แฟชั่นฟู้ด เผยพฤติกรรมลูกค้าบะหมี่เปลี่ยน หลัง วิกฤติเศรษฐกิจกระทบลึกรากหญ้า เน้นซื้อซองเลิกซื้อตุนส่งผลดัชนีวัดเศรษฐกิจไม่แม่น
นายถิรกิตติ์ สถิรกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท แฟชั่นฟู้ด จำกัด หรือ เอฟเอฟ ผู้ประกอบกิจการผลิตอาหารกึ่งสำเร็จรูปตรา "เอฟเอฟ" และขนมขบเคี้ยวอบกรอบ ตรา "ตอปิโด" และ "บอมบ์" กล่าวว่า ผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจรอบนี้ ส่งผลกระทบวงกว้างแต่ในส่วนของบริษัทขนมขบเคี้ยวจะได้รับผลกระทบมากกว่า ด้านบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยอดขายทรงตัวอยู่ได้
สำหรับวิกฤติเศรษฐกิจในปี 2540 แม้เศรษฐกิจไม่ดี แต่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปก็ยังสามารถขายได้ดีโดยยังมีการเติบโต 10-15% แต่วิกฤติเศรษฐกิจล่าสุดกระทบถึงคนชั้นล่างหรือกลุ่มรากหญ้าจากเดิมลูกค้ากลุ่มนี้ยังซื้อบะหมี่ตุ๋นเป็นห่อแต่มาวันนี้พฤติกรรมของกลุ่มคนดังกล่าวจะไม่ซื้อเก็บ หากจะซื้อก็ซื้อเพียงไม่กี่ซองเท่านั้น
"วิกฤติรอบนี้ ทำให้กลุ่มพนักงานต้องตกงาน หรือกรณีของนักเรียน ผู้ปกครองมีรายได้ลดลง ทำให้กำลังซื้อของลูกค้ากลุ่มนี้ก็ลดลงไปด้วย หรือหายไป เพราะไม่มีการซื้อเก็บ ดังนั้นคำกล่าวที่เคยระบุว่า บะหมี่คือดัชนีชี้วัดว่า ถ้าเศรษฐกิจไม่ดีบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจะขายดี แต่ปัจจุบันไม่สามารถชี้วัดเช่นนั้นได้แล้ว" นายถิรกิตติ์ กล่าว
นายถิรกิตติ์ กล่าวว่า ส่วนผลการดำเนินงานครึ่งแรกปีนี้ทรงตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนในครึ่งปีหลังหากสถานการณ์เศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างที่คาดการณ์กัน ก็จะมีผลดีต่อบริษัทด้วย ซึ่งคาดว่ายอดขายทั้งปีจะเติบโต 5-7% โดยปี 2551 บริษัทมียอดขายประมาณ 1,000 ล้านบาท
นายถิรกิตติ์ กล่าวยอมรับว่า แนวโน้มตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปประเภทซองเริ่มอิ่มตัว แต่ในส่วนของตลาดต่างประเทศ ประเภทบะหมี่ชามยังมีแนวโน้มเติบโตสูง ดังนั้นบริษัทก็ยังคงเน้นตลาดส่งออก
ด้าน นายรุ่งโรจน์ สถิรกุล ผู้จัดการโรงงาน บริษัท แฟชั่นฟู้ด จำกัด เปิดเผยว่า ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการออกผลิตภัณฑ์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปใหม่อีก 2 รสชาติ เพื่อเสริมตลาด รสต้มยำ ปรุงเสร็จ รสหมูสับ รสกุ้งมะนาว ต้มยำเนื้อตุ๋น ต้มข่าไก่ และ ต้มยำปลากระป๋อง
Tags : แฟชั่นฟู้ด • เอฟเอฟ • บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป • เศรษฐกิจ