พิพัฒ พะเนียงเวทย์ มือปั้น มาม่า หวังโค้งท้ายช่วงอายุ 70 ปี ปั้นยอดขาย มาม่า แตะระดับ 1 หมื่นล้านบาท
พิพัฒ พะเนียงเวทย์ มือปั้น “มาม่า” บอกกับผู้สื่อข่าวหลังจากแถลงผลประกอบการครึ่งปีแรกของมาม่าเมื่อวานนี้ว่า อีกไม่นานจะวางมือแล้ว ตอนนี้อายุ 70 ปี กะไว้ว่าพออายุ 72 ปี ก็จะวางมือและเปิดทางให้คนใหม่เข้ามาบริหารแทน
แต่ก่อนวางมือนั้น พิพัฒ มีเป้าหมายหลายอย่างที่ต้องทำและอยากจะทำ เรียกว่าเป็นภาระกิจก่อนวางมือ ไปพักผ่อนอย่างเต็มตัว อย่างแรกก็คือ การเพิ่มส่วนแบ่งตลาด “มาม่า” ให้ได้ 60% ภายในปีนี้ จากตัวเลขส่วนแบ่งตลาดล่าสุดเมื่อเดือนกรกฏาคม คือ 53.9%
มองจากตัวเลขล่าสุด ทั้งจากมาม่าและของคู่แข่งแล้ว หากมาม่าสามารถเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดขึ้นไปอยู่ที่ 60% ได้ ก็น่าจะทิ้งห่างเบอร์ 2 และ 3 อยู่หลายช่วงตัว ซึ่งขณะนี้แบรนด์เบอร์ 2 มีส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 23% นอกจากนี้ พิพัฒ ยังเตรียมการสำหรับการผลักดันยอดขายให้ทะลุ 10,000 ล้านบาท ภายในระยะเวลา 2 ปีนี้ให้ได้อีกด้วย
เขา บอกว่า น่าจะเป็นไปได้ เพราะหากดูจากตัวเลขและแผนธุรกิจที่ดำเนินการอยู่ ทั้งตลาดในประเทศและตลาดส่งออก โดยตลาดส่งออกนั้น ได้วางเป้าหมายที่ชัดเจนว่าจะเพิ่มตลาดส่งออกใหม่ๆ ปีละ 5 ประเทศ โดยปีนี้มาม่ามีการส่งออกไปยังตลาดใหม่แล้ว ได้แก่ เปรู โรมาเนีย ส่วนที่เหลืออีก 3 ประเทศในอีก 3 โซนกำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณา และเห็นว่าตลาดที่มีศักยภาพมากคือ ตลาดในแถบยุโรปเกือบทั้งหมดเป็นตลาดที่เริ่มมีการขยายตัว
ตลาดส่งออกเริ่มมีสัญญาณที่ดี โดยออร์เดอร์การส่งออก 6 เดือนในปีนี้โตขึ้นถึง 25% เมื่อสัญญาณดีแบบนี้ ทำให้บริษัทต้องปรับกลยุทธ์การส่งออกใหม่ โดยการตั้งเอเยนต์ในประเทศที่บริษัทจะส่งออกมาม่าไป
"ตลาดส่งออกเริ่มสดใส จากภาวะเศรษฐกิจโลกมีทีท่าว่าจะฟื้นตัว ทำให้เราต้องเดินนโยบายเชิงรุก นอกจากนี้ ในปีหน้า บริษัทยังได้เตรียมบุกตลาดส่งออกด้วยมาม่าชนิดคัพอีกด้วย สรุปว่าแผนขยายธุรกิจของมาม่ายังเดินหน้าไม่หยุดยั้ง ขึ้นอยู่กับจังหวะและโอกาสทางการตลาด"
บิ๊กมาม่า ประเมินภาวะเศรษฐกิจว่า เริ่มจะฟื้นตัวแล้ว แต่ก็ยังไม่ถือว่าดีนัก เพราะยังมีความเสี่ยงและยังมีเรื่องให้กังวลอยู่บ้าง สำหรับอุตสาหกรรมบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ซึ่งมีมูลค่าตลาด 1,1000 ล้านบาท สิ่งที่ยังต้องให้ความสำคัญ คือ แนวโน้มของราคาต้นทุนวัตถุดิบ ที่ยังมีโอกาสเพิ่มสูงขึ้น ทำให้บริษัทต้องปรับยุทธวิธีการซื้อสินค้าล่วงหน้าถึง 6 เดือน โดยยังได้ร่วมกับคู่ค้าซึ่งเป็นผู้ส่งแป้งสาลีให้กับบริษัท ด้วยการซื้อล่วงหน้าให้นานขึ้น
ภารกิจของ พิพัฒ ไม่ไกลเกินเอื้อม และเชื่อว่า เป้าหมายหมื่นล้านที่จะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ จะเป็นอีกหนึ่งตำนานการสร้างแบรนด์ “มาม่า” เรียกว่าจากนี้ไปคงต้องจับตามองมือบริหารท่านใหม่ ที่จะเข้ามาสร้างตลาดมาม่าให้แข็งแกร่งเหมือนเช่นที่มาม่าเป็นอยู่ทุกวันนี้
บทพิสูจน์ตำนานแห่ง มาม่า จะเป็นอย่างไร เป็นเรื่องที่น่าติดตามไม่น้อยทีเดียว
Tags : พิพัฒ พะเนียงเวทย์ • มาม่า

ความคิดเห็นที่ 1
สังคม , 14 สิงหาคม 2552 10:47
น่าจะมีใครเอาตัวเลขยอดขาย 10000 ล้านบาท ไปอธิบายให้รากหญ้าที่รักทักษิณจนโงหัวไม่ขึ้นได้ฉุกคิดเสียหน่อยว่า ขนาดมาม่าซึ่งขายได้ดีตลอด วางชั้นเดี๋ยวหมดๆๆๆ ยังขายได้แค่นี้ แล้วนี่เป็นแค่ยอดขาย ไม่ได้เป็นกำไรสุทธิ ตีซะว่ากำไร 30% คือ 3000 ล้าน/ปี แล้วทักษิณมีเงินเป็นแสนล้าน มันต้องทำธุรกิจอะไรที่จะได้เงินมามากมายขนาดนั้น มันถึงจะมีเงินถึงแสนล้านได้ภายในเวลาไม่กี่ปี ... รากหญ้ามันน่าจะรู้จักคิดเสียบ้าง