เครือข่ายป้องกันภัยแอลกอฮอล์ เรียกร้อง "อียู" หยุดกดดันให้รัฐบาลไทยลดภาษีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 90% เพื่อแลกกับการส่งออกสินค้าไทยไปอียู
นายคำรณ ชูเดชา ผู้ประสานงานเครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์พร้อมเครือข่ายองค์กรงดเหล้า เครือข่ายเฝ้าระวังแอลกอฮอล์กรุงเทพฯ เครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยื่นจดหมายเปิดผนึกต่อ นายเดวิด ลิปแมน เอกอัครราชทูต หัวหน้าคณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย ที่อาคารสำนักงานของสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย ถนนวิทยุ เพื่อให้ถอนเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ออกจากการเจรจาการค้าเสรีไทย-สหภาพยุโรป (อียู) และหยุดกดดันรัฐบาลไทย
พร้อมแสดงจุดยืน 3 ข้อ คือ 1.คัดค้านการนำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้าสู่เจรจาการค้าเสรี ขอให้อียูมีจริยธรรมไม่น้อยไปกว่าผลประโยชน์ทางธุรกิจ 2.ขอให้อียูหยุดกดดันแทรกแซงนโยบายรัฐบาลไทย เคารพการตัดสินใจของคนไทย 3.ขอประณามธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และธุรกิจอื่นที่หวังประโยชน์ที่ได้จากการเจรจาหรือองค์กรนอมินีใด ๆ ที่เห็นแก่ประโยชน์ทางการค้ามากกว่าสุขภาพ
นายคำรณ กล่าวว่า จากกระแสข่าวการกดดันของอียูที่ต้องการให้ไทยลดอัตราอากรในส่วนสินค้าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ร้อยละ 90 ภายใน 7 ปีแลกกับการลดอากรนำเข้าสินค้าบางประเภทของไทยที่ส่งไปยังอียู แสดงให้เห็นชัดเจนว่าเป็นการค้าที่ไม่มีธรรมาภิบาล เพราะถือว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นสินค้าอันตราย ควรนำไปจัดในกลุ่มสินค้าอาวุธ ยาเสพติด ทางเครือข่ายได้ยื่นหนังสือวันนี้รู้สึกพอใจท่าทีของความเป็นมิตร และคาดจะเข้ามาพบอียูอีก จากนี้จะจับตาทั้งฝั่งอียูและรัฐบาลไทยว่าจะมีผลออกมาอย่างไร
ด้านนายแอนโธนิโอ เบริงเก หัวหน้าเจรจาทางการค้า อียูประจำประเทศไทย ซึ่งเป็นผู้แทนเอกอัครราชทูตฯ ออกมารับหนังสือจากเครือข่าย พร้อมกล่าวว่า ยืนยันจะส่งจดหมายนี้มอบให้กับสำนักงานกลางที่เกี่ยวข้องได้ทบทวน และอียูเห็นความสำคัญรับฟังความเห็นทุกภาคส่วน อียูไม่จำกัดสิทธิประเด็จสุขภาพคนไทยเพราะถือเป็นวัตถุประสงค์เดียวกัน อย่างไรก็ตามครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งสุดท้ายที่จะพบกัน อียูจะเดินหน้าทำงานร่วมกับภาคประชาชนต่อไป
น.ส.จิราพร กมลรังสรรค์ ตัวแทนเยาวชนสร้างสรรค์รู้ทันแอลกอฮอล์กล่าวกับนายแอนโธนิโอว่า ประเด็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นส่วนหนึ่งของปัญหาสังคมไทย ยอมรับว่ามาตรการกฎหมายของไทย มีการควบคุมการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างไม่แข็งแกร่งเท่าในยุโรป ดังนั้น จึงขอให้สหภาพยุโรปพิจารณาตามข้อเสนอในจดหมายเปิดผนึกด้วย
ความคิดเห็นของข่าวนี้
เพื่อแสดงความคิดเห็น