ซีพีเอ็นคาดรายได้ปี 53 โตน้อยกว่าปีนี้ ที่คาดโตตามเป้า 25-30% หวังไตรมาส 4 สถานการณ์เศรษฐกิจดีขึ้น หวั่นการเมืองแรงฉุดนักท่องเที่ยวปีใหม่หาย
นายนริศ เชยกลิ่น รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายบัญชีและการเงิน บริษัท
เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) กล่าวว่า แนวโน้มรายได้รวมปี 2553 โตได้ในระดับ 2 หลัก แต่จะต่ำกว่าปีนี้ที่คาดเติบโต 25-30% เนื่องจากปีหน้าบริษัทไม่มีการเปิดศูนย์ใหม่ จากปีนี้ที่เปิดศูนย์ใหม่ 4 แห่ง ทำให้บริษัทจะมีรายได้เฉพาะศูนย์เดิม และจะรับรู้เต็ม 100% ทุกศูนย์ ซึ่งส่งผลให้รายได้รวมยังสามารถเติบโตได้ดี ถ้าเศรษฐกิจเป็นตามที่คาดหวังไว้
"หากเศรษฐกิจฟื้นได้จริงไตรมาส 4 ปีนี้ จะเติบโตได้ดีขึ้น แต่ต้องดูปัจจัยการเมืองจะมีผลกระทบต่อบรรยากาศการท่องเที่ยวหรือไม่ เพราะเป็นช่วงเทศกาล หากไม่ปะทะรุนแรง ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะคนส่วนใหญ่เคยชิน แต่ถ้าปะทะกันแล้ว ทำให้มีความเสียหายเกรงนักท่องเที่ยวจะน้อยลง" นายนริศกล่าว
เขากล่าวว่า กรณีปรับปรุงสาขาที่ลาดพร้าว กำลังศึกษาผลกระทบทางการเงิน ลูกค้า และต้นทุนค่าใช้จ่ายในการปรับปรุง ซึ่งมี 2 แนวทางเลือก ได้แก่ ทยอยปิดศูนย์พื้นที่ 1 ใน 5 ส่วน ซึ่งใช้เวลา 24 เดือน โดยมีผลกระทบ 20% อีกแนวทางคือปิดศูนย์ทั้งหมด 6 เดือนเพื่อปรับปรุงใหม่ และเปิดใหม่จะได้ค่าเช่าที่เพิ่มขึ้น
"จากการศึกษาเบื้องต้นคาดจะมีผลต่อภาพรวมของรายได้ในสัดส่วนไม่ต่างกัน แต่กระทบในระยะเวลาที่ต่างกัน กรณีที่ทยอยปิดจะกระทบยาวกว่า ส่วนการปิดศูนย์ทั้งหมดจะกระทบช่วงสั้นๆ แต่คงต้องพิจารณาอีกครั้ง และจะได้ข้อสรุปภายในสิ้นปีนี้ และจะเริ่มดำเนินการในไตรมาส 2 ปี 2553"
นายนริศ กล่าวว่า แผนการใช้เงินลงทุนภายใน 5 ปี ตั้งแต่ 2551-2555 คาดใช้เงินลงทุน 2.5 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดิมที่จะใช้เงินลงทุน 1.4 หมื่นล้านบาท เพราะปีหน้าบริษัทจะซื้อที่ดิน 1 แปลงในต่างจังหวัดเพื่อพัฒนาศูนย์เพิ่ม และลงทุนพัฒนาสาขาที่เชียงราย
ทั้งนี้เงินลงทุนในแต่ละปี ประกอบด้วย ปี 2551 ใช้เงินลงทุน 7.2 พันล้านบาท ปี 2552 ใช้เงินลงทุน 9.2 พันล้านบาท ปี 2553 ใช้เงินลงทุน 7.5 พันล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเดิมกำหนด 6 พันล้านบาท ส่วนปี 2554 ใช้เงินลงทุน 5.3 พันล้านบาท และปี 2555 ใช้เงินลงทุน 4.96 พันล้านบาท
เขากล่าวว่า แหล่งทุนที่จะนำมาใช้ในการลงทุนระยะยาว มาจากการขายสินทรัพย์เข้ากองทุนอสังหาริมทรัพย์ โดยปีหน้าจะรับรู้เงินจากสาขาปิ่นเกล้า 4 พันล้านบาท และมีแผนจะขายสินทรัพย์อื่นๆ อีก ส่วนความสามารถทำกำไรแต่ละปีจะสร้างกระแสเงินสดได้ปีละ 4-5 พันล้านบาท
"บริษัทมีแผนที่จะเสนอขายหุ้นอีก แต่ขึ้นอยู่กับวงเงินที่จะขออนุมัติจากผู้ถือหุ้น ซึ่งดำเนินการได้ทุกปี ดังนั้นแหล่งเงินทุนในการทำธุรกิจจึงไม่มีปัญหา" นายนริศ กล่าว
นายนริศ กล่าวอีกว่า ช่วงครึ่งแรกของปี 2553 จะเซ็นสัญญาสร้างศูนย์การค้าแห่งใหม่ในจีน ซึ่งดีลแรก จะเป็นการร่วมทุน ส่วนกลยุทธ์ 5 ปีข้างหน้า บริษัทจะขยายการลงทุนไปในภูมิภาคเอเชีย เช่น จีน หรือประเทศใกล้เคียง และมีแผนกลับมาศึกษาการลงทุนในอินเดียอีกครั้ง เพราะมีนักลงทุนสนใจขายที่ดินแปลงใหม่ให้ แต่ต้องใช้เวลาศึกษา
ส่วนศูนย์การค้าแห่งใหม่ที่เชียงราย คาดก่อสร้างเสร็จและเปิดบริการกลางปี 2554 เพื่อรองรับลูกค้าภาคเหนือ ส่วนเซ็นทรัลเชียงใหม่แห่งที่ 2 จะเริ่มลงมือก่อสร้างกลางปี 2553
Tags :
เซ็นทรัลพัฒนา