กรุงเทพธุรกิจ

ad a1

ธุรกิจ

วันที่ 6 กันยายน 2553 13:30

ธุรกิจเลี้ยงหมูอ่วมต้นทุนสูง เลิกกิจการกว่า60%

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

ปศุสัตว์จังหวัดตรัง เผยผู้เลี้ยงสุกรรายย่อยมีปัญหาเรื่องต้นทุน ส่งผลให้ต้องเลิกกิจการไปแล้วกว่า 60%

นายธวัช อุดมคณารัตน์ ปศุสัตว์จังหวัดตรัง เปิดเผยถึงสถานการณ์การเลี้ยงสุกรของเกษตรกรรายย่อยในจังหวัดตรังขณะนี้ ว่า จากการจัดเก็บข้อมูลของสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดตรัง ประจำปี 2552 พบว่า มีเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรรายย่อยทั้ง 10 อำเภอ จำนวน 30,385 ราย หรือ 1,536 ครัวเรือน และมีจำนวนสุกรทั้งหมด 61,883 ตัว โดยพื้นที่ที่เลี้ยงมากที่สุด 4 ลำดับ คือ อำเภอห้วยยอด มีจำนวนเกษตรกร 6,153 ราย 158 ครัวเรือน และมีจำนวนสุกร 14,233 ตัว รองลงมา คือ อำเภอเมืองตรัง มีจำนวนเกษตรกร 5,318 ราย 186 ครัวเรือน และมีจำนวนสุกร 15,626 ตัว อำเภอปะเหลียน มีจำนวนเกษตรกร 4,691 ราย 83 ครัวเรือน และมีจำนวนสุกร 5,403 ตัว อำเภอนาโยง มีเกษตรกร 2,744 ราย 734 ครัวเรือน และมีจำนวนสุกร 13,801 ตัว
 อย่างไรก็ตาม ขณะนี้พบว่าเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรรายย่อย ต้องประสบกับปัญหาต้นทุน ทั้งเรื่องของราคาลูกสุกร และราคาอาหารสำเร็จรูปที่สูงขึ้นอย่างมาก จนส่งผลให้เกษตรกรต้องเลิกกิจการไปแล้วกว่า 60 % หรือเหลือไม่ถึง 2,000 รายแล้วเท่านั้น อันเนื่องมาจากประสบปัญหาจุกจิกเกี่ยวกับต้นทุนการผลิตหลายด้าน เช่น อาหารสำเร็จรูปที่ใช้เลี้ยงสุกรขุน ราคาได้พุ่งสูงขึ้นตามพืชผลทางการเกษตร ซึ่งเป็นวัตถุดิบที่ใช้สำหรับการประกอบอาหารสำเร็จรูปในการเลี้ยงสุกร นอกจากนั้น ยังได้ส่งผลให้ร้านจำหน่ายอาหารสำเร็จรูปเพื่อเลี้ยงสุกรขุน ก็ต้องประสบกับปัญหายอดการจำหน่ายลดลงประมาณ 60 % ตามยอดของเกษตรกรที่เลิกเลี้ยงสุกรขุนไปเช่นกัน ที่สำคัญที่สุดก็คือ ราคาลูกสุกร ขนาดน้ำหนัก 12 กิโลกรัม ยังได้สูงขึ้นอย่างมากด้วย
 จากเดิมลูกสุกรมีราคาตัวละ 1,200 บาท ได้พุ่งขึ้นเป็นตัวละ 1,700 บาท ทำให้เกษตรกรรายย่อย ซึ่งไม่ได้เลี้ยงแม่พันธุ์เพื่อผลิตลูกสุกร ต้องแบกรับต้นทุนในการซื้อลูกสุกรมาขุนเพิ่มขึ้นตัวละ 400-500 บาท ดังนั้น เกษตรกรที่เลิกเลี้ยงสุกรรายย่อยไปทั้งหมดนั้น จึงเป็นเกษตรกรผู้เลี้ยงรายย่อยที่ซื้อลูกสุกรมาขุน ส่วนผู้เลี้ยงรายย่อยที่พอมีแม่พันธุ์ผลิตลูกสุกรได้ ก็ยังพอสามารถประคับประคองกิจการไปได้ มีประมาณ 1,000 ราย
 ส่วนฟาร์มเลี้ยงสุกรขนาดใหญ่ภายในจังหวัดตรัง ที่มีประมาณ 10 ราย แม้จะได้รับผลกระทบเช่นเดียวกันในเรื่องต้นทุนการผลิต แต่ก็สามารถดูแลตัวเองได้ เนื่องจากพอมีเงินทุน และสามารถบริหารจัดการได้แบบครบวงจร มีทั้งพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์สำหรับผลิตลูกสุกร เพื่อเลี้ยงสุกรขุนส่งจำหน่าย ส่วนอาหารก็สั่งซื้อวัตถุดิบมาทั้งหมด เพื่อนำมาผสมผลิตเป็นอาหารเอง พร้อมทั้งยังมีเงินทุนสำหรับค่าเวชภัณฑ์ ค่าวัคซีน และค่าอื่นๆ
 จังหวัดตรัง ถือเป็นจังหวัดหนึ่งที่มีการบริโภคสุกรกันเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะธุรกิจหมูย่าง แต่ละวันต้องใช้สุกรประมาณ 100 ตัว แบ่งเป็นในตัวเมืองประมาณ 50-60 ตัว และในต่างอำเภอประมาณ 40 ตัว แต่หากเป็นช่วงเทศกาลต่างๆ ต้องใช้สุกรเพิ่มขึ้นวันละ 2-3 เท่า หรือวันละ 200-300 ตัว ซึ่งปัจจุบันจังหวัดตรังสามารถผลิตสุกรได้เพียงเดือนละประมาณ 50,000 ตัว ขณะที่ความต้องการมีมากถึงเดือนละประมาณ 60,000 ตัว
 ส่วนที่เหลือจึงต้องนำเข้าจากจังหวัดใกล้เคียง โดยเฉพาะจังหวัดพัทลุง แต่หากเดือนใดที่มีวันหยุดยาวตรงกับช่วงเทศกาล จังหวัดตรังจะต้องใช้สุกรเพิ่มเป็นประมาณเดือนละ 100,000 ตัว เลยทีเดียว

Tags : ธุรกิจสุกร

ความคิดเห็นของข่าวนี้

เพื่อแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

advertisement

advertisement

advertisement