กรุงเทพธุรกิจ

ad a1

ธุรกิจ

วันที่ 2 กันยายน 2553 19:11

นายกฯเตือนบินไทยคนหาผลประโยชน์กลับมา

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

"อภิสิทธิ์"มอบนโยบายการบินไทยระวังคนหาผลประโยชน์จะกลับมา ลั่นการขาดทุนเป็นปัญหาที่คนสนใจ แต่1ปีที่ผ่านมาได้ผ่านพ้นไปแล้ว

การบินไทย-นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ปลัดกระทรวงการคลัง และนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม เดินทางมาตรวจเยี่ยมและรับฟังรายงานผลการดำเนินกิจการของบริษัท การบินไทย จำกัด(มหาชน)ซึ่งเป็นสายการบินแห่งชาติ ที่ สำนักงานใหญ่บริษัทการบินไทยฯ ถนนวิภาวดีรังสิต

โดยมีนายอำพน กิตติอำพล ประธานคณะกรรมการบริษัท นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันท์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ คณะกรรมการและฝ่ายบริหาร มาให้การต้อนรับ

นายกฯ กล่าวมอบนโยบายตอนหนึ่งว่า ช่วงที่เข้ามารับตำแหน่งใหม่ๆ การขาดทุนของการบินไทยเป็นปัญหาหนึ่งที่ประชาชนที่สนใจ แต่การบริหารงานปีเศษที่ผ่านมา ทำให้ประชาชนลืมปัญหานั้นไปแล้ว ซึ่งความสำเร็จต้องชื่นชมกรรมการ ผู้บริหารและพนักงานให้ความร่วมมือในการทำงาน หลายครั้งที่มีการพบปะพนักงานหรือผู้เกี่ยวข้องก็ยังเห็นได้ชัดว่าหลายมีความห่วงใยว่า ในความสำเร็จช่วงปีกว่าๆที่ผ่านมาจะยั่งยืนหรือไม่อย่างไร ซึ่งเข้าใจ

เพราะว่าตัวที่อาจจะบั่นทอนมากที่สุดขององค์กรและกระทบกระเทือนกับเรื่องของธรรมาภิบาล คือเรื่องผลผประโยชน์ เมื่อมีเรื่องของผลประโยชน์เข้ามาทุกอย่างก็จะบิดเบี้ยวหมด เหมือนกับที่พูดถึงความสับสนของบทบาทของกรรมการ ผู้บริหาร หรือองค์ประกอบต่างๆในบริษัท 

นายกฯ กล่าวอีกว่า สิ่งที่อยากจะย้ำในหัวใจของเรื่องธรรมาภิบาล ซึ่งคำนี้ความจริงใช้กันมากในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา แต่คำนี้หลายครั้งเรายึดอยู่กับเกณฑ์กติกา หรือกฎ และตัวเลข ซึ่งระบบราชการในช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมาสร้างตัวบ่งชี้ ชี้วัดเยอะแยะไปหมด ทำงานเอกสารกันมากมายเพื่อประเมินแล้วก็ส่งต่อ การทำอย่างนั้นมันไม่ใช่คำตอบ คำตอบจริงๆ ก็คือวัฒนธรรมของการทำงานว่ามีกฎแล้วก็ไม่ได้ทำตามกฎที่เป็นตัวหนังสือ แต่ทำตามเจตนารมณ์ที่กำหนดกฎกติกาขึ้น ทำการประเมินเพื่อไม่ให้ได้ชื่อว่ามีการประเมินแล้ว แต่หมายถึงต้องการที่จะสะท้อนความเป็นจริง อะไรที่ดีก็รักษาไว้ อะไรที่ยังไม่ดี ก็จะได้มีการแก้ไขปรับปรุงอย่างตรงไปตรงมา

บางครั้งการสร้างวัฒนธรรมที่จะรองรับระบบธรรมาภิบาลที่เราสร้างก็ต้องอาศัยเวลา ที่สำคัญก็คือต้องอาศัยความแน่วแน่ กล้าหาญและระดมความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง จึงจะสำเร็จ ทั้งนี้ได้รับฟังรายงานถึงความเสียสละของพนักงาน ผู้บริหารในช่วงที่บริษัทประสบกับความยากลำบาก ผมคิดว่าอันนั้นเป็นพื้นฐานที่ดีที่สุดในการที่เราจะก้าวเดินไปข้างหน้าสำหรับบริษัทที่จะทำให้เราสามารถเติบโตไปได้อย่างต่อเนื่อง 

"แต่ผมก็เข้าใจครับช่วงที่บริษัทแย่ๆคนหาผลประโยชน์หาไม่ง่ายๆ แต่พอมันเริ่มดี ต้องระวัง เพราะฉะนั้นถึงจังหวะเวลาที่คนที่ไม่ได้คิดถึงองค์กรก็จะพยายามกลับมาแสวงหาโอกาสอีก สิ่งที่อยากจะเป็นกำลังใจให้ก็คือว่าทำอย่างไรปัจจัยที่นำไปสู่ความสำเร็จในช่วงที่ผ่านมานั้น พวกเราทุกคนทุกฝ่ายจะช่วยกันรักษา แม้แต่ฝ่ายการเมืองก็ต้องมีการตรวจสอบอยู่ตลอดเวลาว่าเราจะดำเนินการส่งเสริมสนับสนุนให้เกิดธรรมาภิบาลอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นหลักประกันในความสำเร็จที่จะมีขึ้นต่อไป" นายกฯ กล่าว

 

Tags : อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

ความคิดเห็นของข่าวนี้

เพื่อแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

advertisement

advertisement

advertisement