กรุงเทพธุรกิจ

ad a1

ธุรกิจ : Coporate Movement

วันที่ 5 ธันวาคม 2552 06:00

เอ็กโกทุ่มหมื่นล้านหุ้นโรงไฟฟ้าตปท.

TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

เอ็กโก ทุ่มหมื่นล้านซื้อหุ้นโรงไฟฟ้าในต่างประเทศ ประเดิมซื้อหุ้นโครงการน้ำเทิน 2 ในลาวเพิ่ม 15% คาดสร้างรายได้ปีละ 200 ล้านบาท

นายนิวัติ อดิเรก ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่พัฒนาธุรกิจ บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็กโก กรุ๊ป เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนจะซื้อหุ้นบริษัทไฟฟ้าน้ำเทิน 2 เพิ่มอีก 15% จากบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หลังก่อสร้างโรงไฟฟ้าน้ำเทิน 2 เสร็จสิ้น ซึ่งจะทำให้ เอ็กโก กรุ๊ป ถือหุ้นเพิ่มเป็น 40% จากปัจจุบันที่ถืออยู่ 25% ที่เหลืออีก 60% แบ่งเป็นบริษัทอีดีเอฟ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัดถือ 35% และรัฐวิสาหกิจลาว ถือ 25%
ทั้งนี้การซื้อหุ้นเพิ่มดังกล่าว เนื่องจากมองว่า เป็นโครงการพลังงานน้ำมีศักยภาพ  ซึ่งคาดว่าจะใช้กระแสเงินสดของบริษัท 4,000 ล้านบาทมาซื้อหุ้น อย่างไรก็ตามการซื้อหุ้นดังกล่าวต้องได้รับอนุมัติจากรัฐบาลก่อน แต่ก็เชื่อว่าไม่น่ามีปัญหา เพราะทั้ง 2 ประเทศลงทุนร่วมกันมาตลอด
"เงินที่เตรียมไว้ซื้อหุ้นจากอิตาเลียนไทยฯ น่าจะเพียงพอ หรือหากไม่เพียงพอ ยังสามารถกู้เพิ่มจากสถาบันการเงินได้ รวมทั้งบริษัทยังเตรียมเครดิตไลน์ไว้เพื่อรองรับอีกด้วย"  
นายนิวัติ กล่าวอีกว่า ปี 2553 บริษัทคาดว่าจะมีรายได้จากการขายไฟฟ้าโครงการน้ำเทิน 2 ประมาณ 200 ล้านบาทต่อปี คิดเป็น ผลตอบแทนการลงทุนอยู่ที่ 15% โดยการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าน้ำเทิน 2 อย่างเป็นทางการกำหนดไว้วันที่ 15 มี.ค.2553 เลื่อนจากเดิมที่กำหนดไว้วันที่ 15 ธ.ค.นี้ เนื่องจากเกิดความผิดพลาดทางเทคนิค
ทั้งนี้โครงการโรงไฟฟ้าน้ำเทิน 2 มูลค่าลงทุนประมาณ 1,582 ล้านดอลลาร์ ถือเป็นโครงการที่ใช้เงินทุนจากต่างประเทศมากที่สุดในประเทศลาว  กำลังผลิต 1,075 เมกะวัตต์ และเป็นโครงการที่ช่วยลดการปล่อยภาวะก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 2 ล้านตันต่อปี รวมทั้งสร้างรายได้ให้แก่ประเทศลาวได้กว่า 2,000 ล้านดอลลาร์ ตลอดอายุสัญญาโครงการ 25 ปี
ขณะที่แผนการก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าน้ำเทิน 1 อยู่ระหว่างเสนอราคาขายไฟฟ้าให้แก่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) พิจารณาความเหมาะสมในการรับซื้อไฟฟ้า หากได้รับการพิจารณาจะเริ่มการก่อสร้างได้ในต้นปี 2553
นายนิวัติ กล่าวด้วยว่า ปี 2553 นี้ เอ็กโกจะเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในต่างประเทศเป็น 20% ของเงินลงทุนรวม โดยต้องเตรียมงบไว้ประมาณ 150-300 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 5,000-10,000 ล้านบาท เนื่องจากแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศหรือ พีดีพี 2010  ฉบับที่จะปรับปรุงใหม่ยังไม่เสร็จ และคาดว่าจะยังไม่มีแผนรับซื้อไฟฟ้ารอบใหม่จากผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ หรือไอพีพี  ทำให้เอ็กโกต้องออกไปลงทุนในต่างประเทศ โดยเฉพาะในโครงการที่มีการพัฒนาแล้ว เช่นในประเทศลาว, ฟิลิปินส์, อินโดนีเซีย และเวียดนาม
โดยโครงการที่จะเข้าไปลงทุนในต่างประเทศอีก คือ โครงการโรงไฟฟ้าที่ใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงในประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งผู้ถือหุ้นของเอ็กโก คือ บริษัท One- Energy ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงเบื้องต้น (เอ็มโอยู) กับรัฐบาลอินโดนีเซียแล้ว ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้ที่เอ็กโกอาจจะเข้าไปถือหุ้นในโครงการดังกล่าวด้วย แต่ยังอยู่ในขั้นตอนการเจรจา

Tags : ผลิตไฟฟ้า

ความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement

advertisement