กรุงเทพธุรกิจ

ad a1

ธุรกิจ : CEO Blogs

วันที่ 30 สิงหาคม 2553 14:15
เกรียงไกร  กาญจนะโภคิน
เกรียงไกร กาญจนะโภคิน

สงครามทีวีดาวเทียม

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

ทีวีดาวเทียม เริ่มต้นจากการเป็นเคเบิลท้องถิ่นในต่างจังหวัด โดยใช้สายเคเบิลโยงไปตามบ้านของสมาชิก ด้วยความเป็นทีวีท้องถิ่นอย่างแท้จริง

รายการต่างๆ ที่ผลิตขึ้นมาจึงเป็นรายการสำหรับคนในท้องถิ่น เช่น ข่าวสารต่างๆ รวมถึงการนำภาพยนตร์จากฮอลลีวูด และสารคดีพากย์ไทยเข้ามาถ่ายทอดเพื่อสร้างความแตกต่างจาก UBC หรือ True Vision เน้นคอนเทนท์สำหรับคนเมืองใหญ่โดยเฉพาะกรุงเทพฯ

ต่อมาประมาณ 5 ปี เมื่อคนเมืองใหญ่เริ่มติดแล้ว จึงเพิ่มรายการบันเทิงแบบไทยๆ เข้าไปเพื่อขยายไปสู่ฐานระดับล่างลงมาเพราะถ้าไม่ปรับรายการก็คงขยายยาก

ที่สำคัญวันนี้ True Vision มีจำนวนสมาชิกใกล้หนึ่งล้านคนแล้ว 

กลับมาเข้าเรื่องของสงครามทีวีดาวเทียมดีกว่าครับ เมื่อ 3 ปีที่แล้วผมมีโอกาสได้อยู่ในวงสนทนาระหว่างคุณไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม ประธานกรรมการ จีเอ็มเอ็มแกรมมี่ และคุณวัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ กรรมการ สามารถคอร์ปอเรชั่น ทั้งสองท่านคุยกันเรื่องเสาโทรทัศน์ว่า ต่อไปจะถูกแทนที่ด้วยจานรับดาวเทียม ซึ่งหมายความว่าในอนาคตคนไทยจะได้ดูทีวีผ่านจานรับดาวเทียม ซึ่งเป็นเรื่องที่คุณไพบูลย์ตื่นเต้นมาก เนื่องจากสามารถเป็นเจ้าของสถานีโทรทัศน์ได้ด้วยงินลงทุนไม่สูงมาก เมื่อเทียบกับสมัยก่อนที่ต้องลงทุนหลายพันล้านบาทเพื่อเป็นเจ้าของสถานีโทรทัศน์

เพราะตอนนี้แค่เช่า Transponder หนึ่งช่องแล้วยิงสัญญาณขึ้นท้องฟ้า ใครที่มีจานรับก็สามารถดูทีวีฝีมือคุณได้แล้ว อย่างที่เขาเรียกกันว่า Free to Air ครับ

ในอดีตนั้นผู้ผลิตเก่งๆ ต้องอาศัยช่องโทรทัศน์หลักเพียง 4 ช่อง คือ 3, 5, 7, 9 เป็นพื้นที่สำหรับออกอากาศโดยมีทั้งรูปแบบการเช่าเวลา รับจ้างผลิตหรือผลิตร่วมกัน

ปัญหาคือ การได้เวลานั้นแสนยากเย็น เนื่องจากเวลาส่วนหนึ่งจะถูกนายหน้ากว้านซื้อไปและนำมาขายต่อหรือเก็บเวลาไว้ให้พวกตัวเอง ซึ่งยังคงเป็นปัญหามาจนถึงปัจจุบัน

แต่วันนี้เพียงคุณมีกำลังผลิตมากพอ คุณก็สามารถมีสถานีโทรทัศน์เป็นของตัวเองได้ ยิ่งในช่วงที่กฎหมายควบคุมความถี่ยังฝุ่นคลุ้งไม่ชัดเจนอย่างตอนนี้ ทำให้เรามีรายการโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมมากมายอย่างนับไม่ถ้วน  ทั้งแบบที่ตั้งใจทำใน Format ของการหารายได้แบบทีวีจริงๆ คือการขายสปอตโฆษณา หรือแบบสร้างโทรทัศน์ขึ้นมาเป็นสื่อ เพื่อใช้เป็นช่องทางจำหน่ายสินค้าของตัวเองเช่น รายการซุปเปอร์เช็ง

แม้วันนี้ป้าเช็งจะโดนแจ้งความไปแล้วหลายข้อหา แต่ช่องซุปเปอร์เช็งยังโปรโมทสินค้าสุดอนามัยของป้าอยู่เลยครับ กฏหมายประเทศไทยและจ้าพนักงานสุดยอดจริงๆ  หรือจะเป็นรูปแบบก้ำกึ่งที่ใช้ทั้งขายสินค้าตัวเองและขายโฆษณาไปพร้อมๆ กันเลยก็มีครับ    

รูปแบบของทีวีดาวเทียมวันนี้ต่างกับ Free TV ปัจจุบันตรงที่ทีวีดาวเทียมในยุคบุกเบิกนั้นวางรูปแบบเป็น Format Station คือ ถ้าเป็นช่องข่าวก็มีแต่รายการข่าว ช่องรายการเพลงก็แบ่งตามแนวเพลง เช่น เพลงลูกทุ่ง เพลงวัยรุ่น เพลงย้อนยุค เป็นต้น ยังมีช่องสารคดี ช่องละครเก่า ช่องภาพยนตร์ไทย ซึ่งแต่ละช่องจะเน้นการเจาะกลุ่มเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจงไปเลย ไม่ใช่ในลักษณะแมสแบบ Free TV ที่เน้นเป็นช่วงเวลาเช่นเวลานี้ผู้ชมเป็นกลุ่มใดก็จะวางรายการตามกลุ่มนั้น  

ปัจจุบันมีช่องนับร้อยผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด ผลิตรายการแบบโลว์ คอสท์ เป็นหลัก ยิ่งถ้าเจ้าของสถานีเป็นผู้มีคอนเทนท์อยู่เดิม ก็จะได้เปรียบมาก เพราะจะเป็นการลดต้นทุนและสร้างความน่าสนใจได้อย่างมากซึ่งส่วนใหญ่จะไม่ใช่ครับ เพราะจะทำรายการแบบสงสัยว่าจะมีใครดู 

แต่ก็อย่าได้ประมาทไปครับ ขนาดช่องซุปเปอร์เช็งยังมีคนดูและซื้อสินค้าไปใช้เลยครับ 

ผมเชื่อว่าอนาคตในอีก 3-4 ปี ถ้าประชาชนส่วนใหญ่ดูทีวีผ่านดาวเทียมเมื่อไหร่  การชกมวยแบบเท่าเทียมระหว่างช่อง 3, 5, 7, 9  ก็จะอยู่บนเวทีเดียวกัน ทำให้เรื่องการได้เปรียบหรือเสียเปรียบหมดไป

และถ้า  3G เริ่มเมื่อไหร่ผมว่าวงการโทรทัศน์บ้านเราคงจะเปลี่ยนไปอีกครั้งแน่นอนครับ

 

Tags : เกรียงไกร กาญจนะโภคิน ทีวีดาวเทียม

ความคิดเห็นของข่าวนี้

เพื่อแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

advertisement

advertisement

advertisement