กรุงเทพธุรกิจ

ad a1

ธุรกิจ

วันที่ 9 กันยายน 2553 11:26

ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนส.ค.สูงในรอบ4ปี

ธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการ ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

ธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการ ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

ม.หอการค้าฯ เผยดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภค เดือนส.ค.53 อยู่ที่ 72.8 จาก 71.4 ในเดือนก.ค. เป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และสูงสุดในรอบ 4 ปี

ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้สำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือน ส.ค.53 พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยโดยรวมอยู่ที่ 72.8 สูงขึ้นจากเดือน ก.ค.53 ซึ่งอยู่ที่ 71.4 ซึ่งเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการ ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยโดยรวมในเดือนสิงหาคม 53 ถือว่า ปรับตัวสูงสุดในรอบ 4 ปี นับตั้งแต่ปี 49 ที่ประชาชนไม่มั่นใจในระบบเศรษฐกิจและการเมือง แต่ปัจจุบันความเชื่อมั่นเริ่มกลับมาอย่างมีนัยสำคัญ เพราะหวังว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวได้ตามลำดับ โดยคาดว่าเศรษฐกิจในไตรมาส 4 จะฟื้นตัวได้อย่างแข็งแกร่ง

ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสในการหางานทำอยู่ที่ 71.6 สูงขึ้นจาก 70.1 ในเดือน ก.ค.53 และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตอยู่ที่ 98.1 สูงขึ้นจาก 96.4 ในเดือน ก.ค.53 เช่นกัน

สำหรับปัจจัยบวกที่ทำให้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือน ส.ค.53 ปรับตัวเพิ่มขึ้น ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สภาพัฒน์) ปรับเพิ่มประมาณการณ์ GDP ปี 53 จาก 3.5-4.5% เป็น 7.0-7.5%, ครม.อนุมัติขยายเวลาจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มคงไว้ที่ 7% ต่อไปอีก 2 ปี, ราคาขายปลีกน้ำมันสำเร็จรูปในประเทศปรับตัวลดลง, คณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25%, การส่งออกในเดือน ก.ค.ยังขยายตัวได้ดี และโครงการไทยเข้มแข็งเริ่มมีเม็ดเงินเข้ามาหมุนเวียนในระบบ

ส่วนปัจจัยลบ ได้แก่ ผู้บริโภคยังมีความกังวลต่อปัญหาค่าครองชีพและราคาสินค้าที่อยู่ในระดับสูง, สถานการณ์ความไม่แน่นอนทางการเมืองและเหตุลอบวางระเบิดหลายจุดในกทม., การชะลอโครงการลงทุนในมาบตาพุด และความไม่มั่นใจต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก

 

Tags : ธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการ ม.หอการค้า ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภค

ความคิดเห็นของข่าวนี้

เพื่อแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

advertisement

advertisement

advertisement