กรุงเทพธุรกิจ

ธุรกิจ : Coporate Movement

วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2553 07:23

ปตท.ผนึกจีอีลุยธุรกิจบริการซ่อมบำรุงรักษา

ประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน)

ประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน)

TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

ปตท. ผนึก จีอี แตกไลน์ธุรกิจตั้งบริษัทลูก พีทีทีเอ็มอี ลุยธุรกิจบำรุงรักษาระบบผลิตไฟฟ้าตั้งเป้า 3 ปี สร้างรายได้ 3,000 ล้านบาท

นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) เปิดเผยหลังลงนามร่วมทุนธุรกิจ ระหว่าง บริษัท พีทีที เมนเทนแนนซ์ แอนด์ เอนจิเนียริง จำกัด (พีทีทีเอ็มอี) ซึ่งเป็นบริษัทใหม่ในเครือปตท. กับ บริษัท Granite Service International Inc. (GSII) บริษัทในกลุ่มจีอี เอ็นเนอร์จี วานนี้ (15ก.พ.)  ว่า เป็นการร่วมลงทุนเพื่อดำเนินธุรกิจให้บริการบำรุงรักษา งานวิศวกรรม และงานบริหารระบบกังหัน   ก๊าซฯเพื่อผลิตไฟฟ้า

ทั้งนี้เบื้องต้นจะเป็นการร่วมธุรกิจงานบำรุงรักษาระบบกังหันก๊าซ 9 เครื่องของบริษัทปตท. เคมิคอล เป็นเวลา 13 ปี มูลค่าประมาณ 140 ล้านบาท หลังจากนั้นคาดว่าบริษัทพีทีทีเอ็มอี จะขยายการลงทุนธุรกิจให้บริการบำรุงรักษาทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยในอนาคตเชื่อว่าจะเป็นบริษัทชั้นนำในธุรกิจนี้ เช่นเดียวกับ บริษัท ซัมซุง เอ็นจิเนียริ่ง ของประเทศเกาหลีใต้ หรือบริษัท ชิโยดะ ของประเทศญี่ปุ่น

"ปตท.ไม่ตั้งเป้าที่จะเข้าไปบริหารจัดการ หรือดำเนินธุรกิจโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ เหมือนการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แต่จะเน้นธุรกิจให้บริการซ่อมบำรุงระบบผลิตไฟฟ้าในโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ หรือ งานวิศวกรดูแลระบบผลิตไฟฟ้าในแท่นขุดเจาะน้ำมันมากกว่า "

นายสมศักดิ์ กีรติวุฒิเศรษฐ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พีทีทีเอ็มอี กล่าวว่า บริษัทเริ่มก่อตั้งเมื่อกลางปี 2552 ที่ผ่านมา เบื้องต้นได้รับโอนพนักงานที่ทำงานด้านบำรุงรักษาระบบผลิตไฟฟ้า ของ บริษัท ปตท.เคมิคอล  จำกัด มาอยู่ในบริษัทใหม่ทั้งหมด เพื่อให้พีทีทีเอ็มอีเป็นศูนย์กลางบริหารจัดการงานบำรุงรักษาในระบบไฟฟ้า โดยเบื้องต้นจะเข้าไปรับบริหารจัดการในบริษัทปตท.เคมิคอล และเครือปตท.ก่อน

"การรวมศูนย์ธุรกิจบริหารจัดการ จะช่วยให้ต้นทุนของปตท.ลง โดยเฉพาะค่าแรงงานที่ใช้ในงานบำรุงรักษากว่า 50% หรือประมาณ 5 ดอลลาร์ต่อตัน ลดเหลือ 2 ดอลลาร์ต่อตัน จากนั้นจะขยายงานไปยังเครือปตท.โดยจะจับมือเป็นพันธมิตรกับจีอี ในส่วนของงานบำรุงรักษาระบบกังหันแก๊สผลิตไฟฟ้า ซึ่งจีอีครองตลาดกว่า 50% ส่วนระบบไอน้ำผลิตไฟฟ้าจะจับมือกับมิตซูบิชิ  ซึ่งได้ลงนามในสัญญาร่วมลงทุนไปก่อนหน้านี้แล้ว "

ทั้งนี้การที่ ปตท.รวมศูนย์ธุรกิจบำรุงรักษาระบบไฟฟ้า เพื่อเข้ามารองรับระบบผลิตไฟฟ้าภายในโรงงานอุตสาหกรรมปิโตรเคมีก่อน เนื่องจากเป็นโรงงานขนาดใหญ่ ใช้เทคโนโลยีชั้นสูง และต้องเดินเครื่องผลิตตลอด 24 ชั่วโมง จึงต้องการความมั่นคงในระบบไฟฟ้าตั้งแต่ 99% ขึ้นไป ขณะเดียวกันธุรกิจดังกล่าวสามารถขยายตัวได้อีกมาก เนื่องจากในประเทศยังไม่มีผู้ประกอบการธุรกิจนี้มากนัก" นายสมศักดิ์ กล่าว

ส่วนการร่วมมือกับบริษัทยักษ์ใหญ่ ทั้ง จีอี หรือ มิตซูบิชินั้น จะทำให้บริษัทมีโอกาสขยายการลงทุนไปในต่างประเทศ ขณะที่การจับมือกับบริษัทปตท.สำรวจและผลิตปิโตรลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. ก็เพื่อให้บริการระบบผลิตไฟฟ้าในประเทศ ที่ ปตท.สผ.ไปลงทุนอยู่แล้ว เช่น โอมาน และออสเตรเลีย 

อย่างไรก็ตาม บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้ภายใน 3 ปี หรือภายในปี 2555 จะต้องสร้างรายได้ให้บริษัทประมาณ 3,000 ล้านบาท โดยปี 2553 คาดว่าจะมีรายได้ประมาณ 1,600 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2552 ที่มีรายได้ 1,997 ล้านบาท ปัจจุบันมีสัดส่วนรายได้มาจากเครือปตท. 80% และที่เหลือมาจากนอกเครือปตท.  เช่น โรงไฟฟ้าของผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ (ไอพีพี) และผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายเล็ก (เอสพีพี)

 

Tags : ปตท. จีอี พีทีที เมนเทนแนนซ์ แอนด์ เอนจิเนียริง

ความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement

advertisement