ไทยเตรียมเสนอประชุมจีเอ็มเอส ยก"ทวาย"ศูนย์กลางท่าเรือน้ำลึกในภูมิภาค เสนอเปิดด่านชั่งคราวที่พุน้ำร้อน เตรียมลงนามเอ็มโอยู 2 ฉบับ
วันนี้(19ธ.ค.)กระทรวงต่างประเทศ ผู้สื่อข่าวรายงานจากนครเนปิดอร์ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ว่า นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงสารัตถะของการประชุมสุดยอดผู้นำ 6 ประเทศ ลุ่มแม่น้ำโขงครั้งที่ 4 ว่า เป็นกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาค ประกอบด้วย ไทย ลาว กัมพูชา เมียนมาร์ เวียดนาม และจีน (มณฑลยูนาน และกวางสี) ร่วมกับธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเซีย (เอดีบี)
สำหรับประเทศไทยมีสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ (สศช.) เป็นหน่วยงานหลักในการประสานการทำงานมาตั้งแต่ปี 2545 โดยการประชุมครั้งนี้จะทบทวนโครงการที่ได้ดำเนินงานมาก่อนหน้านี้ รวมถึงแผนงานในอนาคตอีก 10 ข้างหน้า โดยได้มีการจัดทำยุทธศาสตร์ การพัฒนาแผนงานจีเอ็มเอส ฉบับใหม่ ซึ่งเป็นการเน้นการเชื่อมโยงเครือข่ายด้านการคมนาคม เช่นถนน สะพาน ระหว่างกัน ทั้งนี้ประเทศไทยเราเตรียมที่จะผลักดันใน 2 เรื่อง ได้แก่ 1) การลดขั้นตอนการนำเข้า-ส่งออกสินค้าตามแนวชายแดน (Transportation C0rridor) เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการค้า และช่วยเสริมสร้างการกระจายสินค้าระหว่างกัน และ 2) ไทย จะเตรียมผลักดันโครงการท่าเรือน้ำลึก และนิคมอุตสาหกรรมทวายต่อที่ประชุมจีเอ็มเอส ยกให้เป็นศูนย์กลางท่าเรือในระดับอนุภูมิภาค และเป็นเส้นทางการค้าใหม่ของโลก หรืออีสเทิร์น คอมเพล็กซ์
“เหตุการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมาจะเห็นว่าประเทศไทย เป็นสายพานการผลิตที่สำคัญที่จะลำเลียงสินค้า และผลผลิตทางการเกษตรที่สำคัญ ๆ ไปสู่โลก ดังนั้นบทบาทไทยในครั้งนี้จึงได้เน้นความสำคัญในเรื่องมุ่งส่งเสริมเชื่อมโยงระบบคมนาคมที่นำไปสู่เศรษฐกิจระหว่างกัน”นายสุรพงษ์กล่าว
นอกจากนี้จะมีการหารือถึงการเปิดด่านชั่วคราว ที่ด่านพุน้ำร้อน อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ที่จะสร้างให้เป็นนิคมอุตสาหกรรมและโซนอุตสาหกรรมพิเศษ เพื่อเปิดให้แรงงานต่างชาติเข้ามาทำงาน และนำผลผลิตทางด้านการเกษตรมาส่งขายต่างประเทศด้วย ทั้งนี้เพื่อให้แผนงานที่ได้วางไว้แล้วเป็นรูปธรรมชัดเจนยิ่งขึ้น
ความคิดเห็นของข่าวนี้
เพื่อแสดงความคิดเห็น