อเมริกันสแตนดาร์ด ขยับแผนการตลาดรับกลุ่มผู้ถือหุ้นใหม่ "ไอเน็กซ์" พร้อมเดินเกมสงครามราคาเจาะตลาดกลาง-ล่าง ผ่านกลุ่มสินค้าราคาประหยัด "อีโค"
กระแสการซื้อขายหุ้น หรือ เทคโอเวอร์ในกลุ่มวัสดุก่อสร้าง-ตกแต่งนั้นมีให้เห็นอย่างต่อเนื่อง โดยเป็นการซื้อขายหุ้นกันในต่างประเทศ ล่าสุด "อเมริกันสแตนดาร์ด" ผู้ผลิตสุขภัณฑ์รายใหญ่ของโลก มีการเปลี่ยนมือ เมื่อเดือนพ.ค.2552 โดยบริษัท ไอเน็กซ์ (INAX) ผู้ผลิตและจำหน่ายสุขภัณฑ์รายใหญ่อันดับ 2 จากญี่ปุ่นได้เข้าไปซื้อ อเมริกันสแตนดาร์ดในเอเชียแปซิฟิก
แหล่งข่าวจากบริษัท อเมริกันสแตนดาร์ด บีแอนด์เค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การซื้อขายกันครั้งนี้ ไอเน็กซ์จะได้บริษัทและโรงงานของอเมริกันสแตนดาร์ดทีดำเนินงานอยู่ใน 9 ประเทศ คือ จีน, ประเทศไทย, เกาหลีใต้, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์, เวียดนาม, สิงคโปร์, อินเดียและออสเตรเลีย โดยไอเน็กซ์จะใช้เส้นทางของการกระจายสินค้าของแบรนด์อเมริกันสแตนดาร์ด เป็นฐานในการรุกธุรกิจและเพิ่มส่วนแบ่งตลาดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
"นับจากนี้อีกไม่เกิน 3-4 เดือนความชัดเจนในการกำหนดกลยุทธ์ทางธุรกิจของอเมริกันสแตนดาร์ด น่าจะชัดเจนขึ้น"
แหล่งข่าว ระบุด้วยว่า ศักยภาพของโรงงานการผลิตของอเมริกันสแตนดาร์ด พร้อมที่จะรองรับการดำเนินการเชิงรุกในประเทศ รวมถึงการใช้ไทยเป็นฐานการผลิตเพื่อการส่งออก ซึ่งปัจจุบันโรงงานมีกำลังการผลิตอยู่ที่ 1.2 แสนชิ้น/เดือน
ก่อนที่จะมีการซื้อขายหุ้นกันในต่างประเทศนั้น ไอเน็กซ์ ได้พยายามที่จะเจาะตลาดสุขภัณฑ์ในประเทศไทยผ่านผู้แทนจำหน่าย หรือดีลเลอร์ รวมถึงการเป็นพันธมิตรกับ บริษัท นามสุขภัณฑ์ แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จด้านการตลาด อย่างไรก็ดี จากการใช้เส้นทางในการซื้อกิจการครั้งนี้ของไอเน็กซ์ น่าจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำการตลาดได้มากขึ้น
ชูดีไซน์-ขายราคาประหยัด
ทั้งนี้ ในการดำเนินงานด้านการตลาดและการขายของอเมริกันสแตนดาร์ดในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมานี้ อเมริกันสแตนดาร์ด หันมาจับตลาดระดับกลางและระดับล่าง จากก่อนหน้านี้จะเน้นเจาะ กลุ่มลูกค้าระดับกลาง-กลางบน การมุ่งสู่ตลาดดังกล่าวนี้สะท้อนจากการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ รวมถึงการให้ส่วนลดหรือการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายกับลูกค้าดีลเลอร์
ล่าสุด อเมริกันสแตนดาร์ด ชูแนวคิดจ่ายน้อยแต่ดีไซน์เด่น ภายใต้ผลิตภัณฑ์ห้องน้ำคอลเลคชั่นใหม่ "อีโค" ซึ่ง มาจากคำว่า อีโคโนมี โดยจำหน่าย ในราคาเริ่ม 290 บาท
ส่วนการร่วมกันกับดีลเลอร์นั้นก็มีให้เห็นอย่างต่อเนื่อง เช่น ร่วมจัดกิจกรรมการตลาดกับบริษัท แกรนด์โฮมมาร์ท จำกัด จัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย (Grand Home Mart Big Sale By American Standard) โดยนำสินค้าทั้งในหมวดสุขภัณฑ์ และอุปกรณ์ห้องน้ำ มาจัดรายการส่งเสริมการขายพิเศษ ลดตั้งแต่ 20-70% ซึ่งสิ้นสุดในเดือนมิ.ย.นี้
ในขณะเดียวกันในบางช่วงอเมริกันสแตนดาร์ด แทบจะไม่กำหนดเป้าขายให้ดีลเลอร์ ขอเพียงแต่ให้ดีลเลอร์นำสินค้าเข้าไปวางขายในร้านค้าหรือในโชว์รูมก่อน และพร้อมที่จะทำเรื่องคืนสินค้าแบบไม่มีเงื่อนไขในกรณีที่ขายไม่ออก
ทั้งนี้ การดำเนินการกลยุทธ์การตลาดดังกล่าวนั้นเป็นการปรับตัวเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ของตลาดการขายสุขภัณฑ์ที่ ขณะนี้ตลาดค่อนข้างชะลอตัวตามสภาพเศรษฐกิจและการลงทุนในโครงการใหม่ๆ ของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยคาดว่ามูลค่าตลาดรวมของสุขภัณฑ์จะอยู่ที่ 5,000-5,500 ล้านบาทใกล้เคียงกับปีก่อนๆ โดยอเมริกันสแตนดาร์ดฯ มีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 25-30%
นอกจากการขายตรงเข้าโครงการและการขายผ่านร้านค้าดีลเลอร์แล้ว อเมริกันสแตนดาร์ดได้เพิ่มโอกาสทางธุรกิจผ่าน “AS คลับ” ซึ่งเป็นคลับสำหรับสถาปนิกและมัณฑนากรโดยเฉพาะ เพื่อสร้างสัมพันธ์อันดีกับสถาปนิกและมัณฑนากร ผู้มีอิทธิพลสูงสุดในการตัดสินใจเลือกซื้อสุขภัณฑ์
นอกจากนี้ ยังเป็นช่องทางสำคัญในการให้บริการด้านข้อมูล ข่าวสาร และโปรโมชั่นต่างๆ ไปยังกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารของบริษัท ผลิตภัณฑ์ใหม่ ดีไซน์ใหม่ๆ รวมไปถึงนวัตกรรมต่างๆ ของอเมริกันสแตนดาร์ด ทั้งยังเปิดให้สถาปนิกและมัณฑนากรได้แสดงความคิดเห็น ติชม สินค้ารวมถึงบริการต่างๆ เพื่อที่บริษัทจะได้นำไปปรับปรุงแก้ไขต่อไป
อีกทั้ง ยังได้ทำการเปิด “อเมริกัน สแตนดาร์ด บาธเฮ้าส์” โชว์รูมต้นแบบ ซึ่งเป็นศูนย์บริการข้อมูลและผลิตภัณฑ์ห้องน้ำครบวงจรตั้งอยู่ ชั้น 5 โซนซี ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ มีพื้นที่ใช้สอยรวม 410 ตร.ม. งบประมาณการตกแต่งประมาณ 10 ล้านบาท
Tags : อเมริกันสแตนดาร์ด