กยน.สั่งเร่งระบายน้ำจากเขื่อนตั้งแต่พ.ค. ให้เหลือไม่เกิน 45% ของความจุ คาดชาวบ้าน จ.พิษณุโลก-พิจิตร น้ำท่วมเร็วกว่าปกติ นาน 5 เดือน
นายปราโมทย์ ไม้กลัด กรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) เปิดเผย ว่า ที่ประชุม กยน. เห็นชอบแผน การระบายน้ำออกจากเขื่อนที่เสนอโดยคณะกรรมการการระบายน้ำจากเขื่อน โดยกำหนดว่าในเดือน พ.ค. ที่จะถึงซึ่งเป็นปลายหน้าแล้ง เขื่อนแต่ละแห่งต้องระบายน้ำออก และเหลือไม่เกิน 42-45% ของความจุเขื่อน ซึ่งกยน.ได้กำหนดอย่างชัดเจนว่า เขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ ซึ่งมีขนาดใหญ่ จะต้องมีน้ำเหลือ ไม่เกิน 45% ของความจุ
ส่วนข้อกังวลว่าปริมาณน้ำที่จะไม่เพียงพอในฤดูแล้ง ไม่ใช่ปัญหาที่น่ากังวล เพราะเขื่อนต่างๆจำเป็นที่จะต้องเก็บน้ำไว้ อย่างน้อย 30% ของความจุเขื่อน ซึ่งเรียกว่าปริมาณน้ำตาย และถือเป็นน้ำต้นทุนในการเพาะปลูกของเกษตรกรได้ส่วนหนึ่ง
นายอานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา กรรมการกยน. ระบุว่า การเร่งระบายน้ำออกจากเขื่อน จะส่งผลกระทบต่อที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาตอนบน เช่น พิษณุโลก พิจิตร เกิดน้ำท่วมเร็วกว่าปกติ จึงต้องมีการประชาสัมพันธ์และให้ข้อมูลแก่ประชาชนต่อไป คิดว่า ประชาชนในพพื้นที่จะเข้าใจ เนื่องจาก มีมาตรการในการฟื้นฟูเยียวยา และส่งเสริมอาชีพอย่างเหมาะสม โดยพื้นที่เหล่านี้จะถูกน้ำท่วมตั้งแต่เดือน พ.ค. โดยมีระยะเวลาเฉลี่ยที่จะเกิดน้ำท่วม 5 เดือน ในพื้นที่ที่เป็นพื้นที่รับน้ำ
สำหรับแผนของ กยน. หลังจากระบายน้ำจากเขื่อนแล้วจะเร่งระบายออกสู่ทะเลให้เร็วที่สุด โดยจะไม่ให้ปริมาณน้ำจำนวนมากไหลลงสู่ที่ราบภาคกลางในเดือน ก.ค.เหมือนกับปีที่ผ่านมา เพราะจะมีการกระจายระยะเวลาการปล่อยน้ำตั้งแต่ในช่วงต้นปี ซึ่งมั่นใจว่า หากดำเนินการตามแผนในการบริหารจัดการน้ำได้อย่างครบถ้วนจะสามารถรับมือกับปริมาณน้ำฝนและพายุที่อาจจะเข้าถล่มประเทศไทยในช่วงฤดูฝนได้ พร้อมยืนยันว่าน้ำจะไม่ท่วมพื้นที่กรุงเทพอย่างแน่นอน
Tags : กยน.
ความคิดเห็นของข่าวนี้
เพื่อแสดงความคิดเห็น