"มิตรผล" เดินหน้าสร้างความเข้มแข็งธุรกิจน้ำตาลในลาว ชี้ใช้ระยะเวลา 2-3 ปี ก่อนทุ่มงบ 1-2 พันล้านบาท ลุยลงทุนกัมพูชา
นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการกลุ่มน้ำตาลมิตรผล เปิดเผยว่า กลุ่มมิตรผลยังให้ความสำคัญกับการลงทุน ตั้งโรงงานน้ำตาลในลาวและกัมพูชา โดยการลงทุนใน 2 ประเทศมีศักยภาพใกล้เคียงกัน และได้สิทธิพิเศษทางภาษีจากสหภาพยุโรป (อียู) ส่งผลให้การลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านมีขีดความสามารถทางการแข่งขันมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ มิตรผลให้น้ำหนักต่อการลงทุนในลาวมากกว่ากัมพูชา เพราะเริ่มลงทุนที่ลาวก่อน โดยต้องการให้โรงงานน้ำตาลในลาว มีความเข้มแข็งภายใน 2-3 ปีให้ได้ก่อนแล้ว จึงจะหันมาให้น้ำหนักการลงทุนในกัมพูชา เนื่องจากกลุ่มมิตรผลไม่มีบุคลากรเพียงพอ ที่จะพัฒนาการลงทุนพร้อมกันได้ใน 2 ประเทศ ขณะนี้ ทีมงานจากส่วนกลางที่จะเสริมสร้างความเข้มแข็งในโรงงานน้ำตาล ได้เข้าไปทำงานในลาว และมีแผนที่จะเริ่มย้ายบุคลากรดังกล่าวเข้าไปทำงานเตรียมความพร้อมการลงทุนที่กัมพูชาในปี 2554
นายอิสระ กล่าวว่า กลุ่มมิตรผลเห็นว่าการลงทุนด้านเกษตร เป็นเรื่องต้องใช้เวลาเพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่ดีที่สุด โดยได้เข้าไปเตรียมการการลงทุนในจังหวัดอุดรมีชัย ทางตอนเหนือของประเทศกัมพูชาในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา และขณะนี้ ยังเน้นการทดลองปลูกอ้อย เพื่อหาพันธุ์ที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ประมาณ 1,000 ไร่ เป็นการเตรียมพันธุ์อ้อยเพื่อรองรับ การเพิ่มพื้นที่เพาะปลูกในอนาคต
ปัจจุบันกลุ่มมิตรผลได้รับสัมปทานพื้นที่ปลูกอ้อยจากรัฐบาลกัมพูชา ประมาณ 100,000 ไร่ เป็นเวลา 90 ปี เช่นเดียวกับนักลงทุนรายอื่น และถ้าจะเริ่มหีบอ้อยคงจะเริ่มกำลังการผลิตไม่มากก่อนที่วันละ 3,000-5,000 ตัน ระยะแรกอาจจะใช้เงินลงทุนประมาณ 1,000-2,000 ล้านบาท
ส่วนการลงทุนในลาวได้ตั้งบริษัท น้ำตาลมิตรลาว จำกัด มาดำเนินการ โดยมีโรงงานและพื้นที่ปลูกอ้อยอยู่ในแขวงสะหวันเขต ซึ่งโรงงานน้ำตาลในลาวเริ่มทดลองเดินเครื่องผลิตน้ำตาล ตั้งแต่ปี 2551 และในฤดูกาลผลิต 2552/2553 คาดว่าจะมีอ้อยเข้าหีบ 400,000 ตัน ได้น้ำตาล 40,000 ตัน ซึ่งสูงกว่าฤดูกาล 2551/2552 ที่ผลิตได้น้ำตาล 23,000 ตัน โดยน้ำตาลที่ผลิตได้จำหน่าย ส่งออกไปสหภาพยุโรป (อียู) 95% และจำหน่ายในลาว 5%
"เราพอใจผลการลงทุนในลาว และมีแผนที่จะเพิ่มพื้นที่ปลูกอ้อยในลาวให้มากขึ้น โดยปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกอ้อย 50,000 ไร่ และตั้งเป้าหมายในปี 2554 จะเพิ่มพื้นที่ปลูกอ้อยเป็น 70,000-80,000 ไร่ ซึ่งจะเน้นการขยายพื้นที่แบบค่อยเป็นค่อยไป" นายอิสระกล่าว
กลุ่มมิตรผลเริ่มถ่ายทอดองค์ความรู้ในการปลูกอ้อยจากไทยไปลาว เพื่อเพิ่มปริมาณอ้อยให้มากขึ้น โดยการปลูกอ้อยในไทย ได้ปรับแนวคิดการทำงานของพนักงานส่งเสริมที่เป็นผู้ประสานงานกับชาวไร่ ให้สามารถควบคุมต้นทุนการผลิตของชาวไร่ ซึ่งเมื่อปลูกอ้อยแล้ว จะต้องสอนให้ชาวไร่ รู้จักดูแลบำรุงไร่อ้อยเดิมให้ดีอยู่ต่อเนื่อง ที่ผ่านมา เมื่อชาวไร่ขยายพื้นที่ปลูกอ้อยแล้ว จะไม่ค่อยดูแลพื้นที่ปลูกเดิม แต่การถ่ายทอดองค์ความรู้ดังกล่าวในลาวยังดำเนินการได้ไม่เต็มที่ เพราะบุคลากรในลาวยังมีงานในช่วงเริ่มต้นของการลงทุนอยู่มาก จึงต้องทำแบบค่อยเป็นค่อยไป
นอกจากนี้ การลงทุนในลาวและกัมพูชามีปัญหาด้านแรงงาน เพราะประชาชนยังไม่คุ้นเคยกับการตัดอ้อย เพื่อป้อนโรงงานอุตสาหกรรมและจำนวนแรงงานที่มีไม่คงที่ และแรงงานบางส่วนต้องการเข้าไปทำงานในเมือง เพราะจะมีรายได้มากกว่า ซึ่งกลุ่มมิตรผลจะต้องสร้างความมั่นใจให้แรงงาน เชื่อว่าการทำงานในไร่อ้อย ก็สามารถสร้างความมั่นคงให้ชีวิตได้ และต้องประสานงานกับภาครัฐให้ช่วยแก้ปัญหาแรงงานให้
Tags : น้ำตาลมิตรผล • ว่องกุศลกิจ
