กรุงเทพธุรกิจ

ad a1

ธุรกิจ : Coporate Movement

วันที่ 15 มกราคม 2553 08:32

ทียูเอฟลั่นผลงานปีนี้กำไรสุทธิทำสถิติใหม่

ธีรพงศ์ จันศิริ ประธานกรรมการ บริษัท ไทยยูเนียน โฟรเซ่น โปรดักส์ (TUF)

ธีรพงศ์ จันศิริ ประธานกรรมการ บริษัท ไทยยูเนียน โฟรเซ่น โปรดักส์ (TUF)

TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

ทียูเอฟ คาดปีนี้ยอดขายในรูปดอลลาร์เติบโต 12-15% พร้อมมั่นใจกำไรสุทธิปีนี้จะทำสถิติสูงสุดใหม่ หลังคาดผลประกอบการปี 52 มีกำไรทะลุ 3 พันล้าน

นายธีรพงศ์ จันศิริ ประธานกรรมการ บริษัท ไทยยูเนียน โฟรเซ่น โปรดักส์ (TUF) กล่าวว่า  บริษัทคาดการณ์ว่าแนวโน้มผลการดำเนินงานในปี 2553 จะมีการเติบโตต่อเนื่อง และผลประกอบการมีโอกาสทำกำไรสุทธิในจุดสูงสุดใหม่อีกครั้ง โดยคาดว่ายอดขายในปีนี้จะเติบโต 12-15% ในรูปเงินสกุลดอลลาร์ ขณะที่ผลการดำเนินงานในปี 2552 คาดว่าทั้งปีจะมีกำไรสุทธิมากกว่า 3 พันล้านบาท 

โดยปัจจัยที่จะสนับสนุนผลการดำเนินงานก็คือแนวโน้มภาวะเศรษฐกิจโลกที่ปรับตัวดีขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อธุรกิจการส่งออกอาหารให้มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทำให้เชื่อมั่นว่าธุรกิจสินค้าอาหารที่จะมีการเติบโตทุกประเภท ทั้งผลิตภัณฑ์จากกุ้ง ปลาทูน่า ปลาซาร์ดีน อาหารแมว และสินค้าอื่นๆ

สำหรับผลประกอบการในไตรมาส 3 ปี 2552 บริษัทมีกำไรสุทธิ 1.01 พันล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 1.15 บาท เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 911.93 ล้านบาท หรือกำไรต่อหุ้น 1.04 บาท ขณะที่งวด 9 เดือนมีกำไรสุทธิ 2.62 พันล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 2.97 บาท เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนหน้าที่มีกำไรสุทธิ 1.89 พันล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น  2.16 บาท

นายธีรพงศ์ กล่าวว่า กลยุทธ์การดำเนินธุรกิจในปีนี้ บริษัทมุ่งเน้นขยายในตลาดที่มีการเติบโตดี คือ ยุโรปและรัสเซีย โดยเฉพาะในกลุ่มอาหารแช่แข็ง โดยแถบยุโรปจะมีสัดส่วนยอดขายเพิ่มขึ้นในปีนี้เป็น 20% จากปีก่อนอยู่ที่ 11% และจะมาเป็นตลาดหลักจากเดิมที่ตลาดหลักอยู่ที่ สหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่นที่แต่แห่งจะมีสัดส่วนของยอดขายอยู่ที่ระดับ 20% ของยอดขายรวม ส่วนที่เหลือก็จะมีการกระจายอยู่ในอเมริกาใต้ แอฟริกาและตะวันออกกลาง ซึ่งจะส่งผลให้การกระจายรายได้ดีและมีความมั่นคงมากขึ้น

อย่างไรก็ตามในปีนี้ บริษัทจะได้รับประโยชน์จากการลดต้นทุนลงจากการที่ได้มีการปิดโรงงานในซามัวในปีที่แล้ว และมาเปิดโรงงานใหม่ที่จอร์เจียในปีนี้ รวมถึงมีการย้ายฐานการผลิตมาอยู่ที่ประเทศไทยมากขึ้น อีกทั้งจะมีการควบรวมกิจการของบริษัทที่ถือหุ้นอยู่ในสหรัฐ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนในปีนี้ให้ปรับตัวลดลง

นายธีรพงศ์ กล่าวถึงนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนว่า บริษัทจะเน้นการบริหารอัตราแลกเปลี่ยนและติดตามอย่างใกล้ชิด โดยซื้ออัตราแลกเปลี่ยนล่วงหน้า เพื่อบริหารความเสี่ยง  ส่วนทิศทางอัตราแลกเปลี่ยนหรือค่าเงินบาท เชื่อว่า ทางธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สามารถใช้นโยบายที่ดูแลการเคลื่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยนใกล้เคียงกับอัตราการเคลื่อนไหวของปีที่แล้วได้ โดยคาดว่าอัตราแลกเปลี่ยนในปีนี้ จะยังอยู่ในระดับที่เหมาะสม

ทั้งนี้หากพิจารณาถึงความเสี่ยงในการประกอบธุรกิจในปีนี้ ได้แก่ อัตราแลกเปลี่ยนราคาวัตถุดิบจำนวนแรงงาน และกฎระเบียบต่างๆ       

 

Tags : ทียูเอฟ

ความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement

advertisement