กรุงเทพธุรกิจ

ad a1

ธุรกิจ

วันที่ 6 กันยายน 2553 11:52

คาด2สัปดาห์ลงทุนมาบตาพุด หลังศาลชี้ขาด

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

ประธานสภาอุตฯคาดเดินหน้าโครงการลงทุนมาบตาพุดได้ใน 2สัปดาห์ หลังศาลปกครองปลดล็อค เผย76โครงการมีมูลค่าการลงทุนกว่า 2แสนล้านบาท

นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) กล่าวก่อนการประชุมร่วมกับ 76 โครงการลงทุนในมาบตาพุด และหน่วยงานภาครัฐ เพื่อซักซ้อมความเข้าใจ หลังศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาคดีมาบตาพุดว่า ขณะนี้โครงการลงทุนมาบตาพุดทั้ง 76 โครงการ ได้รับการปลดล็อคการลงทุนจากศาลปกครองแล้ว ซึ่งการประชุมที่ศูนย์ประสานการการบริการด้านการลงทุน(OSOS) ในวันนี้ เป็นการชี้แจงคำสั่งศาล รวมถึงกระบวนการที่จะนำไปสู่การได้รับการอนุญาตให้เดินหน้าต่อได้ จากที่ก่อนหน้านี้ หน่วยงานอนุญาตได้มีหนังสือให้ระงับการดำเนินโครงการตามคำสั่งศาลปกครองกลาง จ.ระยอง

ประธาน ส.อ.ท. ระบุว่า โครงการลงทุนมาบตาพุดทั้ง 76 โครงการ มีมูลค่าการลงทุนรวมกว่า 200,000ล้านบาท ซึ่งในวันนี้มีกว่า 50 โครงการที่ยังต้องได้รับการพิจารณาจากหน่วยงานที่ออกใบอนุญาตว่าอยู่ในประกาศ 11 ประเภทกิจการที่อาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อชุมชน ทั้งด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ และต้องดำเนินการตามมาตรา 67 วรรค 2 ของรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยคาดว่าโครงการเหล่านี้บางส่วนจะสามารถเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ได้ภายใน 1-2 สัปดาห์ เพราะมีการทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม(EIA) และผลกระทบด้านสุขภาพ(HIA) มาบ้างแล้ว

ส่วนโครงการที่อยู่ในข่ายตามประกาศ 11 ประเภทกิจการรุนแรงจะต้องถูกเพิกถอนใบอนุญาต และเริ่มต้นกระบวนการใหม่ทั้งหมด ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 67 วรรค 2 ส่วนโครงการที่ได้รับใบอนุญาตก่อนรัฐธรรมนูญปี 2550 มีผลบังคับใช้ สามารถเดินหน้าโครงการได้ทันที ทั้งนี้มีบางโครงการที่ไม่จำเป็นต้องทำ HIA เพิ่มเติม แต่สมัครใจดำเนินการต่อเพื่อต้องการดูแลชุมชนและสิ่งแวดล้อม

สำหรับความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อประเทศไทยในฐานะประเทศที่น่าลงทุนนั้น หลังจากมีคำสั่งศาลปกครองกลางแล้ว เชื่อว่าทำให้นักลงทุนมีความมั่นใจมากขึ้น เพราะไทยมีแนวทางดำเนินการชัดเจน และไม่มีความเสี่ยงว่าโครงการจะหยุดดำเนินการถ้าได้ทำตามกฎหมายอย่างครบถ้วน

 

Tags : นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.)

ความคิดเห็นของข่าวนี้

เพื่อแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

advertisement

advertisement

advertisement