้เราต้องการสร้างสมิติเวชให้เป็น รพ.ที่เหมือนเป็นเพื่อนกับคนไข้ เพราะในแง่ของโรงพยาบาลการดูแลสุขภาพของผู้ป่วยถือเป็นเรื่องสำคัญก็จริง แต่ที่สำคัญที่สุดอีกอย่างคือ การบริการหรือเอาใจใส่คนไข้ โดยเฉพาะการดูแลเอาใจใส่ทางด้านจิตใจ เพราะถ้าคนไข้เข้ามาแล้วรู้สึกอบอุ่นและสบายใจเขาจะกลับมาหาเราอีก และแนะนำเพื่อนๆ มาด้วย" ผู้บริหารกล่าว
นายฌอง กล่าวต่อว่า จากการเก็บสถิติที่คนญี่ปุ่นเดินทางเข้ามาในกรุงเทพฯของสถานทูตญี่ปุ่นในประเทศไทย พบว่า มีประมาณ 3.3 หมื่นคน ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงพอสมควร ขณะเดียวกัน คนต่างชาติยังคงนิยมมารักษาที่เมืองไทย เนื่องจากค่ารักษาพยาบาลถูกกว่าประเทศอื่นๆ ในแถบนี้ อาทิ สิงคโปร์
