"ไออาร์พีซี"เตรียมขออนุมัติบอร์ดทุ่ม 5,000 ล้านบาท พัฒนา 2 นิคมอุตสาหกรรมในจังหวัดระยอง เน้นแปรรูปสินค้าเกษตร
แหล่งข่าวจากคณะกรรมการบริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าเร็วๆ นี้ คณะกรรมการบริหารบริษัทไออาร์พีซี จะพิจารณาอนุมัติโครงการลงทุนนิคมอุตสาหกรรม 2 แห่งของบริษัท ที่จังหวัดระยอง มูลค่าการลงทุนประมาณ 5,000 ล้านบาท ประกอบด้วย นิคมอุตสาหกรรมวังจันทร์ ตั้งอยู่บนพื้นที่ 3,327 ไร่ เพื่อรองรับการผลิตอุตสาหกรรมพลังงานทดแทน (เอทานอล) จากพืชมันสำปะหลังและอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่อง
ส่วนนิคมอุตสาหกรรมบ้านค่าย พื้นที่ 2,194 ไร่ ใช้เป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมสะอาดของกลุ่มบริษัทในเครือประเภท Bio-Chem เช่น โรงงานสกัดน้ำมันปาล์มดิบเพื่อทำเป็น B-100 ฯลฯ และจัดให้มีศูนย์ฝึกอบรมและศูนย์วิจัยพัฒนาการเพิ่มประสิทธิภาพผลผลิตทางการเกษตร ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาความเหมาะสมของโครงการ และรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในพื้นที่
"ไออาร์พีซีไม่ต้องการขยายการลงทุนอุตสาหกรรมหนักไปในพื้นที่อื่นๆ ของ จ.ระยองอีก ประกอบกับพื้นที่ที่บริษัทมีอยู่ใน อ.วังจันทร์ และบ้านค่าย เป็นพื้นที่เล็ก และอยู่ใกล้แหล่งวัตถุดิบ เช่น มันสำปะหลังและยางพารา จึงเหมาะสมที่จะตั้งเป็นนิคมแปรรูปสินค้าเกษตรมากกว่าอุตสาหกรรมหนัก ขณะนี้มีนักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติให้ความสนใจที่จะใช้เป็นฐานการผลิตแล้วหลายราย" แหล่งข่าว กล่าวและว่าเป็นนิคมอุตสาหกรรมที่เป็นที่ตั้งของโรงงานแปรรูปสินค้าเกษตรเป็นหลัก หรืออุตสาหกรรมที่ไม่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
สำหรับการต่อต้านจากประชาชนในพื้นที่นั้น ขณะนี้เป็นช่วงรับฟังความคิดเห็น จึงเป็นเวทีที่บริษัทจะอธิบายกรอบแนวคิดในการพัฒนานิคมในบริเวณดังกล่าว ว่าจะไม่ใช่เป็นฐานการลงทุนของอุตสาหกรรมเหมือนมาบตาพุดแน่นอน ขณะเดียวกันหากประชาชนต้องการให้บริษัททำรายงานผลกระทบต่อสุขภาพ หรือเอชไอเอ บริษัทก็พร้อมที่จะดำเนินการ ขณะเดียวกันก็จะเปิดทางให้ประชาชนพร้อมเข้าไปตรวจสอบภายในนิคมฯได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อพิสูจน์ว่านิคมอุตสาหกรรมทั้งสองแห่งไม่ได้เป็นที่ตั้งของอุตสาหกรรมหนักจริง
ด้าน นายสุทธิ อัชฌาศัย ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนภาคตะวันออก กล่าวว่า การดำเนินการโครงการนิคมอุตสาหกรรม หรือการประกาศจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม ต้องปฏิบัติตามขั้นตอนรัฐธรรมนูญมาตรา 67 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว ดังนั้นโครงการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมของไออาร์พีซี ก็ต้องทำเอชไอเอด้วย
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ บริษัท ไออาร์พีซี ยังไม่ได้ให้รายละเอียดที่ชัดเจนว่า จะลงทุนพัฒนานิคมฯ ดังกล่าวให้เป็นฐานการลงทุนของอุตสาหกรรมประเภทใดบ้าง เพราะเพิ่งรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในพื้นที่เป็นครั้งแรก โดยต้องมีการติดตามข้อมูลจากบริษัทต่อไป
ทั้งนี้ มีประชาชนจำนวนมากมาหารือกับเครือข่ายฯ เพราะเกรงว่านิคมอุตสาหกรรมทั้งสองแห่งจะไม่ได้ประกอบด้วยอุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าเกษตร หรืออุตสาหกรรมสีเขียวอย่างแท้จริง โดยเห็นว่าเมื่อพัฒนาเป็นนิคมอุตสาหกรรมแล้ว ก็มีโอกาสที่จะมีโรงงานประเภทอื่นๆ ที่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้
Tags : ไออาร์พีซี • นิคมอุตสาหกรรม • มาบตาพุด
ความคิดเห็นของข่าวนี้
เพื่อแสดงความคิดเห็น