ผู้บริหารน้ำตาลขอนแก่น คาดแนวโน้มราคาน้ำตาลยังเป็นขาขึ้นทะลุ 30 เซ็นต์/ปอนด์ในเร็ววันนี้ ชึ้ราคาจะทรงตัวสูงต่อเนื่องไปจนถึงปี 2554
นายจำรูญ ชินธรรมมิตร์ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการ บมจ.น้ำตาลขอนแก่น(KSL)คาดว่า ทิศทางราคาน้ำตาลยังอยู่ในขาขึ้นต่อไปอีกระยะ และจะทะลุ 30 เซ็นต์/ปอนด์เร็ว ๆ นี้ จากนั้นน่าจะปรับลดลงมาได้บ้าง เพราะระดับราคาที่ 29 เซนต์/ปอนด์ในปัจจุบันถือว่าแพงมากแล้ว
อย่างไรก็ตาม มองว่าสถานการณ์ราคาน้ำตาลทรงตัวสูงเช่นนี้จะต่อเนื่องไปถึงปี 2554
สำหรับสัญญาน้ำตาลดิบตลาดนิวยอร์คส่งมอบเดือนมี.ค.53 ปิดพุ่งขึ้น 0.90 เซนต์ มาที่ 29.90 เซนต์/ปอนด์ และระหว่างวันราคาเคลื่อนไหวแตะจุดสูงสุดที่ 30.33 เซนต์/ปอนด์ ถือเป็นระดับสูงสุดในรอบ 29 ปี
การปรับตัวขึ้นมาของราคาน้ำตาลเป็นผลมาจากทั้งปัจจัยดีมานด์-ซัพพลาย รวมถึงการเก็งกำไรของ Hedge Fund เนื่องจากซัพพลายน้ำตาลขาดแคลน ขณะที่ความต้องการซื้อมีมากขึ้น ทั้งจากอินเดียที่ต้องการซื้อในปริมาณที่มากขึ้น รวมทั้ง อิรักและอินโดนีเซีย ขณะที่ปากีสถาน, อียิปต์, เม็กซิโก, ฟิลิปปินส์ และสหรัฐอาจสั่งซื้อน้ำตาลในฤดูใบไม้ผลิ
นายจำรูญ กล่าวว่า ตอนนี้ประเทศผู้ผลิตน้ำตาลหลักๆ เหลือเพียงประเทศไทยที่ผลผลิตกำลังออก ส่วนบราซิลที่เป็นเป็นผู้ส่งออกอันดับ 1 ตอนนี้แม้แต่จะบริโภคเองก็ยังขาดแคลน จำเป็นต้องซื้อจากคนอื่นเหมือนกัน ขณะเดียวกัน ผลผลิตน้ำตาลในประเทศไทยน้อยลง เนื่องจากสภาพดินฟ้าอากาศไม่เอื้ออำนวย
นอกจากนี้ เปอร์เซ็นต์น้ำตาลในอ้อยน้อยลง จากปี 52 อ้อย 1 ตัน สามารถผลิตน้ำตาลได้กว่าร้อยกิโลกรัม แต่ปีนี้เหลือไม่ถึงกิโลกรัม หายไปประมาณ 10 กิโลกรัม
"ถึงจะเกิดปัญหาดังกล่าวขึ้น แต่ยังยืนยันว่ายังมีน้ำตาลเพียงพอสำหรับบริโภคในประเทศแน่นอน ถ้ารัฐบาลไม่ปล่อยให้มีการลักลอบส่งไปต่างประเทศ"
นายจำรูญ กล่าวถึงการประเมินของนักวิเคราะห์ว่าราคาน้ำตาลอาจพุ่งไปถึง 35 เซ็นต์/ปอนด์ในกลางปีนี้ว่า การคาดการณ์ราคาน้ำตาลในปีนี้ทำได้ค่อนข้างยาก ว่า ราคาจะขึ้นไปแรงสุดไปที่เท่าใด หรือต่ำสุดเท่าใด เพราะจากที่เคยมองว่าราคาปรับตัวสูงขึ้นมากไปแล้วน่าจะเริ่มมีทิศทางอ่อนตัวลง แต่ก็ลงมาได้ไม่เท่าไหร่ก็ปรับตัวขึ้นไปอีก ทำให้คาดการณ์ราคาเฉลี่ยทั้งปีของปีนี้ได้ลำบาก
ส่วนกรณีที่เวียดนามเตรียมจะนำเข้าน้ำตาล 1 แสนตันนั้น ยอมรับว่าข่าวนี้อาจจะไม่ได้สร้างความตื่นเต้นอะไร เนื่องจากเวลานี้น้ำตาลจากโรงงานของ KSL เองเพียงพอสำหรับในประเทศเท่านั้น ส่วนผลผลิตจากโรงงานที่กัมพูชา และลาวก็มีออเดอร์จากยุโรปหมดแล้ว
"ตอนนี้น้ำตาลไทยจะไม่พอขายอยู่แล้ว ถ้าเวียดนามจะนำเข้าก็ต้องไปซื้อจากผู้ค้าน้ำตาลที่ซื้อจากไทยไปแล้ว แต่ก็อาจจะต้องซื้อในราคาที่แพงขึ้นไปอีก แต่หากความต้องการจากเวียดนามยังมีต่อเนื่องไปจนถึงปีหน้า ไทยน่าจะเตรียมการได้ทัน แต่สำหรับปีนี้คงต้องมองข้ามไปก่อน"นายจำรูญ กล่าว
สำหรับข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน(AFTA)ซึ่งเริ่มมีผลบังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.53 ผ่านมานั้น นายจำรูญ กล่าวว่า ช่วง 1 เดือนแรก ยังไม่พบปัญหาอะไร เนื่องจากราคาน้ำตาลไทยถูกกว่าต่างประเทศ โดยน้ำตาลของไทยราคาอยู่ที่ระดับ 20 บาท/กก.ส่วนราคาในต่างประเทศอยู่ที่ 25 บาท/กก. ซึ่งการที่ราคาเราถูกกว่าที่อื่น ทำให้อาจมีพวกฉวยโอกาสลักลอบส่งออกไปขายในราคาแพงๆได้
นายจำรูญ กล่าวว่า ปัจจุบันน้ำตาลเป็นสินค้าควบคุม การขึ้นราคาทำได้ค่อนข้างยาก การจะขึ้นราคาขายต้องขึ้นอยู่กับปัจจัยเรื่องราคาน้ำมัน ต้นทุนการผลิตปรับตัวขึ้น อีกทั้งเวลานี้ราคาขายในต่างประเทศยังได้ราคาดีจึงยังไม่มีความจำเป็นต้องปรับขึ้นราคาน้ำตาลในประเทศ
Tags : น้ำตาล

ความคิดเห็นที่ 1
หวังดี , 3 กุมภาพันธ์ 2553 15:00
"จากปี 52 อ้อย 1 ตัน สามารถผลิตน้ำตาลได้กว่าร้อยกิโลกรัม แต่ปีนี้เหลือไม่ถึงกิโลกรัม หายไปประมาณ 10 กิโลกรัม"
ร้อยกว่ากิโลกรัม แล้วลดลงเหลือไม่ถึงกิโลกรัม ยังไงก็ต้องหายไปร้อยกว่ากิโลกรัม ไม่น่าใจแค่ 10 นะครับ