กรุงเทพธุรกิจ

ธุรกิจ : Coporate Movement

วันที่ 24 กรกฎาคม 2552 05:00

เนเจอร์กิฟเพิ่มลงทุน รับเทรนด์กาแฟสุขภาพ

TOOLS
คอลัมน์อื่นๆ

จับเทรนด์ธุรกิจกาแฟแนวสุขภาพขาขึ้น "เนเจอร์กิฟ" พลิกวิกฤติ ลงทุนสวนกระแส รับออร์เดอร์กาแฟแนวสุขภาพ -อาหารเสริมพุ่ง เปิดโรงงานแห่งที่ 3

ดร.กฤษฎา จ่างใจมนต์ กรรมการผู้จัดการ ห้างหุ้นส่วนจำกัด เนเจอร์กิฟ 711  ผู้ผลิตและทำตลาดผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มกาแฟแนวสุขภาพภายใต้แบรนด์ "เนเจอร์กิฟ" เปิดเผย"กรุงเทพธุรกิจ" ถึงนโยบายและแผนการลงทุนในปีนี้ว่า ตลาดกาแฟแนวสุขภาพมีการขยายตัวมากขึ้นจนทำให้ต้องเพิ่มกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง หลังจากได้เปิดโรงงานผลิตแห่งที่ 2 มูลค่าการลงทุน 200 ล้านบาทไปเมื่อปี 2550  ซึ่งขณะนี้กำลังการผลิตใกล้เต็ม ทำให้บริษัทต้องเปิดโรงงานผลิตแห่งที่ 3 มูลค่าการลงทุนกว่า 500 ล้านบาท เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ

โรงงานแห่งใหม่จะเป็นโรงงานผลิตที่ทันสมัยและได้มาตรฐานสูงสุด โดยโรงงานแห่งใหม่นี้ยังได้เตรียมไว้สำหรับการขยายตลาดส่งออกอีกด้วย ซึ่งตามแผนบริษัทได้เตรียมเข้าไปเปิดตลาดโดยการสร้างแบรนด์เนเจอร์กิฟ ให้เป็นที่รู้จักในตลาดอเมริกาอีกด้วย โดยเมื่อเร็วๆนี้บริษัทได้ทำการเปิดสำนักงานแห่งแรกที่สหรัฐอเมริกา ในนครลอสแองเจอลิส พร้อมที่จะขยายตลาดในอเมริการเป็นครั้งแรกในอีก 1-2 เดือนข้างหน้า ซึ่งจะเป็นช่วงที่โรงงานผลิตแห่งที่ 3 เดินไลน์การผลิตอย่างเป็นทางการเช่นกัน โดยจะใช้แบรนด์ "เนเจอร์กิฟ" ในการทำตลาดในสหรัฐเช่นเดียวกับประเทศไทย และจำหน่ายกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเป็นหลักพร้อมกับกาแฟเนเจอร์กิฟ 

สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจในประเทศ จะยังชูกลยุทธ์การตลาดแบบเชิงรุกตามการขยายตัวของตลาดกาแฟแนวสุขภาพซึ่งกำลังได้รับการยอมรับจากผู้บริโภครวม โดยปีนี้บริษัทใช้งบประมาณด้านสื่อกว่า 300 ล้านบาทเพื่อรุกสื่อทีวี แมกกาซีน และกิจกรรมการตลาดแบบบีโลว์เดอะไลน์ เพื่อสร้างแบรนด์โรยัลตี้กับผู้บริโภค รวมถึงสื่อเว็บไซต์ ในรูปแบบของการจัดกิจกรรมเรียลลิตี้ บนเว็บไซต์ของเนเจอร์กิฟ ซึ่งได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นจำนวนมาก 

นอกจากนี้ยังได้เพิ่มช่องทางจำหน่ายในร้านสะดวกซื้อ เซ่เว่นฯ 5,000 แห่งทั่วประเทศ เริ่มเปิดขาย 1 ตุลาคม ศกนี้ ซึ่งการเพิ่มเครือข่ายร้านค้าดังกล่าวจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งด้านช่องทางจำหน่ายมากขึ้น ซึ่งจากเดิมจะใช้ระบบขายผ่านตัวแทนขายจำหน่ายซึ่งมีเครือข่ายกว่า 5,000 แห่ง

ดร.กฤษฎา กล่าวว่า เป้าหมายการดำเนินธุรกิจของบริษัทคือการก้าวสู่การเป็นแบรนด์ระดับโกบอล โดยการโฟกัสตลาดสหรัฐอเมริกาเนื่องจากเป็นตลาดที่ใหญ่และท้าทาย ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนของเนเจอร์กิฟ ครั้งสำคัญ โดยก่อนหน้านั้น บริษัทได้เพิ่มเครื่องจักรสำหรับการขยายกำลังการผลิตมาแล้วซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงผลตอบรับของตลาดและผู้บริโภค รวมถึงการเข้ามาของคู่แข่งรายใหม่ๆ ขณะเดียวกันบริษัทฯยังมีแผนการตลาดเชิงรุกในรูปแบบของการจัดกิจกรรมกับผู้บริโภค รวมถึงแคมเปญการตลาดภายใต้คอนเซ็ปท์ใหม่ๆ ซึ่งเป็นแคมเปญรณรงค์การเสริมสร้างสุขภาพที่ดีของผู้บริโภค รวมถึงการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับแบรนด์ โดยที่ผ่านมาพบว่ากลุ่มผู้บริโภคของเนเจอร์กิฟ เริ่มขยับจากระดับซี ขึ้นมาอยู่ที่บี และเอ

Tags : เนเจอร์กิฟ กาแฟ

ความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement